ประสบการณ์ทางธรรมของคุณริยวีร์

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมกราบองค์พระบรมศาสดาทุกพระองค์ คุณพระศรีรัตนตรัย องค์สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี องค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกท่าน และผู้มีพระคุณทุกท่านที่ให้ชีวิตใหม่ เมตตาเกื้อกูล อบรมสั่งสอนแต่ทางอันประเสริฐตลอดมา ขอน้อมรำลึกบูชาคุณนี้ด้วยความกตัญญูและขอทำกิจในพระศาสนาเพื่อส่งเสริมความดีงามตลอดชีวิต..

ข้าพเจ้า ริยวีร์ เดิมอยู่ จ.พิษณุโลก แล้วย้ายมา จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 15 ปี ชีวิตเผชิญกับโรคซึมเศร้า อีกทั้งกรรมวิบาก แม้จะมีบ้านหลังใหญ่โตเป็นเรือนไม้ริมน้ำมีที่ดินนับร้อยไร่ แต่คุณพ่อชอบดื่มสุรามากจนขาดสติเผลอใช้ความรุนแรงบ่อย ๆ นับว่ายังโชคดีมีคุณแม่ที่อบอุ่น ขยัน อดทน เป็นแบบอย่างดีงาม เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ลูก ๆ และยังมีพี่น้องลูกหลานที่รักและสามัคคีกันอย่างมาก ข้าพเจ้าคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรให้ครอบครัวสงบสุข กระทั่งได้รับการสอนธรรม การรักษาศีล และภาวนาจากครูในวัยประถม 2 ท่าน ทำให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น จากเคยกลัวการเมาขาดสติของพ่อ กลายเป็นการดูแลเอาใจใส่ท่าน เมื่อกลับถึงบ้าน ล้างเท้า จัดสำรับอาหาร สนทนาจนท่านเข้านอน ปรนนิบัติท่านจนถึงอายุ 17 ปี ข้าพเจ้ามาทำงานที่ จ.สมุทรปราการ แม้ชีวิตจะดำเนินไปพร้อม ๆ กับโรคซึมเศร้าก็ตาม ก็ยังคงจัดเวลาปฏิบัติธรรมอยู่เนือง ๆ โดยจะงดทำงานล่วงเวลาในวันพระ แต่เลือกปฏิบัติภาวนาแทน ซึ่งข้าพเจ้ามั่นใจว่านี้เป็นอานิสงส์ส่งให้ชีวิตมีความปลอดภัยในหลายวาระ

เมื่อมีครอบครัว ชีวิตยังประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งอาการป่วยทางกายและใจ จิตต้องทนทุกข์เช่นนี้เป็นเวลา 8-9 ปี จนรู้สึกเหนื่อยกับชีวิต กระทั่งเช้าวันหนึ่งข้าพเจ้าตั้งจิตอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าได้ชดใช้วิบากกรรมมานานพอสมควรแล้ว ด้วยความทุกข์ทรมาน หากนับจากนี้ข้าพเจ้าเคยมีบุญวาสนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระองค์ใด ในศาสนาใด ในภพชาติใดก็ตาม ขอได้โปรดเมตตาอนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ” อธิษฐานจิตเริ่มส่งผล ในช่วงสายวันเดียวกัน เพื่อนบ้านมาเยี่ยม คุณยายท่านหนึ่งเห็นเป็นลักษณะพระโพธิสัตว์กวนอิม อยู่เหนือกายข้าพเจ้า คุณยายท่านนั้นถึงกับน้ำตาไหล ส่วนข้าพเจ้าเองรู้สึกกายใจเบาสบายและเหมือนมีบางสิ่งคอยปกป้องรักษา มีความอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นเกิดนิมิตอีกหลายประการให้ปฏิบัติตาม ส่งผลให้อาการดีขึ้นโดยลำดับ ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่ได้รับคำแนะนำคือการเจริญภาวนา เมตตาแนะนำโดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช น้อมกราบพระองค์ท่านและพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกภพชาติที่เมตตาให้ผ่านทุกข์แห่งวิบากกรรมนั้นมาได้..ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง..

การปฏิบัติธรรมส่งผลให้หมดความสงสัยในวิบากกรรมต่าง ๆ ที่ได้รับ เช่นความขัดสนเงินทองรวมถึงทุกข์เดือดร้อนอื่น ๆ เพราะระลึกได้ถึงเหตุที่สร้างไว้ จนเข้าใจชัดว่าเหตุที่ก่อไว้เช่นไรย่อมรับผลเช่นนั้น ข้าพเจ้าเคยได้รับการเทศน์สอนถึงการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่จากหลวงพ่อจรัญ แต่เพราะความไม่มีวินัยในการภาวนาให้เข้มแข็ง เมื่อประสบแรงกระทบหนักจิตก็ซึมเศร้าได้ง่ายถึงขั้นต้องรับประทานยา แต่ยังไม่ถอดใจ อีกครั้งที่ปฏิบัติสติปัฏฐานสี่อย่างตั้งใจที่สถานปฏิบัติธรรมใกล้บ้านเป็นเวลา 5 ปี แต่จิตยังคงไม่พบความสุขสงบที่เป็นแก่นแท้ของจิตเดิมเลย จนวันที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานอีกครั้ง ขอให้ได้มีวาสนาได้พบกับหมอดียาดีหรือได้พบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ชี้แนะแนวทางให้ข้าพเจ้าได้นอนหลับได้เหมือนคนปกติด้วยเถิด เพราะเกือบทั้งชีวิตต้องเผชิญชะตากรรมด้วยอาการนอนไม่หลับทุกข์ทรมานจนร่างกายทรุดโทรม หากหลับได้บ้างสัก 50 เปอร์เซ็นต์ของคนปกติ ข้าพเจ้าคงมี “จิตที่ยิ้มได้” และร่างกายแข็งแรง สามารถทำกิจการงานที่มั่นคงเพื่อพระศาสนาได้มากกว่านี้

และวันนั้นก็มาถึงเมื่อได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติเตโชวิปัสสนาจากคุณวาสนา สาสะกุล เธอได้เล่าถึงความเมตตาของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และผลที่ได้ปฏิบัติในคอร์สว่าดีอย่างไร ในขณะที่ฟังเกิดขนลุกและน้ำตาไหลไม่รู้สิ่งใดทำให้ตื้นตันใจเพียงนี้ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจสมัครคอร์สเตโชวิปัสสนาจากคำแนะนำของคุณวาสนา วันที่กรอกใบสมัครคิดว่าถ้าได้ไปปฏิบัติอาจเป็นหนทางทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น ส่งใบสมัครแล้วเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อ และตั้งจิตอธิษฐานถึงท่านอาจารย์ว่า ให้มีวาสนาได้เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ ระหว่างนั้นคุณวาสนาแนะนำให้ฝึกอานาปานสติไปด้วย..

ผ่านไปราว 15-20 วัน มีโทรศัพท์แจ้งว่าได้รับเข้าคอร์สเตโชวิปัสสนาแล้ว ในคืนนั้นระหว่างฝึกอานาปานสติจิตก็ฟุ้งถึงปัญหาการย้ายที่อยู่ แต่ก็บอกตัวเองว่าอย่าคิดมากเลย เรามีสิ่งดีที่สุดรออยู่ เราจะได้เข้าคอร์สเตโชวิปัสสนาแล้ว จึงสามารถดึงจิตกลับไปดูลมหายใจและเอนตัวลงนอนประสานมือไว้ที่หน้าท้อง หลับตาลงสักครู่ก็รู้สึกว่าตัวเองลุกขึ้นในท่านั่งสมาธิทั้งที่เพิ่งล้มตัวลงนอน ขณะนั้นเห็นเตียงนอนทะลุลงมาจนถึงพื้นดิน ฝนเพิ่งหยุดตก จึงสังเกตเห็นปลวกตัวสีขาวกับมดอยู่บนพื้นดินที่เปียก และดินก็แยกออกจากกันลึกลงไปประมาณ 1 ฝ่ามือ มีแมลงชนิดหนึ่งที่ต้องอยู่ใต้ดินที่ลึกระดับนั้น ลึกลงไปแมลงอีกชนิดต้องใช้ชีวิตอยู่ในดินชั้นนั้น ซึ่งล้วนลำบากที่ฝนตก ขณะพิจารณาก็มีเสียงดังขึ้นว่า “เขาเหล่านั้น ทุกข์กว่าเรามากนัก” ซึ่งดังมาจากมุมโต๊ะที่ตั้งหนังสือฆราวาสบรรลุธรรมเล่ม 1 ที่คุณวาสนามอบไว้ จึงเข้าใจทันทีว่า ใช่แล้วสัตว์เหล่านี้ทุกข์กว่าเรามากนัก ฝนตกก็อยู่อย่างลำบาก แม้เราจะต้องย้ายที่อยู่ แต่เรายังมีทางเลือก และนี่กำลังจะได้เข้าปฏิบัติธรรม ในที่ที่มีแต่ผู้มีวาสนาจึงจะได้ไป แต่สัตว์เหล่านี้ไม่มีทางเลือก พิจารณาเห็นดังนั้นจึงแผ่เมตตาให้เหล่าแมลง พร้อมน้อมจิตกราบในเสียงที่มีเมตตานั้น และจากนั้นก็ไม่เคยกังวลใจเรื่องที่อยู่อาศัยอีกเลย..

วันที่ได้เข้าปฏิบัติเมื่อไปถึงธรรมสถานใกล้ค่ำแล้ว ศิษย์พี่ได้แนะนำและดูแลอย่างดี เช้าวันแรก เมื่อถึงเวลาขึ้นภาวนาข้าพเจ้าไปรอที่ระเบียงหอปฏิบัติ ขณะนั้นยกมือไหว้น้อมจิตมองต้นศรีมหาโพธิ์ จิตก็คิดว่า “นี่หรือ ต้นศรีมหาโพธิ์กระแสแห่งพระรัตนตรัยที่กล่าวถึงกัน ต้นยังเล็กอยู่เลย” แล้วหลับตา สูดลมหายใจช้า ๆ นิมิตหนึ่งผุดขึ้นเป็นพระพุทธรูปสีทองต่อกันลงมาจากฟ้าสู่ต้นศรีมหาโพธิ์ไม่ขาดสาย ให้รู้สึกปีติยิ่งนัก จากนั้นจึงเข้าปฏิบัติตามปกติ โดยมีอาจารย์โสภิตเป็นผู้สอน ขณะปฏิบัติไม่ว่าเกิดเวทนาใดก็ไม่ถอนภาวนาและนั่งได้ 2–3 ชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนท่านั่งทุกรอบ เพราะตระหนักว่าต้องเพียรให้สมกับวาสนาได้มาปฏิบัติ เพราะคนอีกมากที่รอวาสนานี้ ประกอบกับคิดว่า หากท่านอาจารย์มาสอนแล้วจะปฏิบัติไม่ได้ จึงเพียรนั่งตามคำสอนของอาจารย์โสภิตอย่างมุ่งมั่น กระทั่งได้ฟังธรรมครั้งแรกซึ่งเป็นเสียงที่อัดไว้โดยท่านอาจารย์ น้ำตาไหลพรากเพราะคำที่เคยได้ยิน “เขาเหล่านั้น ทุกข์กว่าเรามากนัก” เป็นเสียงเดียวกับที่กำลังได้ยินขณะนี้ และการปฏิบัติอานาปานสติก็ผ่านไป

จนวันที่ท่านอาจารย์ได้เมตตามาสอนเตโชวิปัสสนา ข้าพเจ้าก็เพียร เพ่ง ตรึง รู้ ปฏิบัติตามท่านสอนอย่างเคร่งครัด แม้จะมีเวทนาและความฟุ้งผุดขึ้นอย่างต่อเนื่องข้าพเจ้ายังคงเพียรเพ่งในจุดสัมผัสจนรู้สึกเหนื่อยเหมือนจะมีไข้เพราะอาการเกร็งเกินไป ด้วยยังไม่เข้าใจในหลักของการปฏิบัติเตโชฯ ตามที่ท่านอาจารย์เมตตาสอน คืนนั้นต้องทานยาลดไข้ ถัดมาในการปฏิบัติวันที่ 2 มีความร้อนขึ้นที่หลังและฝ่ามือ เหงื่อออกที่ใบหน้าเยอะมากและมีสังขารผุดขึ้นเป็นระยะ ช่วงบ่ายวันต่อมามีนิมิตเห็นตนไปยืนใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ และเห็นองค์พระยาธรรมิกราชสีขาวสูงสง่าเสมอต้นศรีมหาโพธิ์ และเห็นกายแก้วใสครองผ้าขาวพลิ้วสง่างามของท่านอาจารย์ซ้อนอยู่ มีเสียงกล่าวรวมกันเป็นเสียงเดียวว่า “รับเขา เงาโพธิ์” รู้ทันทีในจิต ทำให้ร้องไห้กลั้นไม่อยู่ และร่างตนเองค่อยสลายเป็นละอองไหลไปเช่นนั้นก็หยุดร้องไห้ไม่ได้แต่กลับเสียงดังขึ้น พยายามกลั้นไว้จนรู้สึกเจ็บหน้าอกเพราะเกรงใจผู้ปฏิบัติ แต่ความรู้สึกรักท่านอาจารย์อย่างไม่มีประมาณนั้นมีมากขึ้น อยากคลานไปกอดท่านอาจารย์ในตอนนั้นแต่ทำไม่ได้ จึงย้ายมือที่ประกบภาวนาอยู่ มากดหน้าอกตัวเองไว้แทนความรู้สึกได้กอดท่านอาจารย์ ท่านเมตตากล่าวว่า “อย่าถอนภาวนาค่ะ ภาวนาต่อไป” อย่ากลั้นค่ะปล่อยให้ร้องออกมา พอถึงเวลาท่านอาจารย์เรียกสอบอารมณ์จึงได้เรียนถามท่านว่า “ศิษย์บอกได้ทุกอย่างไหมเจ้าคะ” ท่านตอบด้วยความเมตตาว่า “ได้ค่ะ” จึงตอบไปตามสภาวธรรมที่เกิดขึ้น ท่านอาจารย์ตอบว่า ดีแล้วค่ะ เพียรต่อไปนะคะ แต่ข้าพเจ้าไม่กล้าส่งอารมณ์ที่รู้สึกรักท่านมากจนไม่มีประมาณเพราะคิดว่าตนวาสนาไม่ถึงจะกล่าวประโยคนี้กับท่าน ช่วงพักเผลอจิตคิดว่าปัจจัตตังเกิดเช่นนั้นจริงหรือ ทั้ง ๆส่งอารมณ์กับท่านอาจารย์แล้ว จึงรีบบอกตัวเองว่า “นั่นแหละคือความจริง อย่าลังเลสงสัย เรามาถูกทางแล้ว” และบอกตนเช่นนี้ทุกครั้งเพื่อยกจิตตนไว้เสมอ…

 

โปรดติดตามประสบการณ์ของคุณริยวีร์  ในตอนที่ 2 (ตอนจบ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.