ประสบการณ์ทางธรรม คุณทองใบ

ข้าพเจ้าเป็นบุตรสาวคนโตในครอบครัวคนจีนที่ไหว้พระและบูชาเทพเจ้า เมื่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บิดาให้ลาออกมาค้าขายเครื่องประดับทอง ทำให้มีความน้อยเนื้อต่ำใจว่าเหตุใดจึงต้องเป็นเรา ที่ไม่ได้เรียนตามปกติเช่นน้อง ๆ เมื่อช่วยงานไป สุดท้ายก็รับช่วงงานคุณพ่อมาเกือบหมด ยิ่งทำให้รู้สึกว่าบิดารักลูกไม่เท่ากัน ประกอบกับน้องชายคนหนึ่งติดการพนันมีปัญหากับภริยา แม้ตอนนี้น้องคนอื่นได้เข้ามาช่วยงานแล้ว แต่ก็คิดไม่ตกเพราะพี่น้องคุยกันดี ๆ ไม่ได้ มีแต่ปัญหา จึงได้หนีปัญหาไปทำงานที่ไต้หวัน ไปไม่ถึงปีก็กลับ เพราะคิดถึงบ้านที่หนีออกมา และกลับเพราะความผูกพันเป็นห่วง

ปัญหาครอบครัวและความทุกข์ใจยังคงมีอยู่ เมื่อ พ.ศ. 2547 เพื่อนสนิทได้แนะนำให้เข้าคอร์สปฏิบัติที่ยุวพุทธิกสมาคม หลังจากนั้นก็ไปปฏิบัติธรรมตามที่ต่าง ๆ ด้วยคิดว่าเป็นทางแก้ปัญหานำความสงบสุขมาสู่ใจ เช่น วัดสังฆทาน บ้านบุญ โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก, การเตรียมตัวตายด้วยใจสงบ โดยพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล, วัดพระพุทธบาทสี่รอย โดยหลวงพ่อไพโรจน์ อภิปุญโญ, พระอาจารย์คเชนทร์ สุนทโร ซึ่งท่านให้หลัก ปีติ หัวใจเต้น ลมหายใจออก, คอร์สเสวนาธรรม อาศรมมาตา โดยคุณแม่ชีอาจารย์ไพเราะ ทิพยทัศน์, คอร์สสาวิกาธุดงค์ ซึ่งจัดโดยคุณแม่เล็กอุบาสิกาทิพวรรณ ทิพยทัศน์ โดยนิมนต์พระอาจารย์วัฒนชัย กัลยาโณ จากวัดป่าสุคะโต มาสอนฝึกสติแบบเคลื่อนไหว

เมื่อประมาณต้นปี 2558 เพื่อนทางการค้า คุณวรรณี เห็นข้าพเจ้าสนใจปฏิบัติธรรม จึงแนะนำให้รู้จักกับลูกค้า โดยให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกับ คุณอารีรัตน์ ซึ่งเป็นศิษย์เตโชวิปัสสนาโดยไม่ได้พบหน้ากัน ประกอบกับระลึกได้ว่า เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ข้าพเจ้าได้อ่านบทสัมภาษณ์ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ในนิตยสาร Secret และพยายามติดต่อ แต่ไม่ได้ จึงได้จดชื่อเตโชวิปัสสนากรรมฐาน ทั้งชื่อสกุลของท่านอาจารย์ไว้ในสมุดโน้ตและเก็บอยู่จนบัดนี้ เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าต้องการสมัครเข้าคอร์ส แต่คุณอารีรัตน์แนะนำให้อ่านหนังสือที่ท่านอาจารย์เขียนก่อน จึงได้ปฏิบัติตามและแปลกใจเพราะเป็นหนังสือที่ไม่ว่าจะเป็น เตโชวิปัสสนา…เปิดประตูนิพพาน, รู้แล้วลุย 1, รู้แล้วลุย 2, สิ้นชาติขาดภพ, วิปัสสนาฆ่ากิเลส, พลังศักดิ์สิทธิ์จากพระพุทธรูป ทุกเล่มข้าพเจ้าอ่านอย่างจดจ่อเหมือนถูกดูดให้ติดตามอ่านให้ได้โดยเร็ว โดยไม่พลาดแม้แต่หน้าเดียว

ข้าพเจ้าได้ส่งใบสมัครเข้าคอร์สเตโชวิปัสสนาช่วงปลายปี 2558 ระหว่างรอ น้องสาวซึ่งปกติไม่เคยปฏิบัติธรรมที่ไหนก็ไปเข้าคอร์สของท่านอาจารย์โกเอนก้า ที่ธรรมกมลา โดยการชักชวนของเพื่อน เมื่อกลับมาก็ขอให้ข้าพเจ้าเข้าคอร์สนี้บ้าง โดยจะสมัครให้ หลังจากกลับจากคอร์สที่ธรรมกมลา ข้าพเจ้ามีอาการเหมือนสื่อจิตได้ ถึงขนาดจะไปให้คำแนะนำอาจารย์ที่อาศรมมาตา แต่โชคดีที่คำพูดของน้องชายที่เป็นห่วงพี่สาวได้กระชากสติคืนมาคือ “เจ๊ นิพพานง่ายขนาดนี้เลยหรือ?” หลังจากนั้น เพื่อนน้องสาวได้แนะนำให้ไปเข้าคอร์สโยคะภาวนาของครูดลพร้อมกัน ข้าพเจ้าได้รับแจ้งให้เข้าคอร์สแรกเดือนมกราคม พ.ศ. 2559 ในระหว่างที่ยังไม่ได้เข้าคอร์สที่เตโชวิปัสสนาสถาน ได้ไปปฏิบัติเตโชวิปัสสนาเดี่ยวที่อาศรมมาตา ด้วยความอนุเคราะห์อาหารและที่พักจากคุณแม่เล็ก และได้เรียนถามอาจารย์โสภิตว่า ทำเช่นนี้สมควรหรือไม่ เมื่อทราบว่าไม่สมควร เพราะที่เตโชวิปัสสนาสถานมีคอร์สสั้น สามารถสมัครได้ จึงไม่ได้ไปอีก

เมื่อได้มาเข้าคอร์สนี้ ได้ฟังธรรมบรรยายที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงผู้ที่แสวงหาครูบาอาจารย์โดยเข้าสำนักนี้ ออกจากสำนักนี้ไปเข้าสำนักโน้น ทำเช่นนี้ ไม่ใช่ในชาตินี้เท่านั้น แต่ได้ทำมาแล้วในชาติก่อน ๆ จิตข้าพเจ้าสะเทือน เพราะคำกล่าวนี้ตีตรงทีเดียว แต่แล้วก็สงบ อาจเป็นเพราะก่อนมาเข้าคอร์ส เพื่อนสนิทถามว่า แล้วจะไปสำนักไหนอีกไหม ได้ตอบว่า ที่นี่ที่เดียวและเป็นที่สุดท้ายอย่างแน่วแน่มั่นคงปราศจากความลังเลแม้แต่น้อย

การปฏิบัติคอร์สนี้ แตกต่างจากคอร์สที่ผ่านมา คิดว่าเป็นเพราะปฏิบัติตามที่ท่านอาจารย์สอนสั่งทุกประการ คือ ภาวนาเช้า-เย็น เวลารวมกันไม่น้อยกว่า 2.30 ชม. นาน ๆ ครั้งภาวนาเวลาน้อยกว่านี้ เพราะเหตุจำเป็น แต่ภาวนาเช้า-เย็นทุกวันไม่ขาด ยกเว้นมาเข้าคอร์สหรือเป็นธรรมบริกร คอร์สนี้ตรึงได้ดีขึ้น จุดสัมผัสดีขึ้น มีความร้อนที่แผ่นหลัง ศีรษะ แขน ขา เมื่อท่านอาจารย์สอบอารมณ์ ได้รายงานสิ่งที่ปรากฏ คือ ใฝ่ในธรรม กำหนดรู้ เห็นท่านอาจารย์มาจุดไฟให้ ในดวงไฟที่ท่านอาจารย์จุด เกิดดอกบัว 3 ดอกปรากฏขึ้น ยังไม่ชัดดี พอรู้ว่าเป็นดอกบัว ภาพก็หายไป การภาวนาในครั้งต่อไปก็ปรากฏผลาญหินสิ้นกิเลส คุณแม่เล็ก…หนูขอกราบลา ปรากฏชื่อจังหวัด 2 จังหวัด จำแต่รางเลือนแล้ว ต่อด้วยสระบุรี 00 ซึ่งท่านอาจารย์ได้อธิบายให้ทราบว่า สิ้นสุดการเดินทางในวัฏสงสารที่นี่ เมื่อถึงเวลาเดินจงกรมแล้วหยุดยืน ได้กำหนดไม่เคลื่อนไหวจนกว่าระฆังดัง ก็มีเสียงบอกเป็นทศบารมี พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้กล่าวให้สร้างบารมีให้เต็ม เมื่อเต็มแล้วฟ้าดินก็ห้ามไม่อยู่ ท่านอาจารย์ได้ยินดีกับจิตที่ก้าวหน้าของข้าพเจ้า

การภาวนาเป็นภาพสาวเต้นรำชาวอินเดียได้รับชุดขาว เดินจงกรมแล้วหยุดยืน มีคำพูด “กี่ชาติแล้วที่ไม่รู้ ชาตินี้รู้แล้ว เวลาโอกาสที่ท่านอาจารย์ให้ ไม่รู้เหลือแค่ไหน รีบเพียรปฏิบัติตามที่ท่านอาจารย์สอนสั่งชี้แนะ” เมื่อมานั่งภาวนาที่เรือนนอน โดยกำหนดนั่ง 2.30 ชม. ขณะที่เพ่ง เวทนาแรงจนอุเบกขาจะไม่ไหว แล้วก็ปรากฏ ขันธ์ห้านี้ทุกข์จริงหนอ ทุกข์กำหนดรู้ เหตุแห่งทุกข์ควรละ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ระฆังดังช่วยพอดี ภาวนาที่หอปฏิบัติรวม มีความร้อนเหงื่อออกมา มีพระพุทธรูปสีทองหลายองค์ ปางยืน ปางนั่ง บนแท่นรูปทรงกระบอก แต่มีหนึ่งองค์นั่งอยู่ในกรงนกสีทอง เมื่อเดินจงกรม หยุดยืน ก็ระลึกพระคุณของครูอาจารย์ที่สอนหนังสือข้าพเจ้าสมัยเด็กจนมหาวิทยาลัย เมื่อถึงเวลานั่งภาวนาก็ระลึกถึงพระคุณของพ่อแม่ครูอาจารย์ที่เคยไปปฏิบัติธรรมจนมาถึงท่านอาจารย์ น้ำตาก็ไหลออกมา

ตั้งแต่ได้ปฏิบัติเตโชวิปัสสนากรรมฐานอย่างต่อเนื่อง ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตนเอง และที่มีต่อคนรอบข้าง ซึ่งแต่ก่อนจะใจร้อนมีเรื่องปะทะเนือง ๆ ลูกค้าก็ไม่เว้น แม้แต่บิดา ซึ่งได้กราบขอขมาบิดามารดา และดูแลท่านด้วยกิริยาอาการที่ลดความแข็งลงเรื่อย ๆ ปัจจุบันกิจการก็ได้โอนให้น้องชายดูแลแล้ว ข้าพเจ้าตั้งใจดูแลบิดามารดาและคนในครอบครัว ดูแลตนเองด้วยการปฏิบัติในเส้นทางธรรมนี้ ดั่งที่ท่านอาจารย์ได้สอนให้อยู่โดยไม่แปลกแยก อีกทั้งในปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์ซึ่งได้จดจำไว้ตลอดมาคือ สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด

ข้าพเจ้าระลึกและสำนึกอยู่เสมอว่า ชีวิตใหม่นี้ได้มาเพราะท่านอาจารย์ จึงควรทำตนให้สมกับที่ได้มีวาสนามาเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ ผู้เป็นดั่งแม่ที่ให้ชีวิตให้วิชชา เพื่อความไม่เกิด เพื่อความสิ้นภพจบชาติ ขอตอบแทนพระคุณท่านอาจารย์ด้วยการช่วยงานในธรรมสถาน และรับใช้พระศาสนาจวบจนลมหายใจสุดท้ายที่บ้านแก่งคอย ข้าพเจ้าเข้าใจเหตุปัจจัยที่ต้องปฏิบัติ ก็เพราะท่านอาจารย์สอนสั่งอบรม ต้องเพียรสร้างเหตุให้มากเพราะเป็นหน้าที่ ส่วนผลก็เป็นดั่งที่ท่านอาจารย์กล่าว คือ ธรรมะมีหน้าที่แสดงผล เมื่อเหตุครบ ผลก็เต็ม

ขอน้อมกราบสักการบูชาคุณพระศรีรัตนตรัย พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล อาจารย์โสภิต พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกภพทุกสมัย องค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ได้หล่อหลอมจิตดวงนี้ให้ได้ก้าวมาถึงจุดนี้ ศิษย์จะทำหน้าที่อย่างมีวินัย เป็นบ่อเกิดแห่งความดีงามเพื่อตอบแทนพระคุณชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์แห่งเหล่าศิษย์เตโชวิปัสสนากรรมฐาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.