ประสบการณ์การภาวนาของ คุณณัฐฤดี

ข้าพเจ้าย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่นนทบุรีได้หกปีเศษ ทำงานราชการเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย เป็นปีที่ 36 มีครอบครัวที่ดี มีลูก 2 คน เรียนจบและทำงานแล้ว สามีมาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย เมื่อ 3 ปีก่อน การจากไปของคู่ชีวิตที่อยู่ร่วมกันมาเกือบ 30 ปี สร้างความทุกข์ใจอย่างยิ่ง เกิดอาการเสียศูนย์ ใจโหวง เหงา คิดมาก คิดวน หมดแรง นอนไม่หลับ ตื่นเช้าขับรถไปทำงาน เปิดวิทยุได้ยินเสียงเพลงฟังแล้วน้ำตาไหล ทำไมมันเศร้าอย่างนี้….ต้องหาหนทางพ้นจากทุกข์ ต้องหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงหาที่สงบใจ วันหยุดลูกพาไปกราบพระพุทธรูปที่วัด ไปสถานปฏิบัติธรรมในเมือง ร่วมไปปฏิบัติธรรมกับที่ทำงานจัดไปที่วัดมเหยงค์ เข้าร้านหนังสือหาหนังสือธรรมะที่อ่านแบบไม่ยากนัก ซื้อ CD ธรรมะนิยายของหลวงพ่อจรัญมาฟัง ซึ่งพอช่วยให้ชีวิตลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง เพราะสะท้อนคิดในเรื่องกฎแห่งกรรม ได้เห็นความเป็นจริงในชีวิตชัดเจนขึ้น ได้สวดมนต์ทุกคืน ฝึกนั่งสมาธิและรู้ว่ากรรมฐานสามารถแก้กรรมได้

วันหนึ่งน้องสาวข้าพเจ้า ผู้ซึ่งช่วยประคับประคองชีวิตอย่างมากในช่วงที่ตกดิ่งอยู่ในห้วงทุกข์ ได้นำหนังสือ ”ฆราวาสบรรลุธรรม” เล่มแรก มาให้อ่าน ว่าดีมากลองอ่านดู ปกติเราสองคนเป็นนักอ่านนิยายตั้งแต่วัยรุ่น เมื่อได้อ่านเกิดศรัทธา ได้ไปร่วมงานทอดผ้าป่าครั้งแรก วันนั้นมีพิธีใหญ่เป็นการอัญเชิญองค์พระขึ้นประดิษฐาน….สิ่งที่ประทับใจคือ ทุกคนแต่งกายด้วยผ้านุ่งยาว ผ้าไทยสวยงาม เป็นงานบุญที่สวยงาม สง่า ดอกไม้ประดับประณีต มีความสงบ ไม่วุ่นวาย ….ท่านอาจารย์มีเมตตาสูงมาก ท่านเหน็ดเหนื่อยต้อนรับทุกคนที่ต้องการมากราบท่านอย่างใกล้ชิด และยังได้ฟังโอวาทจากท่านอีกหลายครั้ง จากการไปร่วมงานภาวนาเพื่อแผ่นดิน 2 ครั้ง และงานทอดผ้าป่าปีที่แล้ว แต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่ได้เป็นศิษย์ ด้วยเหตุขัดข้องส่วนตัว แต่ได้แผ่นซีดีธรรมะของท่าน ไว้ฟังในรถตลอด

เมื่อจัดสรรเวลาได้ จึงส่งใบสมัครและตั้งจิตอธิษฐานให้เป็นผู้มีวาสนาได้เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ เมื่อได้รับการสัมภาษณ์ ตอบรับแล้ว มีความวิตกว่าชั่วโมงฝึกนั่งสมาธิน้อย ก็กลัวจะทำไม่ได้ แต่เมื่อมุ่งมั่นตั้งใจ และมีน้องสาว 3 คนและน้องเขยอีกหนึ่งคนได้ผ่านคอร์สนี้ไปแล้วมาให้กำลังใจ ดิฉันก็จะทำให้เต็มที่ ด้วยอาชีพที่เป็นครูได้ช่วยเหลือลูกศิษย์ ให้การอบรมสั่งสอน ให้ทุนการศึกษา มีจิตใฝ่ธรรมะ รักษาศีลห้า ทำความดีมาตลอดชีวิต ปัญหาในเรื่องกฎระเบียบการปฏิบัติตนรับได้ แต่เมื่อมาพบเหตุการณ์ในการอยู่ร่วมกัน เมื่อได้พักที่กุฏิ เพื่อนที่พักร่วมปิดประตูห้องน้ำดัง กฎห้ามพูดต้องอดทนได้ เขาตื่นนอนก่อนเวลาระฆังดัง เสียงประตูเสียงเดินเข้าออก ดิฉันหูไวเหมือนเพิ่งหลับไปไม่นานต้องสะดุ้งตื่น กลางวันให้นอนพัก กุฏิติดกัน อาบน้ำตักน้ำราดตัวอย่างแรง ….น่าหงุดหงิด แต่พยายามทำใจ อดทน ๆ การห้ามพูดเขาก็ไม่ยอมเข้าใจ แต่พยายามมาพูดด้วยแบบพูดค่อย ๆ อันนี้พยายามหลบตาไม่พูดด้วย

เมื่อได้นั่งปฏิบัติอานาปานสติ ทำตามทุกขั้นตอน มีสมาธิเมื่อเริ่มบางครั้งแวบหาย ต่อมาปวดเข่า ขา มากขึ้น ๆ แรก ๆ สับสนว่าจะทำไงดี แต่เมื่อสอบอารมณ์จึงเข้าใจได้ว่าเป็นสภาวะธรรม ที่เกิดแก่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร แต่อยู่ที่จิตจะตั้งมั่นและไม่สนใจสังขารที่ปวดแสนปวดนี้ได้ ซึ่งยากยิ่งนัก ดิฉันนั่งแถวสอง เสียงสอบอารมณ์ของฝ่ายชาย นึกรำคาญ หงุดหงิดแต่ก็พยายามดึงจิตให้มาที่จมูก เหงื่อออกร้อนเพราะสั่งจิตนี่แหละ นับรวมได้สองครั้งที่นั่งได้แบบไม่กระดิก ที่เหลือขยับเบา ๆ หนึ่งครั้งแล้วนั่งต่อ มีบ้างที่กิเลสร้องว่า มาทำอะไร….. บางทีก็แพ้แอบลืมตาก่อนหมดเวลา…ภาวนาให้หมดเวลาเร็ว ๆ ในการปฏิบัติช่วงกลางวันอากาศร้อน ท่านอาจารย์ได้ทำระบบฉีดน้ำบนหลังคาอาคาร ได้ยินเหมือนเสียงฝนตก รู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่ท่านมีต่อศิษย์ ข้าพเจ้าจะตั้งใจ ตั้งมั่นเพียรพยายาม

เมื่อกลับมาพักได้หนึ่งวัน ข้าพเจ้าก็ภาวนาเช้าและค่ำ เพราะภาวนาคือหน้าที่…

ช่วงนอนพักกลางวัน วันที่สามของการปฏิบัติ หลับไปได้ยินเสียงสุนัขเห่าหนึ่งครั้ง จิตเอ่ยชื่อสุนัขที่ตายจากไป ในวันที่สามีเสียได้ครบ 7 วัน กำลังจะมีงานพระราชทานเพลิงในวันนั้น ข้าพเจ้ารับรู้ว่าต้องแบ่งบุญให้เขาด้วย ตอนกลางคืนหลับได้ยากมากเหมือนจิตตื่นตลอด พอหลับสนิท มาตื่นอีกเพราะได้กลิ่นธูป บอกในใจ…ขอหลับต่อนะไม่งั้นพรุ่งนี้ปฏิบัติไม่ได้ ในการแบ่งบุญให้ผู้ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร ท่านอาจารย์ได้สอนอย่างละเอียด…นอกจากบิดา มารดา และญาติผู้ล่วงลับ ข้าพเจ้าค้นหาทางที่จะสื่อถึงสามีที่จากไปอย่างกระทันหัน ไม่ได้ตั้งตัว แม้บุญจากการปฏิบัติภาวนาในครั้งนี้จะมีอานิสงค์มากหรือน้อย แต่ขอให้เขาได้รับบุญนี้ด้วย เพื่อให้เขาได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดีด้วยเทอญ…..เมื่อกลับมาทำงาน มีคนมาอนุโมทนาบุญบ้าง แต่ไม่มีใครถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง เขาคงไม่อยากฟัง ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่อยากเล่า เป็นเรื่องแปลกหรือปกติที่เรื่องการออกปฏิบัติธรรมเมื่อถึงเวลาของใครก็ของคนนั้น คงเป็นเรื่องของวาสนาที่พึงจะมีหรือต้องเห็นได้เอง

ศิษย์ณัฐฤดี

One thought on “บททดสอบของชีวิต..ที่ต้องผ่านให้ได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.