ประสบการณ์ทางธรรมคุณแพรววไล

“โอกาส” ที่มีค่าที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าได้มีวาสนาเข้าปฏิบัติในคอร์สเตโชวิปัสสนา 29 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2561 ซึ่งถือเป็นคอร์สที่ 2 หลังจากเข้าคอร์สแรกผ่านไปสักระยะหนึ่ง ได้เข้าร่วมกลุ่มตั้งสัจจะ โดยมีพี่ดารณีดูแล ทุกคนในกลุ่มตั้งสัจจะว่าจะภาวนาครั้งละ 60 นาทีหรือมากกว่าในเวลาเช้าและเย็น คอยส่งเสริม สนับสนุน และทำให้เห็นแบบอย่างของการภาวนาอย่างยิ่งยวด เป็นหน้าที่ มีวินัย

ถือได้ว่าคอร์สเตโชวิปัสสนาเป็นคอร์สปฏิบัติธรรมแบบ Bilingual ซึ่งถูกจริตมาก เหมือนได้ฟังอรรถธรรมคำบรรยาย 2 ครั้ง คือได้ฟังธรรมบรรยายและอธิบายหลักการภาวนาเทคนิคเตโชวิปัสสนาเป็นภาษาอังกฤษอีกครั้ง จึงเข้าใจหลัก และในการภาวนาจุดสัมผัสชัดขึ้นทันทีจากการที่ได้ภาวนาที่บ้านเป็นหน้าที่ รู้สึกขอบคุณกลุ่มตั้งสัจจะอย่างยิ่ง

ในชีวิตประจำวัน เห็นว่าตนเองนั้นมีเรื่องราวผุดขึ้นในหัวตลอดเวลา ได้คุยกับตัวเอง ติดตามเรื่องราวเหล่านั้นตลอดทั้งวัน เคยได้ยินนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า วันหนึ่งเราจะมีเรื่องให้คิด 50,000 – 60,000 เรื่องทีเดียว เมื่อได้ปฏิบัติภาวนา เพ่ง ตรึง รู้ ที่จุดสัมผัส จึงเกิดความรู้สึกว่าการภาวนานี้ดีจริง เพราะจิตทำงานเพียงอย่างเดียว คือ เพ่ง ตรึง รู้ ไม่ปล่อยให้เกิดการสนทนากับตัวเอง หรือไม่ส่งจิตเกาะเกี่ยวกับเรื่องที่ผุดขึ้นมา ให้วางอุเบกขาและจดจ่อต่อไป จิตจึงสามารถสะสมพลังงานได้จากการจดจ่อนี่เอง หรือที่เรียกว่า The Power Of Being Still

“เส้นทางเดินมีอยู่เส้นเดียว คือ A Noble Path” ผุดขึ้นมาในจิต

ท่านอาจารย์ได้เทศน์สอนเรื่องความก้าวหน้าทางธรรมว่า มิได้หมายถึงการระลึกชาติได้ หรือการมองเห็นภาพต่าง ๆ หรือมีนิมิตใด ๆ หากแต่ความก้าวหน้าหมายถึง
1. การมีสติสัมปชัญญะ รู้ตัวชัด รู้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ
2. จิตกตัญญูที่เกิดจากจิตที่บางเบาจากกิเลส ทำให้เกิดมีจิตที่อ่อนโยนขึ้น รู้คุณ และมีความกตัญญูมากขึ้น
3. การวางอุเบกขาอย่างสมบูรณ์ ไม่ปรุงแต่งต่อ เมื่อรู้แล้วให้เฉย รู้แล้ววาง ไม่คิดต่อ ไม่คิดวน

ท่านยังเทศน์เน้นย้ำเรื่องจิตกตัญญูว่า กว่าที่เราจะเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ เราเป็นหนี้บุญคุณใครต่อใครมากมาย พ่อแม่ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณแม่ที่เลี้ยงดูเราด้วยความรักเอาใจใส่ ดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดี มาตั้งแต่แรกเกิดจนเติบใหญ่จบการศึกษา สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในจิตก็คือ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกกตัญญูคนหนึ่ง ได้ดูแลคุณแม่ยามที่ท่านไม่สบาย แต่เพียงแค่คืนเดียวที่จะต้องดูแลท่านตลอดคืน ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยอ่อนมาก จึงพูดและปฏิบัติไม่ดีต่อท่าน แทนที่จะใช้วาจาอ่อนโยนในยามที่ท่านไม่สบายต้องการกำลังใจ แต่กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม จึงรู้สึกสำนึกผิดพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม และได้กล่าวขอขมาพร้อมแบ่งบุญนี้ให้กับคุณแม่

ขณะปฏิบัติที่เรือนนอน มีเรื่องที่เคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจต่อผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งตนเองได้ลืมไปนานผุดขึ้นมาในจิต ทำให้ร้องไห้สะอึกสะอื้นแต่ได้พยายามวางอุเบกขา พอถึงเวลาเดินขึ้นหอปฏิบัติ ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นอีก ต้องกดข่มไว้เพื่อมิให้เสียงไปรบกวนท่านอื่น เมื่อท่านอาจารย์เรียกสอบอารมณ์จึงได้รายงานเรื่องนี้ ท่านเมตตากล่าวว่า ถ้าอยากร้องไห้ สามารถร้องไห้ออกมา ถือเป็นการปลดปล่อยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนั้นแต่ยังคงภาวนาต่อไป ท่านให้พิจารณาว่า เราถูกกระทำในชาตินี้ก็เพราะเราเคยสร้างเหตุแบบเดียวกันนี้มาก่อน ทำให้เข้าใจเหตุปัจจัย รู้สึกเบาใจและคลายปมนี้ไปได้อย่างหมดสิ้น

ในคอร์สนี้ได้พักกุฏิร่วมกับกัลยาณมิตรคือ คุณทองใบ ซึ่งเป็นธรรมบริกร สิ่งที่สร้างความประทับใจคือเมื่อระฆังปลุกเวลา 4 :10 น. คุณทองใบ เสร็จกิจและสามารถเดินออกจากกุฏิทันที โดยไม่มีเสียงใด ๆ รบกวนการนอนหรือถูกปลุกเลย เมื่อเปิดวาจาจึงได้กล่าวมอบตำแหน่งเพื่อนร่วมห้องดีเด่นแห่งชาติ เพราะการเสียสละความสะดวกสบายส่วนตนในทุก ๆ ด้านเพื่อเป็นบ่อเกิดแห่งความดีงาม ทำให้รู้สึกทึ่งและเป็นแรงบันดาลใจในการสมัครเป็นธรรมบริกร

กุฏิ เหมือนเป็นของข้าพเจ้าผู้เดียว จึงดูแลรักษาและคอยทำความสะอาด เพื่อที่คุณธรรมบริกรกลับมาจะได้พักผ่อนและหายเหนื่อยที่เห็นกุฏิสะอาดสะอ้าน โดยขณะที่ล้างห้องน้ำนั้นเกิดความรู้สึกว่า เราต้องใช้น้ำจำนวนมากเพื่อล้างห้องน้ำ รู้สึกเสียดายและคิดว่าเราน่าจะประหยัดน้ำ แต่คำตอบที่ขึ้นมาในจิตคือ การล้างห้องน้ำให้สะอาดก็เพื่อยังจิตของผู้ปฏิบัติและธรรมบริกรผู้ได้มีความเพียรในการเผากิเลส เป็นผู้มีจิตที่ละเอียดและสะอาดขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องได้ใช้ห้องน้ำที่สะอาด เพื่อเกิดความเบาสบายใจและไม่เป็นการรบกวนจิต หากเห็นความสกปรกของห้องน้ำ อาจจะเป็นการขวางความก้าวหน้าทางธรรมของผู้ปฏิบัติหรือธรรมบริกรได้

“เพราะการเข้าถึงธรรมนั้น ให้คุณค่าทางจิตใจที่หาค่ามิได้”

โปรดติดตามประสบการณ์การภาวนาของคุณแพรววไล  ในตอนที่ 2 (ตอนจบ)

One thought on “จิตที่ฝึกฝน กับก้าวที่มั่นคง ตอนที่ 1

  1. ขอน้อมจิตอนุโมทนาสาธุกับการแบ่งประสบการณ์การปฏิบัติให้เป็นธรรมทานครับผม จะรออ่านตอนต่อไปนะครับว่าจะมีสภาวะธรรมใดที่จะนำมาปรับใช้กับตนเองได้บ้าง

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.