ประสบการณ์กรรมของ คุณสุคนธรัตน์

ข้าพเจ้ามีอาชีพ ค้าขายอาหาร แถว รร.ดัง ในหาดใหญ่ ในร้านมีสัตว์เลี้ยงอยู่ 2 ตัว เป็นพี่น้องกัน คือ แมวดำและแมวขาว แม่มันมาคลอดทิ้งไว้และหนีไป เราก็ช่วยกันเลี้ยงดูเพื่อให้มันจับหนูในร้าน

เจ้าดำเป็นตัวผู้ นิสัยตะกละ ชอบเที่ยว ขี้อ้อน ขี้เล่น เจ้าขาวเป็นตัวเมีย นิสัยเอาจริงเอาจัง ขรึม ไม่ชอบเล่น แต่จับหนูเก่งมาก แมวทั้งสองรักและผูกพันกันมาก ถ้าตัวไหนหายไป อีกตัวจะคอยเฝ้ารอกินอาหารด้วยกัน นอนกอดกัน เจ้าขาวจะเลียขนให้เจ้าดำเสมอ ถ้าเจ้าดำไปเที่ยวกลับมาแล้วสกปรกมอมแมม

ย้อนไปเดือนเมษายน ข้าพเจ้าพาลูกสาวคนโตและลูกชายคนกลางเข้าคอร์สปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของเด็ก และอยู่ดูแลพวกลูก ๆ ที่นั่นปฏิบัติเป็นเวลา 7 วัน ก็กลับร้าน วันที่ 13 เม.ย. 61 สามีบอกว่าโดนเจ้าขาวกัดที่นิ้วโป้งเท้า เพราะถือถาดใหญ่เพื่อที่จะนำไปล้าง จึงมองไม่เห็นแมวที่นอนหลับอยู่แล้วไปเหยียบถูกเข้า มันจึงกัดเพื่อป้องกันตัวเอง หลังจากนั้นเจ้าขาวเศร้ามาก ซม และกินอาหารได้น้อย เราทั้งสองลงความเห็นว่า คงเศร้าที่กัดเจ้าของที่มันรัก

ผ่านมา 2-3 วัน มันมานอนใต้โต๊ะทำอาหารและน้ำลายยืด หอบหายใจแรงและทรมานมาก จึงพามันไปคลินิกหน้าซอย แต่ทางคลินิกไม่รับ บอกว่าน้องแมวอาการหนัก ต้องพาไปโรงพยาบาลเพื่อเอกซเรย์ปอด และใช้เครื่องมือที่ครบครันช่วย จึงพากันไปต่อที่รพ.สัตว์ของ มอ. ยังไม่ทำบัตร แต่พยาบาลและสัตวแพทย์ก็พาเจ้าขาวไปพ่นยาอยู่ร่วมชั่วโมงไม่ดีขึ้น เอกซเรย์ดูปอดและภายใน และฉีดยาต่าง ๆ พร้อมบอกว่า พื้นที่ภายในตัวเจ้าขาวเห็นแต่น้ำเต็มไปหมด เหลือพื้นที่ว่างเพียงประมาณ 1 กำมือเท่านั้น ที่พอจะมีอากาศออกซิเจน มันจึงตะเกียกตะกายหาอากาศหายใจเพื่อยื้อชีวิต วิธีการรักษาจะต้องดมยาสลบและเจาะเอาน้ำออก ซึ่งเป็นวิธีการที่เสี่ยงมาก หมอถามต่อว่าเมื่อเจาะเอาน้ำออกแล้วจะรับน้องกลับไปดูแลเองหรือให้นอนที่โรงพยาบาล

สามีจะรับเจ้าขาวกลับไปดูแล แต่ข้าพเจ้าคัดค้าน บอกว่าลูกทั้ง 3 ก็วุ่นวายพอแล้ว อย่าเอามันไปเลยให้อยู่ที่นี่แหละ ไม่อยากเห็นความทรมานของมัน จึงทิ้งขาวไว้ที่ รพ. และเซ็นยินยอมการรักษา รุ่งเช้าหมอโทรว่าเจ้าขาวตายแล้ว ทนได้ถึง 2 วัน ก็เก่งมากแล้ว เนื่องจากโดนกระทบมาอย่างรุนแรง น้ำที่เห็นในฟิล์มเอกซเรย์คือน้ำหนองที่ลามทั่วร่างกาย เมื่อเจาะออกมา เหม็นมาก เหมือนไข่ไก่เน่า เป็นมาประมาณ 1-2 สัปดาห์แล้ว คือประมาณ 10 วันหลังจากที่ขาวโดนเหยียบ เจ้าดำก็เฝ้ารอ ไม่ยอมไปเที่ยวนอนบ้านทุกคืน กินน้อย ตรอมใจ และคิดถึงเจ้าขาว ข้าพเจ้าสลดใจยิ่งนักกับการพลัดพราก

เราทั้งคู่เข้าคอร์สเตโชวิปัสสนากรรมฐานวันที่ 29 เม.ย – 6 พ.ค. 61 ก็หวังที่จะแบ่งบุญเพื่อยกภพภูมิให้เจ้าขาว ประมาณวันศุกร์ที่ 4 ฝันเห็นลูก 3 คนกำลังจะโดนน้ำทะเลซัด ใจกระวนกระวายแต่ก็พาลูก ๆ กลับบ้านยายอย่างปลอดภัย และวันศุกร์ชั่วโมงบ่าย สามีได้สอบอารมณ์กับท่านอาจารย์เป็นคนสุดท้าย และท่านได้เมตตาบอกเป็นแง่คิดที่ว่า ไปทำอะไรไว้ เจ้ากรรมนายเวรรอเอาคืนอยู่ ส่วนวันเสาร์ เกิดสภาวธรรม เห็นรถออกจากบ้านยายและชนลูกสาวคนเล็ก ตัวเธอเข้าไปอยู่ตรงกลางใต้ท้องรถ และนิ้วมือโดนรถเหยียบ ก็ไม่สนใจเพราะกลัวกิเลสมันหลอก ตอนเย็นเปิดวาจาได้ จึงเล่าให้สามีฟังว่าคงเป็นห่วงลูกมาก ทั้งเก็บไปฝัน และเห็นช่วงภาวนา

พอได้โทรศัพท์ ก็โทรหาแม่ว่าจบคอร์สแล้ว แม่บอกว่าลูกหมู (ลูกสาวคนเล็ก) นอนอยู่โรงพยาบาล มอ. ตั้งแต่คืนวันศุกร์แล้ว หอบ หายใจไม่ทัน พาเข้าฉุกเฉิน พ่นยา ใช้เครื่องช่วยหายใจและเอกซเรย์ปอด จึงรีบเดินทางกลับหาดใหญ่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล มอ. ระหว่างทางได้ปะติดปะต่อเรื่องราวและเหตุการณ์ทุกอย่าง อาการของลูกคืออาการเดียวกับแมวทั้งสิ้น ภายนอกดูแข็งแรง แต่ปอดของน้องอาการหนักมาก รักษาตัวก็ที่ รพ. เดียวกัน “ลูกสาวคนโตบอกว่าแม่ น้องหายใจเหมือนเจ้าขาวและชอบบอกว่าพ่อเหยียบเจ้าขาวตาย”
หมอแปลกใจกับอาการ ภายนอกดูปกติ แต่ทำไมปอดจึงติดเชื้อได้อย่างหนัก และต้องให้สายยางช่วยหายใจตลอด ข้าพเจ้าอยากบอกหมอว่า บางสิ่งบางอย่างทางการแพทย์ไม่มีคำตอบหรอกค่ะ มันคือ “กรรม” ที่รอจังหวะตอบสนอง แล้วทำไมต้องเป็นลูกสาว 3 ขวบ อาจเพราะสมาชิกในบ้านเพิ่งผ่านการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมา กรรมจึงเล่นงานได้ยาก เหลือสมาชิกคนสุดท้องที่ต้องชดใช้

เมื่อได้ฟังอาการจากหมอที่รักษาลูกยิ่งแน่ชัด จึงให้สามีเฝ้าน้องและกลับร้านเพื่อน้อมจิตขออโหสิกรรม และภาวนา 3 ชั่วโมงต่อเนื่อง เพื่ออุทิศให้เจ้าขาว เจ้าขาวส่งความรู้สึกผ่านการภาวนา “ทำไมไม่พามันกลับมาตายที่บ้าน ท่ามกลางคนที่มันรัก มันอยากลาเจ้าดำ มันเป็นห่วงและคิดถึง ทำไมถึงทิ้งมันไว้ที่นี่ มันไม่รู้จักใครเลย ไม่ใช่บ้านของมัน” รับรู้ความรู้สึกของแมวน้อย น้ำตาพรั่งพรูที่ไม่นึกถึงหัวใจของมัน ทรมาน ตะเกียกตะกายหาอากาศหายใจเพื่อยื้อชีวิต มันไม่ได้ยอมตายเพื่อเอาบุญอย่างที่เราคิด มันอาฆาต โกรธ เสียใจและทรมาน

“เจ้าขาว ฉันเข้าใจเธอแล้ว ฉันจะดูแลเจ้าดำให้ดีที่สุด ฉันจะเยียวยาหัวใจและดูแลเหมือนสมาชิกในครอบครัว ฉันขอโทษที่ทิ้งเธอ ฉันขออโหสิกรรม ๆ ๆ”

หากเธอให้อภัยแล้ว ขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแก่ลูกสาวของฉัน เมื่อถอนภาวนา จึงอุทิศบุญแห่งการตั้งสัจจะบารมี 3 ชม. ต่อเนื่องให้เจ้าขาว เมื่อมาเปลี่ยนเวรตอนดึกกับสามีและกำลังเขียนธรรมทานนี้ พยาบาลเข้ามาบอกว่า ขออนุญาตถอดน้ำเกลือน้องออกค่ะ วางสมุด หยุดเขียน ไปจับมือลูกสาวให้อุ่นใจ เพราะเธอกลัวพยาบาลจนความดันขึ้นอยู่หลายครั้ง กลัวการดูดเสมหะที่เยอะและทรมาน จึงดิ้นหนีสุดชีวิต

“ขอบคุณนะขาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือเธอคลายความอาฆาตแล้ว ขอให้บุญกุศลที่ส่งให้จากคอร์สปฏิบัติและการภาวนาที่บ้าน ยกภพภูมิจิตของเธอให้สูง ให้ได้เกิดเป็นมนุษย์ มีโอกาสปฏิบัติธรรมจนถึงซึ่งพระนิพพาน”

เพราะเราทั้งสอง มีเป้าหมายที่ชัดเจนต่อการหลุดพ้น กรรมเลยเร่ง นักภาวนาไม่มีชีวิตที่สวยหรู มักมีกรรมถาโถม แต่เรารับมือได้ คำสอนของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล
กรรมนี้เกิดขึ้นภายใน 1 เดือน ทั้งต้นเหตุและผลที่ได้รับโดยไม่ต้องรอชาติไหน บทเรียนครั้งนี้ทำให้รู้ว่า ทุกชีวิตไม่ว่าเล็กใหญ่ ย่อมรักชีวิตตน สัตว์ที่เราเลี้ยงมันจงรักภักดี และผูกพันกับเรามาก มีแต่เราเท่านั้นที่คิดว่ามันเป็นเพียงสัตว์เลี้ยง การเกิดร่วมกันย่อมมีกรรมผูกพันกันมา บางชาติมันอาจเป็นลูกเราก็ได้ แต่ชาตินี้มันไม่มีบุญพอที่จะได้อัตภาพมนุษย์

ขออุทิศบุญจากธรรมทานนี้ให้ เจ้าขาว เจ้าดำ ด้วยเทอญ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.