ประสบการณ์การภาวนาของอดีตชาติทหารของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ดั่งที่ท่านอาจารย์ได้เล่าว่า คอร์สนี้มีศิษย์ที่มีอดีตสังขารทหารหลายคนมาปฏิบัติ ประสบการณ์ของคุณอยุทธ์ เป็นหนึ่งในนั้น

ข้าพเจ้า นายอยุทธ์ ปัจจุบันเกษียนราชการแล้ว เคยสอนที่สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในวิชากระบี่กระบอง ด้านอาวุธไทยโบราณ ช่วงวัยเด็กมักชอบเล่นเกี่ยวกับการต่อสู้ โดยเฉพาะการต่อสู้กันด้วยดาบ โดยนำไม้มาทำเป็นดาบแล้วต่อสู้กันฟันกันจริง ๆ ใครพลาดเป็นหัวโน แบ่งกันเป็น 2 กลุ่ม แล้วยกพวกเข้าต่อสู้กันเหมือนกับเข้าสมรภูมิรบ

ช่วงการเรียนที่วิทยาลัยพลศึกษาที่เชียงใหม่ กีฬาอื่น ๆ มีความเข้าใจกลาง ๆ ทำได้บ้างทำไม่ได้บ้าง โดยเฉพาะกีฬาสากลทำได้ไม่ดีนัก แต่หากเป็นวิชากระบี่-กระบองดูครูสาธิตอธิบายแล้วรู้สึกเข้าใจ และทำได้ในเวลาที่รวดเร็ว ได้เป็นตัวแทนของสถาบันไปแสดงในงานต่าง ๆ และกีฬายูโดที่เคยศึกษามาก่อนที่จะเข้าเรียนในนพลศึกษา เมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้สอบบรรจุเข้ารับราชการครูในตำแหน่งอาจารย์ยูโด ที่วิทยาลัยพลศึกษาชุมพร เมื่อว่างจากการสอนมักจะไปหยิบอาวุธเครื่องไม้เป็นอาวุธจำลองทำจากไม้หวายใช้ในการเรียนการสอนวิชากระบี่-กระบองมาทบทวนรำในอาวุธต่าง ๆ มี กระบี่ ดาบ 2 มือ พลอง และง้าว เป็นประจำ โดยไม่รู้ว่ามีรุ่นพี่จับตามองอยู่ จนรุ่นพี่คนนี้ไปเรียนต่อปริญญาโท และมอบหมายให้ข้าพเจ้าเป็นครูสอนประจำวิชากระบี่-กระบอง จนย้ายกลับมาสอนที่ภูมิลำเนาเดิมคือ วิทยาลัยพลศึกษาเชียงใหม่ และได้เป็นอาจารย์สอนประจำวิชานี้จนเกษียนอายุราชการ

เมื่อเข้ามาปฏิบัติธรมสายธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน
ก่อนที่จะได้เข้าเป็นศิษย์ของสายธรรมอันเอกอุนี้ ข้าพเจ้าได้พบหนังสือปกแดง มีรูปบานประตูสีแดง “เตโชวัสสนา เปิดประตูนิพพาน” นี้แหละคือเส้นทางที่แสวงหามานานแล้ว ไม่ได้สนใจว่าใครเขียน เมื่อได้เปิดอ่านยิ่งรู้สึกว่าใช่ แล้วถึงมาดูว่าใครเขียน ตอนแรกเปิดอ่านคร่าว ๆ แล้วซื้อมาเลย กลับมาอ่านอย่างตั้งใจ มีจิตน้อมว่าอาจารย์ผู้เขียนนี้ดีนัก (ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล) ใจมีความอยากเข้าอบรมเป็นศิษย์ แต่ในจิตลึก ๆ นั้นบอกว่า ต้องให้ลูกสาวเข้ามาเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ก่อน จึงได้นำหนังสือนี้วางบนโต๊ะทำงานของลูก จนเขาสนใจเปิดอ่าน จนเขาอ่านจบ และขออนุญาตข้าพเจ้าไปเข้าคอร์สอบรมขอเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ ลูกสาวได้เป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของเตโชที่ได้อบรมอานาปานสติ 2 วันครึ่งแล้วเข้าเตโชเลย หลังจากรุ่นนี้แล้วศิษย์ทุกคนต้องเข้าอบรมคอร์สอานาก่อน 4 วัน จึงจะมีสิทธิ์ที่จะขอเข้าอบรมคอร์สเตโชต่อไป ข้าพเจ้าเป็นศิษย์อานาในรุ่นที่ 6 เมื่อวันที่ 17-20 สิงหาคม 2560

ในการเริ่มปฏิบัติเตโชวิปัสสนา ช่วงทบทวนอานาปานสติ 2 วันครึ่ง เริ่มมีสภาวะเหงื่อออกแบบซึม ๆ นิด ๆ เมื่อเข้ารับกรรมฐานจากท่านอาจารย์ เมื่อการภาวนาแสดงผล เกิดสภาวะเหงื่อออกชนิดไหลเป็นเม็ด ๆ กายมีความร้อนแต่ไม่มากนัก ฝ่ามือมีไออุ่นนิด ๆ แบบบางเบารู้ได้ มีอาการอาเจียนลมในขณะภาวนา มีเวทนาปวดที่เข่าขวา ข้อเท้าซ้าย และหลัง โดยเฉพาะที่หลังจะปวดแล้วค่อย ๆ รวมจุดที่กลางหลังกระแทกออกมาเป็นการอาเจียนลมที่หนักและดัง มีการกระตุกของมือที่รุนแรงถึง 3 ครั้ง

ช่วงวันที่ 2 มีนาคม 2561 ท่านอาจารย์ได้สอนเรื่องของการฝึกสติสัมปชัญญะ ในช่วงขณะที่นิ่ง กายเบา หายใจเบา จิตทำหน้าที่ได้ดีถึงดีที่สุดเกิดขึ้นคือ เห็นแสงพุ่งทะลุที่จุดเพ่งลงไปคล้ายอุโมงค์ แสงที่โปร่งใสสว่างมาก ๆ 2 ครั้ง ช่วงฟ้าแลบ หรือ ไฟกระพริบ หากนับเวลาแค่เสี้ยววินาทีที่เกิดขึ้น ท่านอาจารย์บอกว่าดีแล้วในการสอบอารมณ์ และให้ไปปฏิบัติเองที่เรือนนอน และทำให้รู้เหตุที่มาของชื่อ อยุทธ์ ซึ่งมีความหมายว่า ไม่แพ้ ปราบไม่ได้ ในความหมายนี้ ไม่มีคำว่า ชนะ แต่ไม่แพ้

ในช่วงพักบ่ายเวลา 12.10-12.45 น. เป็นเวลาของกายและจิตพักผ่อน มีสภาวะมิใช่ความฝัน ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้เห็น แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิตแวบเดียว ว่าข้าพเจ้าเป็นทหารขององค์สมเด็จพระนเรศ มีฝีมือในการรบระดับแนวหน้า มิรู้ชั้นยศ ทำให้องค์สมเด็จพระนเรศทรงกริ้ว มีคำสั่งให้ประหารชีวิต แต่พระอนุชาสมเด็จพระเอกาทศรถ ได้ขอไว้ แต่มิใช่เป็นการขอชีวิต โดยให้ออกไปยันศึกแนวชายแดน เมื่อได้รับราชโองการแล้ว พระองค์ตรัสว่า “ชีวิตมึงเป็นของกู หากตายในสมรภูมิก็สมกับชายชาติทหาร หากยันศึกนี้สำเร็จ กูคืนชีวิตให้” การออกศึกครั้งนี้มีทางเดียว ต้องไม่แพ้ ต้องไม่ตายในสมรภูมิ แต่ไม่มีคำว่าชนะศึก เพราะเป็นการยันเขตแดน ไม่ให้เข้ามาในเขตของอยุธยา ในขณะที่พระองค์ทรงกำลังทำศึกสงครามกับพม่าอีกด้านหนึ่ง เมื่อได้เข้ารับการสอบอารมณ์กับท่านอาจารย์ได้ขอเล่าถึงสภาวะนี้ ท่านอาจารย์ได้กล่าวสั้น ๆ ว่า เป็นของจริงแท้

ในวันถวายมาลัยให้กับท่านอาจารย์นั้น ข้าพเจ้าไม่รู้จะกล่าวอย่างไร มีความดีใจ ตื้นตันใจ ที่ท่านอาจารย์รับเป็นศิษย์ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน เพียงได้แต่กล่าวว่าศิษย์ได้มาขอเรียนกับท่านอาจารย์แล้ว บัดนี้ศิษย์ขอให้ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้สอนสายธรรมแห่งการหลุดพ้นนี้ ให้แก่ข้าพเจ้าและได้เปล่งวาจาว่า “มาตาปิตุคุนัง คุรุอุปัชฌายะ กตัญญูตา วันทามิ” และตั้งใจอย่างยิ่งที่จะไม่ทำให้องค์สมเด็จพระนเรศ และสมเด็จพระเอกาทศรถ ผิดหวังพระราชหฤทัยที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โดยจะตั้งใจปฏิบัติทางหลุดพ้นนี้อย่างจริงจัง

6 thoughts on “ความเชื่อมโยงของภพชาติ

  1. ยินดีกับคุณอยุทธ์ด้วยครับ ที่ได้ออกเดินทางในแนวทางที่พระพุทธเจ้าได้ทรงชี้แนะไว้ดีแล้ว นับเป็นชาวพุทธอย่างแท้จริง ที่ไม่เพียงแต่นับถือศาสนาเพียงแต่ในนาม แต่ออกค้นหาและปฏิบัติด้วยตนเองครับ

    ถูกใจ

  2. เพิ่งจะได้อ่าน ดีมากเลยค่ะ ขอบคุณที่มีบล็อกนี้เป็นพื้นที่แบ่งปันประสบการณ์ให้กับทุกคน
    อ่านแล้วมีกำลังใจในการปฏิบัติมากเลยค่ะ สาธุ….

    ถูกใจ

  3. เป็นประสบการณ์ที่ดีมากค่ะ เมื่อได้อ่านแล้วได้รู้สึกถีงความกตัญญูและความตั้งมั่นเพื่อการหลุดพ้นค่ะ

    ถูกใจ

  4. ขออนุโมทนาบุญในธรรมทานและในความตั้งใจที่มุ่งมั่นในทางนิพพานโดยใช้จิตกตัญญูเป็นที่ตั้ง ด้วยได้เห็นภพชาติที่ผ่านมาเป็นแรงบันดาลใจค่ะ. สาธุ

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.