ประสบการณ์ทางธรรมของคุณปพน

ผมชื่อ ปพน อายุ 24 ปี เปิดหน้าร้านและขายออนไลน์เกี่ยวกับเครื่องทำผม ตั้งแต่เด็กจนโต ผมเป็นโรคแปลกอย่างหนึ่ง คือ เป็นโรคปวดหัว โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ผมเลยนั่งสมาธิตั้งแต่เด็ก ประมาณ 3-5 นาที ในแต่ละวัน หากละเลยในการนั่งสมาธิ อาการปวดหัวจะยิ่งกำเริบขึ้น ปวดเหมือนมีใครนำมีดมาแทงที่หัว แต่ถ้าได้นั่งสมาธิร่างกายจะสดชื่นอย่างมาก และอาการปวดหัวจะหายสนิททันที ถึงอย่างไรเพื่อความไม่ประมาท ผมจึงไปหาหมอ เข้าเครื่องสแกนสมองอย่างละเอียด ผลออกมาหมอบอกว่า สมองของคุณปกติดีไม่มีปัญหาอะไรเลย

ในสมัยเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย ผมเป็นเด็กติดเกมอย่างมาก หมดเงินไปกับเกมหลายหมื่นบาท! เพียงเพื่อต้องการเท่ที่สุด เก่งที่สุด มีความสามารถเหนือผู้อื่นในเกม จนผมขึ้นมหาวิทยาลัยปีที่ 2 ผมอยากรวย เป็นอายุน้อยร้อยล้าน อยากมีรถสปอร์ตขับเท่ ๆ กับเขา เลยไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติกับเพื่อนที่ชอบทำธุรกิจ เพื่อนแนะนำว่าหนังสือเล่มนั้นดี เล่มนี้ดี ทำให้ไปวันเดียวซื้อหนังสืออยากรวยมาทีเดียว 5000 กว่าบาท จนแบกหนังสือกลับบ้านแทบไม่ไหว

เมื่อผมได้เรียนจบแล้ว คุณแม่แนะนำ และขอให้อ่านหนังสือ เตโชวิปัสสนา…เปิดประตูนิพพาน ผมก็อ่านจนจบ ทำให้เกิดศรัทธาต่อท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผมหาหนังสือเล่มอื่น ๆ ของท่านอาจารย์อ่านเพิ่มเติม และหาธรรมะของท่านอาจารย์ฟัง จนผมได้ไปงานภาวนาเพื่อแผ่นดินปี 2558 ผมได้นั่งฟังธรรมที่ท่านอาจารย์เทศน์ อยู่ดี ๆ น้ำตาก็ไหลพราก ซาบซึ้งถึงอกถึงใจอย่างยิ่งในธรรมที่ท่านอาจารย์เทศน์ และสลดสังเวชที่ตัวเองตกเป็นทาสกิเลสมาอย่างยาวนาน

ผมได้เข้าคอร์สแรกเมื่อ 17-24 มกราคม 2559 พอมาถึงธรรมสถาน ในใจก็แอบหวั่นว่าเราจะทำได้ไหมหนอ ต้องภาวนาอย่างเข้มข้นถึง 8-9 ชั่วโมงต่อวัน เอาล่ะไม่ลองไม่รู้ ต้องลองถึงจะรู้ พอได้ลองปฏิบัติภาวนาเท่านั้นแหละ ไม่เห็นยากเลย แค่ปวดระบมไปทั้งตัวเอง แต่ไม่เป็นไร มันต้องฝึกกันหน่อย เดี๋ยวต่อไปก็ชิน เพราะท่านอาจารย์สอนว่าการฝึก = ฝืนทำในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เพื่อปรับนิสัยใหม่ของจิต พอจบคอร์สแรก เป็นไปอย่างที่ท่านอาจารย์บอกจริง ๆ ว่า คอร์สเดียวทำให้เปลี่ยนชีวิตได้นั้นเป็นเรื่องจริง เกิดศรัทธาต่อพระรัตนตรัย ศรัทธาต่อการหลุดพ้น อย่างที่ไม่เคยศรัทธาแบบนี้มาก่อน กลับไปบ้านสามารถลด ละนันทิได้อย่างมากมาย ในแบบชนิดที่ไม่ต้องพยายามเลิก แต่ไม่อยากดูเอง

แต่เส้นทางก็มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มารไม่มี บารมีไม่เกิด ผมเจอบททดสอบที่ทำให้พลาดท่าต่อกิเลส รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก แต่เพราะผิดเป็นครู ผิดเพื่อรู้ ผมเลยฮึดสู้กลับมาภาวนาอย่างองอาจใหม่อีกครั้ง แต่ในใจก็รู้สึกว่าต้องการกำลังใจอะไรบางอย่าง เมื่อภาวนาอยู่ในห้องพระสักพักหนึ่ง เห็นสภาวธรรม “ตัวเองเป็นเด็กน้อยอายุราว 2 ขวบ เห็นตัวเองอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านใหญ่มากแห่งหนึ่ง ที่มีคนเถื่อนมากมายอาศัยอยู่ เด็กน้อยที่แสนจะเปราะบางถูกกดน้ำ ถูกทำร้ายร่างกาย จนเกือบจะไม่มีชีวิตรอด ทันใดนั้น มีทหารหน่วยรบพิเศษมาพิทักษ์ ถือปืนไฟเผาคนเถื่อน และหมู่บ้าน แบบสิ้นซาก มีหญิงท่านหนึ่งผิวขาวงดงามมาก เดินเข้ามาหาอุ้มเด็กน้อย และพูดกับเด็กน้อยว่า ใครมาทำอะไรลูกแม่ ไม่ต้องกลัวนะ แม่จะปกป้องเจ้าเอง จิตแจ้งว่าคือพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ทำให้น้ำตาผมไหลอาบท่วมแก้ม ซาบซึ้งในมหาเมตตาของพ่อแม่ครูอาจารย์ ที่ท่านรัก และเป็นห่วงเราดุจลูกในอุทร ท่านเป็นกำลังใจให้เราเสมอ ท่านไม่เคยทอดทิ้งเราจริง ๆ มีแต่เราจะทอดทิ้งท่านหรือไม่

ในเวลาที่ผมแพ็กของเตรียมส่งให้กับลูกค้า ผมจะชอบเปิดธรรมะของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ฟัง หรือเวลาขับรถไปไหนมาไหน ก็จะชอบเปิดธรรมะฟัง เวลารถติดคนอื่นจะร้อนรุ่มใจเพียงไร แต่เราสงบเย็นใจแม้รถจะติดเพียงใด ฟังแล้วจิตตื่น ทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าคนเราทุกคนอยากมีชีวิตที่ดี ก็ต้องเตรียมเรียนรู้ฝึกฝนตั้งแต่สมัยอนุบาล จนจบมหาวิทยาลัย การตายดีก็เช่นกัน ต้องใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝน ต้องมีวินัย ขยันภาวนา เพื่อจะได้สิ้นทุกข์ ก่อนที่จะสิ้นใจ

จนมาถึงคอร์สล่าสุด เป็นคอร์สที่ 5 ของผม 28 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2561 เมื่อขึ้นเรือนปฏิบัติในวันแรก ธรรมบรรยายท่านอาจารย์เทศน์สอน ให้ปล่อยวางความเป็นห่วงคนในครอบครัว หน้าที่การงาน กายอยู่นี้ ใจอยู่นี้ นี้คือเวลามาเคี่ยวกรำจิต ผมก็น้อมนำฝึกทำตามที่ท่านอาจารย์บอก พอผ่านไปวันที่ 2 ของการเข้าคอร์ส มีความรู้สึกว่า เราเกือบลืมไปเลยว่าเรามีครอบครัว มีหน้าที่การงาน ไม่เหมือน 4 คอร์สที่ผ่านมา ที่เรายังนึกเป็นห่วงคนในครอบครัวเมื่อเรามาเข้าคอร์ส แต่ถึงอย่างไรกิเลสก็พยายามแหย่ให้ได้ กิเลสเลยใช้ท่าไม้ตายถามว่า ไม่กลัวธุรกิจเจ๊งหรือ! ผมสะดุ้งเล็กน้อย สอนจิตว่า เจ๊งก็ช่าง เพราะเมื่อได้ลาภ ก็ต้องเสื่อมลาภเป็นธรรมดา และก็ยังไม่พอยังปั่นให้ลังเลสงสัยในสายธรรมต่าง ๆ นานา ผมก็ใช้ปัญญาพิจารณา เราจำปัจจัตตังที่เกิดขึ้นกับเราได้ ชีวิตเราเปลี่ยนไปตั้งแต่ได้มางานภาวนาเพื่อแผ่นดินปี 2558 ฟังธรรมที่ท่านอาจารย์เทศน์ ปีติร้องไห้อย่างไร ภาวนาแล้วลด ละ เลิกนันทิกิเลสเป็นลำดับขั้น อย่างรวดเร็ว โดยเป็นผลพิสูจน์ของเราเองมิใช่คนอื่น หากใครจะมาบอกว่าสายธรรมเราไม่ดี ก็จงบอกเขาว่า ขอท้าให้มาพิสูจน์กัน มาลองปฏิบัติกัน และไม่ใช่แค่ปฏิบัติ 2-3 ชม. ต้องมาปฏิบัติ 2-3 เดือนให้รู้กันไปเลยว่า เตโชวิปัสสนากรรมฐาน นั้นเป็นอย่างไร ทำให้ผมฮึกเหิมอย่างยิ่ง

ก่อนการเดินจงกรม อาจารย์โสภิต บอกว่า หลังเดินจงกรม 5-7 นาที ให้พิจารณาธรรม พิจารณาชีวิตที่ผ่านมา หรือพิจารณาธรรมชาติ เพราะธรรมชาติ คือ ธรรมะ พอผมเดินจงกรมไป สะดุดตาเห็นใบบัวที่สวยงาม ก็เลยพิจารณา น้ำในใบบัวว่า น้ำในใบบัว ไม่ติดใบบัวยังไง ก็เปรียบเสมือนเราขอยืมร่างกายนี้แค่ชั่วคราวเท่านั้น และได้ยืนรับพลังธรรมชาติ สักพักมีธรรมะของหลวงพ่อฤๅษีลิงดําที่เล่าเรื่อง พระพุทธองค์ ทรงตรัสปัญหาธรรมกับ นางกุมาริกา ว่า “เธอมาจากไหน” “เธอจักไปที่ไหน” “เธอไม่ทราบหรือ…กุมาริกา” “เธอทราบหรือ” ทำให้ผมพิจารณาว่า ก่อนมาเกิดชาตินี้เราไม่รู้ว่าเรามาจากไหน ไม่รู้ว่าตายแล้วเราจะไปที่ใด แต่สิ่งที่แน่นอนคือเราต้องตายอย่างแน่นอนไม่เร็ว ก็ช้า

วันที่ 4 อยู่ดี ๆ ก็เกิดอาการ ปวดหัวจี๊ด ๆ คลื่นไส้ ยกมือภาวนาขึ้นไม่ไหว แต่ใจอยากปฏิบัติ เลยบอกพ่อแม่ครูบาอาจารย์ในใจว่า ลูกไม่ไหวแล้ว ช่วยลูกด้วย ผ่านไปสักครู่ อาการที่เกิดขึ้นหายไปเกือบหมด เกิดความอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง พ่อแม่ครูบาอาจารย์มีจริง ๆ และตอนสอบอารมณ์ได้กราบเรียนท่านอาจารย์ ท่านได้เมตตาบอกว่าถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่ต้องให้ท่านช่วย ให้เราได้สร้างบารมีด้วยตัวเอง วันที่ 5 ขณะภาวนาที่เรือนนอน ก่อนภาวนาสอนจิตว่า ข้าคือขุนศึกในแดนจิต! นี้คือการออกศึก! นี้คือการออกรบ! พอภาวนาไปสักพัก มีความอิจฉาผุดขึ้นมา เห็นตัวเองที่เคยไปอิจฉาคนนั้น คนนี้สารพัด ต่อมามีเสียงผุดขึ้นมาว่า เผาให้หมด เผาให้สิ้นซาก มีภาพนันทิมากมายผุดขึ้นมา มีนันทิที่เคยดูตั้งแต่สมัยเรียนประถมด้วย และเกิดสภาวะเห็นคนดึงงูขนาดใหญ่มาก เหมือนงูอนาคอนด้า ดึงออกมาจากดวงตาจำนวนมาก ข้างในดวงตามีหน่วยล่าจับตัวงูอยู่ ต่างคนก็ต่างช่วยกันทำหน้าที่ มีเสียงงูน้อยที่แอบอยู่พูดว่า ฆ่าพ่อแม่หนูทำไม ทันใดนั้นงูน้อยตัวนี้ก็จบชีวิต ตามพ่อแม่ไป และอยู่ดี ๆ มีคนที่ดึงงูออก หันมามองผม พูดว่า ภาวนาไป! ผมก็ภาวนาไป รู้จุดสัมผัสให้ชัดอย่างต่อเนื่องต่อไป ช่วงท้ายของภาวนามีเวทนาปวดที่เข่า ที่ท้อง ปวดอย่างมากปวดไปทั้งตัว และได้มารู้ทีหลังตอนสอบอารมณ์กับท่านอาจารย์ว่าคนที่ดึงงูออกนั้น ก็คือเทวดาที่ปกปักรักษาผมนั่นเอง น่าอัศจรรย์สภาวะนี้คล้ายกับที่ท่านอาจารย์เขียนในหนังสือเลย

วันที่ 6 เดินจงกรมตอนเช้ามีความฟุ้งซ่านมาก ก็ทำให้สังเกตว่า จิตนี้สั่งให้สงบก็ไม่ได้ สั่งให้ดีก็ไม่ได้ ก็แสดงว่าจิตกิเลสนี้ไม่ใช่ของเรา เมื่อได้ขึ้นเรือนปฏิบัติตอนเช้าภาวนาวันนี้มีความจดจ่อ รู้จุดสัมผัสอย่างยิ่ง มีกิเลสมาปั่นสารพัด พยายามให้เราออกจากจุดสัมผัสให้ได้ ปั่นว่า ทำไม่ได้หรอก จะบรรลุแล้วนะ นู้นนี้นั้น แต่ผมแค่รู้อย่างเดียว โดยที่ไม่ยินดียินร้าย คือ ตัวท่านมีหน้าที่เพ่ง เตโชธาตุมีหน้าที่เผา ธรรมะมีหน้าที่แสดงผล ทันใดนั้นก็เกิดสภาวะ หัวใจหุ้มหินแตกออก เหลือเป็นหัวใจเหล็กที่หุ้มอะไรบางอย่างไว้ โดยมีลูกกุญแจล็อกไว้ราว ๆ 10 ดอก แล้วลูกกุญแจแต่ละดอกก็ถูกขวานเฉาะออกจนหมด เห็นเป็นเพชรเม็ดงามลอยเข้ามาในร่างกาย ต่อมาเห็นเป็นแสงพลังเหมือนพลังคลื่นเต่า ในการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล พุ่งไปบนฟ้าอย่างเร็วแรง ไปติดตะแกรงเหล็ก พุ่ง ๆ ติดตะแกรงหลายครั้ง จนตะแกรงแตกทะลุ เห็นเป็นก้อนเมฆสวยงาม แต่ในใจก็คิดว่า กิเลสคงจะลดลงมานิดนึง จดจ่อรู้สัมผัสอย่างเดียวต่อไป อยู่ดี ๆ ก็อยากร้องไห้ จิตแจ้งว่าถ้าอยู่ต่อหน้าท่านคงร้องไห้โฮ สักครู่ก็มีเสียงผุดขึ้นมาว่า เราบำเพ็ญเพียรมานานเหลือเกิน บำเพ็ญเพียรมานานอะไรขนาดนี้ ร้องไห้ไปเสียงก็ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เราขยันทำเหตุ แต่เราไม่ขยันหวังผล

ทันใดผมเห็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ผมนับถือ และหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ พูดว่า ลูกพ่อทำได้ ลูกพ่อเก่งที่สุด ลูกพ่อเหมาะสมแล้ว ถึงเวลาของลูกแล้ว มาให้พ่อกอดหน่อย ผมร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ผมก็พยายามแค่รู้ แค่รู้ รู้อย่างเดียวจนวินาทีสุดท้าย แล้วในเวลาคือ 11 โมงกว่า วันเสาร์ ท่านอาจารย์เรียกผมสอบอารมณ์เป็นคนรองสุดท้าย เมื่อนั่งภาวนากับท่านอาจารย์เสร็จ ท่านอาจารย์แสดงความยินดี ผมร้องไห้อย่างมาก กราบแทบเท้าท่านอาจารย์ ด้วยความปีติไม่มีประมาณ ผมไม่คาดคิด ไม่คาดหวังจริงๆ ว่าคอร์สนี้ผมจะมีความก้าวหน้าทางธรรมถึงเพียงนี้ ทุกนาทีของการได้อยู่ธรรมสถานนั้นมีคุณค่าจริง ๆ หากท่านอาจารย์เรียกผมสอบอารมณ์เป็นคนแรกๆ อะไรจะเกิดขึ้น

ความเมตตาของท่านอาจารย์ไม่สามารถหาที่สุดได้ ท่านเป็นห่วงศิษย์ และรักศิษย์ทุกคนมาก การอันใดที่เอื้อเป็นประโยชน์ต่อศิษย์ได้ท่านทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของศิษย์ การได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นก็ยากมากแล้ว แต่การได้มาเกิดเป็นมนุษย์ที่ได้พบธรรมแท้นั้นยากเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเราต้องรอมากี่หมื่น แสน ล้านชาติ ถึงจะได้พบธรรมแท้สู่การหลุดพ้นเช่นนี้ ท่านอาจารย์ได้มอบอาวุธธรรมที่ทันสมัย และมีพลานุภาพมากที่สุดในยุคกึ่งพุทธกาลนี้ให้กับเราแล้ว เราจะไม่ปล่อยอาวุธนี้ให้หลุดหายไปไหนอีกแล้ว เราจะกลับบ้านด้วยกัน พร้อมกันกับท่านอาจารย์

ขอน้อมกราบแทบพระบาทพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณพระศรีรัตนตรัย พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล องค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกภพทุกสมัย

ขอกราบแทบเท้าขอบพระคุณบิดามารดา พ่อแม่บุญธรรม ที่อุปถัมภ์เลี้ยงดูลูกมา ธรรมบริกร ผู้มีพระคุณทุก ๆ ท่าน รวมทั้งกัลยาณมิตรทุก ๆ ท่านที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด

3 thoughts on “หน่วยรบพิเศษ

  1. น้อมอนุโมทนาในธรรมที่ถึงแล้ว…และประสพการณ์ธรรมที่เผยแผ่…เป็นบทความที่มีคุณประโยชน์กับจิตผู้อ่านอย่างยิ่งค่ะ…
    พ่อแม่ครูอาจารย์…ท่านอาจารย์เปี่ยมด้วยมหาเมตตาต่อศิษย์เสมอ…
    แง่คิดมุมธรรมในการยังจิตในทางที่ถูก…ปัตจัตตังที่เกิดแก่ตน…ช่วยให้ผู้อ่านระลึกถึงและเห็นจริงที่สุด…ศิษย์ทุกคนควรระลึกไว้…สาธุค่ะ

    ถูกใจ

  2. ขอน้อมอนุโมทนาบุญในธรรมที่คุณปพนเข้าถึงแล้วค่ะ ผู้ขยันทำเหตุ แต่ไม่ขยันหวังผล ย่อมได้รสพระธรรมอันหอมหวานเช่นนี้เอง ขอขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์เป็นธรรมทานค่ะ

    ถูกใจ

  3. โชคดีเหลือเกิน ได้มาเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ ท่านรักและเมตตาศิษย์อย่างยิ่ง น้อมกราบท่านอาจารย์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.