ประสบการณ์ภาวนาของคุณฐิติมา

ดิฉันชื่อ น.ส.ฐิติมา เป็นครูสอนโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดสงขลา ปัจจุบันอายุ 30 ปี เมื่ออายุ 24 ปี ดิฉันได้เข้าคอร์สปฏิบัติธรรมที่จังหวัดสิงห์บุรี กับหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม สามวันที่นี่ ใช้การบริกรรม ยุบหนอ-พองหนอ ในการปฏิบัติ ดิฉันเกิดมีเวทนาอย่างหนัก นั่งไม่ถึงชั่วโมงก็ถอนภาวนาเพราะทนต่อไม่ไหว นับเป็น 3 วันที่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ตอนไปเป็นอย่างไร ตอนกลับก็เป็นอย่างนั้น แต่ดิฉันไม่ได้ย่อท้อ แม้เมื่อกลับมาบ้าน ดิฉันก็ยังคงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

4 ปีผ่านไป ดิฉันมีโอกาสกลับไปวัดอัมพวันอีกครั้ง คราวนี้ไปเพื่อคารวะสรีรสังขารของหลวงพ่อ และอยู่ปฏิบัติต่อ 5 วัน เมื่อถึงวันสุดท้ายของการปฏิบัติ ดิฉันสามารถทนต่อเวทนาได้มากขึ้น และสามารถรับรู้ได้ว่า จิตเบา และเกิดความเมตตาอย่างยิ่ง เอ็นดูทุกคนที่พบเห็น อยากช่วยเหลือ อยากให้ทานแจกข้าวของ ไม่อยากมีอะไร และไม่อยากเป็นอะไร จิตเปลี่ยนจากเดิมมาก

เมื่อดิฉันกลับบ้าน เพื่อนครูที่โรงเรียนนำหนังสือ ฆราวาสบรรลุธรรม เล่ม 1 มาให้ ดิฉันรับและวางไว้เฉย ๆ โดยที่ไม่ได้ดู คืนหนึ่งดิฉันฝันว่า ตัวเองเดินเข้าไปในป่า ที่มีทางเดินเล็ก ๆ มีลำธาร และล้อมรอบด้วยภูเขา บรรยากาศดูร่มรื่นมาก ดิฉันเดินต่อไปเจอเรือนไม้หลังหนึ่ง หลังคามุงด้วยหญ้า ดิฉันได้เดินเข้าไปในเรือนไม้หลังนั้น พบท่านอาจารย์กับลูกศิษย์ไว้ผมสั้น ในฝันนั้น ดิฉันเข้าไปกราบท่านอาจารย์ เมื่อลากลับท่านเมตตาเดินมาส่งดิฉันกลับบ้าน ดิฉันเดินตามท่านอาจารย์ สังเกตเห็นว่า ท่านไม่ได้เดิน แต่ท่านนั่งบนหลังพญางูที่มีรูปร่างสูงใหญ่มาก สูงเทียมก้อนเมฆ

ด้วยความฝันนี้ ดลใจให้ต้องหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ขณะที่กำลังอ่าน ดิฉันสัมผัสได้ว่ามีพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในตัวอักษรทุกตัว ทุกบรรทัด และทุกประโยค เกิดปีติซาบซ่าน ตื้นตันมาก อ่านไปร้องไห้ไป รู้สึกสงสารท่านอาจารย์ ที่ท่านใส่พลังเพื่อเปิดจิตผู้อ่านให้เข้าถึงธรรม นึกสงสารท่านอาจารย์ทั้งที่ดิฉันยังไม่รู้จักท่านด้วยซ้ำ เมื่ออ่านจบเล่มรู้สึกว่าจิตหนักแน่น มั่นคง และเข้มแข็งขึ้น

ดิฉันยังคงเดินจงกรม 1 ชม. นั่งภาวนายุบหนอ-พองหนอ 1 ชม. ทุกวัน วันหนึ่งเพื่อนกัลยาณมิตรผู้ที่ให้หนังสือ ได้ชวนเข้าปฏิบัติเตโชวิปัสสนากรรมฐานด้วยกัน แต่ดิฉันยังลังเล และบอกไปว่า “ปฏิบัติของหลวงพ่อจรัญ ยังไม่ถึงไหน จะไปสายอื่นแล้วได้ไง” จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่กำลังเดินจงกรมอยู่ ดิฉันได้เห็นภาพตัวเองกำลังขี่จักรยานของเด็กที่มีล้อเล็ก ๆ 2 ล้อพยุงผุดขึ้นมาในจิต วันต่อมาดิฉันได้เปิดฟังธรรมของหลวงพ่อจรัญ (ซึ่งฟังประจำ) ประโยคหนึ่งของหลวงพ่อ “ธรรมของหลวงพ่อ การปฏิบัติ ยุบหนอ-พองหนอ เปรียบเหมือนระดับอนุบาล แต่ต้องผ่านระดับอนุบาลไปก่อน ก่อนไประดับมหาวิทยาลัย นั่นคือ ธรรมของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี” ประโยคนี้ทำเอาสะดุ้ง!! และนี่คือจุดหักเหของชีวิตการปฏิบัติธรรมเลยทีเดียว

หลังจากนี้ไม่นาน เพื่อนกัลยาณมิตรมาชวนไปร่วมงานภาวนาเพื่อแผ่นดิน วันที่ 16-17 ธันวาคม 2560 คราวนี้ได้ตกปากรับคำโดยไม่ลังเล ก่อนจะเดินทางไปร่วมงานนี้ 2 คืน ดิฉันฝันเห็นท่านอาจารย์และพระคุณเจ้าสัญชัย ในฝัน ดิฉันพร้อมด้วยพ่อกับแม่นั่งอยู่ที่ลานหญ้ากว้าง ข้าง ๆ เป็นเรือนที่หลังคามุงด้วยหญ้า ดิฉันเข้าไปในเรือนนั้น เห็นท่านอาจารย์นั่งอยู่ ดิฉันเข้าไปกราบท่านอาจารย์ เมื่อท่านโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ พลัน!! ดิฉันเปล่งเสียงดังมาก เรียกท่านว่า “แม่” และคืนต่อมา ดิฉันฝันอีกว่าท่านอาจารย์ป่วยหนักมาก ถึงขนาดท่านนอนเทศน์สั่งสอนศิษย์ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

วันที่รอคอยมาถึง เมื่อได้เดินเข้ามาเตโชสถาน ดิฉันสังเกตเห็นว่า บริเวณรอบ ๆ ธรรมสถานมีทุกอย่างเหมือนในความฝันไม่มีผิด รวมถึงรูปร่าง ใบหน้าท่านอาจารย์ก็เหมือนในความฝัน ช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก และที่สำคัญท่านอาจารย์ไม่สบาย เนื่องจากไวรัสในลำคอทำให้พูดแล้วเสียงแหบแห้งเหมือนในความฝันทุกอย่าง เมื่อดิฉันกลับมาบ้าน จึงได้ลงมือเขียนใบสมัครเข้าคอร์สอบรมอานาปานสติ 22-25 มีนาคม 2561 ทันทีโดยไม่ลังเล

การอบรมวันแรก ดิฉันถูกสอนฝึกให้นั่งสมาธิแบบอานาปานสติ คือ กำหนดสติทำหน้าที่เฝ้ายามที่ปากทางเข้าช่องจมูก แต่ด้วยความเคยชิน บ่อยครั้งที่จิตลงไปที่ท้องแบบยุบหนอ-พองหนอ และได้ยินแต่คำบริกรรม ยุบหนอ-พองหนอ เข้าใจเลย “คำบริกรรมติดลงไปในกองสังขาร” ที่ท่านอาจารย์พร่ำสอนเป็นเช่นนี้เองหนอ แต่ในที่สุด ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ก็สามารถตัดคำบริกรรม ยุบหนอ-พองหนอ ได้อย่างสิ้นเชิง

การปฏิบัติในวันที่สองช่วงเช้า เวลา 08.00-11.00 น. ดิฉันสามารถนั่งสมาธิได้ถึง 3 ชม. ติดต่อกันโดยไม่ลุกไปพัก จิตรับรู้ได้ว่ามีเวทนา เกิด-ดับ นึกในใจขณะนั่งว่า “ได้พลังมาจากไหน ทำไมจิตมีพลังเข้มแข็ง สามารถเอาชนะเวทนาได้” ด้วยเหตุนี้ ทำให้ดิฉันเกิดความศรัทธามากยิ่งขึ้น

เช้าวันที่ 24 มีนาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่สาม เช้าตรู่ในขณะภาวนา จิตวูบไป รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในจักรวาลที่กว้างมาก และมีความสงบมาก ไม่รู้สึกว่ามีตัวตน ตัวตนหายไป เวทนาดับไป ได้ยินเสียงไอจากผู้ปฏิบัติด้วยกัน แต่ก็ไม่ทำให้เกิดความรำคาญ จิตยังคงสงบอยู่อย่างนั้น จนถึงเวลาเดินจงกรมตอนเช้า ดิฉันรู้สึกว่าจิตเบานุ่มนวลขึ้น ในขณะที่เท้าสัมผัสหญ้าบ้าง ก้อนหินบ้าง ก็ร้องไห้น้ำตาไหล จิตนึกถึงแต่ความเมตตาของท่านอาจารย์ ทำไมท่านอาจารย์ใส่ใจศิษย์ผู้มาปฏิบัติถึงเพียงนี้ ท่านใส่ใจแม้แต่ก้อนหินที่เอามาปู เอามาถม ท่านช่างละเอียดเสียจริง

อาหารเช้าของพวกเราถูกจัดวางอย่างประณีต ระหว่างทานดิฉันมีความตื้นตันจนน้ำตาไหล ขณะเคี้ยวก็ร้องไห้ ขณะกลืนก็ร้องไห้ นึกถึงความเมตตาที่ท่านอาจารย์มอบให้ ซาบซึ้งในบุญคุณของท่านอาจารย์ ที่มีมากมายเหลือคณา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านอาจารย์ได้ตระเตรียม ล้วนแต่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของศิษย์ทั้งสิ้น ดิฉันขออนุโมทนากับธรรมบริกรทุกคนที่สละเวลามาทำอาหารให้ทาน

ขณะขึ้นภาวนาช่วงเช้าเวลา 08.00-11.00 น. ดิฉันเห็นบุคคลผู้หนึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ มีแสงสว่างสีเงินและสีขาวเจิดจ้ามาก เห็นแวบเดียวก็หายไป (ปกติขณะเดินจงกรมดิฉันมักจะเดินรอบต้นโพธิ์ เมื่อเห็นในจิตเช่นนั้น วันต่อมาดิฉันจึงเดินออกห่างต้นโพธิ์เกรงว่าจะเป็นการไม่เคารพต่อผู้สูงส่งที่เห็น) และขณะปฏิบัติ ดิฉันสัมผัสได้ว่าแสงรัศมีธรรมจากภาพที่อยู่บนฝาผนังด้านหลังเรือนปฏิบัติ แผ่รัศมีออกมาเจิดจ้ามาก (เพราะดิฉันนั่งอยู่แถวสุดท้ายเกือบติดฝาผนัง) จิตรับได้ว่าพลังรัศมีธรรมแผ่ออกมากระทบร่างกายดิฉันอย่างแรง เมื่อถึงเวลาสอบอารมณ์ดิฉันได้เรียนท่านอาจารย์ไปตามนั้น

วันที่ 25 มีนาคม 2561 วันสุดท้าย ก่อนกลับบ้านได้ฟังเทปท่านอาจารย์เทศน์สอนเป็นครั้งสุดท้าย พอได้ยินคำว่า “กลับบ้าน” ดิฉันร้องไห้ไม่หยุด นั่งร้องไห้น้ำตาไหลเป็นทาง มันรู้สึกตื้นตันมาก ๆ เมื่อได้รับแจกโบรชัวร์การรณรงค์ปกป้องพระพุทธศาสนา เปิดดูโบรชัวร์เห็นพระพุทธเจ้าถูกทำลาย ก็ร้องไห้หนักเข้าไปอีก ด้วยความสงสารพระพุทธรูป อยากลุกขึ้นมาปกป้องพระพุทธศาสนา ดิฉันรู้สึกว่า จิตตนเองเปลี่ยนไปมาก

“นี่แค่ 3 วัน เปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?” จิตเบา สงบ อ่อนโยน แต่เข้มแข็ง มองทุกสิ่งทุกอย่างในโลกที่เกิดขึ้นเป็นอนิจจัง เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล สงสารคนที่ยังทุกข์และไม่เข้าใจความทุกข์ คนที่สุขและไม่เข้าใจความสุข มองเห็นทุกอย่างเป็นแต่การแสดงละคร วันหนึ่งก็ต้องตาย

ดิฉันเกิดความศรัทธาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม และท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล อย่างยิ่ง จนไม่รู้จะเอาคำพูดใดมาเขียนเล่าบรรยายถึงความรู้สึกกตัญญูนี้ได้ ท้ายที่สุดนี้ ดิฉันขอนอบน้อมกราบพ่อแม่ครูอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า ดิฉันรอวันที่จะได้เป็นศิษย์เตโชวิปัสสนาเจ้าค่ะ

One thought on “หลวงพ่อจรัญ ส่งฉันมา

  1. ดิฉันฟังคำสอนหลวงพ่อจรัญมานานเป็นสิบปีจนรู้ว่าหลวงพ่อท่านนำพาเราไปสู่ความดีงามได้อย่างไร แต่ก็ยังไม่เคยได้ยินว่าท่านบอกว่า การปฏิบัติแบบท่านคือระดับอนุบาลเลยจริงๆ ค่ะ ขอทราบด้วยว่า คุณฟังจากธรรมเทศนาชุดไหน ชื่ออะไร จะได้หามาฟังบ้างค่ะ เพราะไม่เคยได้ยินจริงๆ

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.