ประสบการณ์ภาวนา คุณกมลบัตร์
.

ก่อนที่จะเข้าอบรมอานาปานสติกับเตโชวิปัสสนาสถาน ข้าพเจ้าก็จะไหว้พระ สวดมนต์ และนั่งสมาธิวันละ 30 นาที จนวันหนึ่งคุณโชติกา ศรีเมือง กัลยาณมิตรได้นำหนังสือรวมคำสอนของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่เป็นเล่มเล็ก ๆ มาให้อ่าน ได้อ่านแล้วก็เฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร ต่อมาได้ไปหาซื้อหนังสือฆราวาสบรรลุธรรม 1 มาอ่าน พออ่านจบเล่มก็บอกตัวเองว่า “ต้องพิสูจน์” จึงยื่นใบสมัครเข้าอบรมคอร์สอานาปานสติ
.
ตอนไปเข้าอบรมคอร์สอานาปานสติ นับเป็นครั้งแรกของชีวิตที่ได้ไปยืนที่เตโชวิปัสสนาสถาน ตื่นเต้นมาก ๆ เลยไปล่วงหน้า 1 วัน ไปช่วยเตรียมสถานที่ภาวนา และยังได้มีโอกาสไปปลูกอ้อยให้ท่านอาจารย์ด้วย พอได้เข้าหอปฏิบัติกับอาจารย์โสภิต ชลวิชิตวันแรก จิตขณะนั้นบอกว่าสู้ตาย แต่พอวันที่ 2 ข้าพเจ้าหาทางหนีกลับบ้านเลยบอกตัวเองว่า “ไม่เอาแล้ว..ไม่ใช่ทางของเราต้องกลับบ้านแล้ว” โอ้ย..นั่งภาวนาจนแทบร้องไห้ ด้วยความทุกข์จากการต้องนั่งนาน ๆ ซึ่งข้าพเจ้าต้องนั่งเก้าอี้เล็ก ๆ เสริมที่ก้นเพื่อรับน้ำหนักตัว และต้องพิงผนังเพื่อป้องกันไม่ให้ล้มขณะนั่ง เนื่องจากมีปัญหาที่กระดูกสะโพกมาตั้งแต่เกิด จะเอากุญแจรถก็ไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่เขาเก็บไว้ จะเอาโทรศัพท์โทรให้คนมารับก็ไม่ได้ เพราะฝากเก็บตามกฎของที่นี่เหมือนกัน เงินก็ไม่มีเพราะฝากไว้หมดทุกอย่าง ช่วงพักกลางวันก็เดินออกไปหน้าธรรมสถาน กะว่าจะหาทางโบกรถไปหาที่โทรศัพท์เพื่อจะหนีกลับบ้าน ยืนมองรออยู่ข้างถนนก็ไม่มีรถผ่านสักคัน
..
สุดท้ายเดินกลับไปคุกเข่าร้องไห้ที่ใต้ต้นโพธิ์ ในธรรมสถาน ร้องจริง ๆ จัง ๆ ถามที่ต้นโพธิ์ว่า
“ลูกมาทำไมที่นี่ มาทำไม ????” ร้องไห้จนพอใจก็เดินกลับไปที่เรือนนอน

พอช่วงบ่ายก็ขี้นภาวนา จะด้วยความเมตตาของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ หรือของท่านอาจารย์ก็ไม่ทราบได้ ขณะที่ภาวนาอานาปานสติ โดยมีอาจารย์โสภิตดูแล เพราะท่านอาจารย์เดินทางกลับไปแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้เห็นภาพ (ตกใจนะที่ได้เห็นและกลัวด้วย) ในชีวิตไม่เคยเห็นนิมิตจริง ๆ จัง ๆ กับเขาสักที แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เห็นเป็นภาพงูตัวใหญ่มาก ๆ นอนตายอยู่ ขนาดลำตัวจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งนี่กว้างประมาณ 1 เมตร และมีงูเห่าขนาดใหญ่มากมายนับพันตัว พันรอบศพงูตัวใหญ่นั้น มีเสียงร้องไห้ของงูเหล่านั้น และได้ยินเสียงจากงูพูดว่า “พญางูจากพวกเราไปแล้ว” และมีงูตัวเล็ก ๆ ชูคอขึ้นมาดูศพของพญางู แล้วถามว่า “ทำไมพญางูถึงตาย?” มีเสียงตอบกลับมาว่า “เพราะพญางูได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า เลยตั้งใจไม่ฆ่าสัตว์ ไม่กินเนื้อสัตว์ ถึงบริวารจะหาอาหารที่เป็นเนื้อมาให้ ก็ไม่ยอมกิน จนร่างกายอ่อนแรงและตายในที่สุด” งูตัวเล็กก็ประทับใจในพญางู เลยอธิษฐานว่าจะขอตามหาพญางูเพื่อจะฟังธรรมจากพญางู และก็มีเสียงที่นุ่มนวลทำให้ไม่รู้สึกกลัวบอกว่า “พญางูคือท่านอาจารย์ และงูตัวเล็กคือเธอ” ได้ยินดังนั้นน้ำตาข้าพเจ้าก็ไหลเป็นทางจนหมดชั่วโมงการภาวนา
..
ข้าพเจ้าเคยถามศิษย์รุ่นพี่ว่า ชาติที่ท่านอาจารย์เป็นพญางูนั้นตายอย่างไร แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยเวลาที่ข้าพเจ้าเองท้อ ก็จะนึกถึงภาพนิมิตนี้ ก็ทำให้มีกำลังในการภาวนาขึ้นมาได้ ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องมาที่นี่ จริงๆ เราทุกคนที่มาเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ เคยมีวาสนาร่วมกับท่านมาก่อนใน 7 ชาติสุดท้ายของท่านอาจารย์เพียงแต่เราจะรู้ตอนไหนเองเท่านั้น นึกถึงตอนไปคอร์สอานาปานสติคอร์สแรกนี้ ยังขำตัวเองอยู่เลยเพราะร้องไห้กลับบ้านจริง ๆ ที่เห็นนิมิตนั้นคิดว่ามาจากต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ของเตโชธรรมสถาน เพราะข้าพเจ้าไปนั่งร้องไห้แล้วบอกกับต้นโพธิ์ว่า “จะไม่ขอมาที่เตโชสถานอีก”ท่านก็เลยเมตตาให้เห็นนิมิตนี้ เพื่อเรียกสติเรากลับมา ให้มีความเพียรให้เข้าใจคำตอบที่แท้จริงค่ะ
..
ทุกคนมีเหตุให้มาเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนค่ะ เรื่องนิมิตที่เห็นจริง ๆ ก็จบไปนานแล้ว และไม่ได้ให้ค่าอะไรมากไปกว่าได้รู้คำตอบให้กับตัวเองแล้วว่าทำไมเราถึงต้องมาเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ แต่ตอนที่ท่านอาจารย์ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเรื่องการปกป้องพระพุทธศาสนา “หยุดอลัชชี” ที่ถูกโจมตีด้วยคำหยาบคายถาโถมเข้ามาว่า “ถึงตายอาจารย์ก็ยอม” คำนี้มันกระแทกเข้าไปในจิต ภาพตอนท่านเป็นพญางูก็กลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง งูกินสัตว์อื่นเป็นอาหาร แล้วพญางูกินอะไรเป็นอาหาร ใจที่เด็ดเดี่ยวของพญางูไม่ยอมทำบาปถึงจะแลกด้วยชีวิตก็ยอมเลยเอามาเล่าแบ่งปันกัน ให้ทุกคนคิดกันเองว่า ท่านอาจารย์ของเราเด็ดเดี่ยวแค่ไหน

หลังจากคอร์สอานาปานสติ ข้าพเจ้ามาภาวนาที่บ้านทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง ด้วยข้อจำกัดว่าอาชีพของข้าพเจ้านั้นต้องนอนกลางวัน และตื่นมาค้าขายอาหารช่วงกลางคืนยันสว่าง แล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ให้ยืนยันการไปเข้าคอร์สเตโชวิปัสสนา 17 – 24 กันยายน 2560 เมื่อได้ไปเข้าคอร์สเตโชวิปัสสนา ก็รู้ตัวนะว่าทำกรรมที่หนักมาก ๆ แต่ก็ลืม ๆ ไปแล้วไม่ได้สนใจ และก็รู้เลยถ้าไม่ใช่ท่านอาจารย์ กรรมที่ผ่านมานี้ไม่มีทางแก้ไขแน่นอน ท่านอาจารย์เมตตาจริงๆ เหมือนท่านอาจารย์ปลดปล่อยช่วยให้เรารับวิบากกรรมน้อยลง ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมาก
..
หลังจากเข้าอบรมเตโชวิปัสสนาคอร์สแรก ข้าพเจ้ากลายเป็นคนใจเย็นขึ้น ไม่โวยวายดังก่อน วิเคราะห์เหตุผลได้มากขึ้น ให้อภัยคนอื่นได้จากใจ ในใจไม่มีความอิจฉากับร้านค้าคู่แข่ง จิตที่เคยอยากเอาชนะร้านคู่แข่งก็หายไป ข้าพเจ้ากลายเป็นผู้ที่ภาวนาที่บ้านอย่างมีวินัย รักษาศีล 5 อุทิศตนช่วยงานธรรมสถานทุก ๆ งานที่ทำได้ โดยชักชวนเพื่อนๆ ศิษย์เตโชอำเภอสอยดาว จันทบุรี รวมกลุ่มกันทำภารกิจต่าง ๆ อยู่เสมอ ชีวิตมีความหมายขึ้นมาก รู้จุดหมายสุดท้ายในชีวิต เตโชวิปัสสนาเป็นคำตอบของชีวิตจริงๆ ว่ามั้ย
.
กมลบัตร์
ศิษย์จาก อ.สอยดาว จันทบุรี

2 thoughts on “ฉันมาที่นี่…ทำไม?

  1. เป็นประสบการณ์ภาวนาแบบปัจจัตตังโดยแท้ ขอน้อมจิตอนุโมทนาสาธุในธรรมทาน และในวาสนาที่คุณได้มาพบหนทางแห่งการหลุดพ้นที่แท้จริง ได้พบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ท่านอาจารย์ อัจฉราวดี วงศ์สกลผู้เป็นวิปัสสนาจารย์ที่มีเมตตาและวิธีการปฏิบัติที่เป็นทางลัดตัดตรงมุ่งสู่นิพพานโดยแท้ ขอให้ตั้งใจพากเพียรหมั่นภาวนาชำระจิต และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านอาจารย์อย่างเคร่งครัดแล้วจะได้เข้าถึงเป้าหมายในชีวิตในเร็ววันนี้ สาธุครับ

    ถูกใจ

  2. สาธุ ขออนุโมทนาบุญในธรรมทานที่เป็นแรงบันดาลใจในการเพียรภาวนา แม้จะต้องอดทนกับเวทนาเพียงไร แต่ผลที่ได้จากความเพียรนั้นคุ้มค่ายิ่งนัก ภพชาติที่จะต้องหลงวนในสังสารวัฏจะได้ลดทอนลงด้วย โดยมีท่านอาจารย์เป็นตัวอย่างอันประเสริฐให้เห็นถึงการยอมตายถวายชีวิตเพื่อรักษาธรรม.

    Liked by 1 person

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.