ประสบการณ์ธรรม คุณจุฑามาศ

ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เตโชวิปัสสนาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2555 หากนับจนถึงปัจจุบันนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 6 ปี เข้าคอร์สปฏิบัติมาแล้ว 18 คอร์ส และภาวนาเป็นหน้าที่ทุกวัน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5,000 ชม. ปัจจุบันนี้อายุย่าง 48 ปี

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาคือปี 2559-2560 ข้าพเจ้ามีอาการเวียนศีรษะโงนเงน บางครั้งมีอาการปวดศีรษะอย่างมากร่วมด้วย เป็นอาการคล้ายผู้ป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ต้องทานยาแล้วนอนหลับพักผ่อนอย่างเดียว พอทุเลาลงแล้วก็ยังต้องเคลื่อนไหวให้ช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น นั่งไปยืน นอนแล้วลุก หรือการหันซ้ายหันขวา ก้มเงย เป็นต้น อาการเหล่านี้เป็นอยู่แค่ช่วงสั้น ๆ 2-3 วัน ทานยานอนพักก็จะหาย และ 2-3 เดือนจะเป็นสักครั้ง

การเป็นแต่ละครั้งก็ไม่แน่นอนคาดเดาไม่ได้ เพียงแต่จะมีลักษณะของอาการเตือนให้ทราบเพื่อให้ทานยา แต่ถึงแม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ก็ก่อทุกขเวทนาทางกายเป็นความทรมานไม่น้อยเลย ด้วยอาการเวียนศีรษะ พะอืดพะอมทานอะไรก็ไม่ได้ เพราะพอทานเข้าไปก็จะอาเจียนออกมาหมด

ในปี 2560 ที่เพิ่งผ่านไปนี้ อาการเหล่านี้ก็มีมากขึ้นถี่ขึ้น โดยปกติแล้ว ตนเองเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงไม่ค่อยจะเจ็บป่วย มีบ้างที่หากนอนน้อยติดกันหลายวันหรืออากาศเปลี่ยนฉับพลัน จะมีอาการเจ็บคอเล็ก ๆ น้อย ๆ ทานยาวันหรือสองวันก็หาย แต่ปีที่ผ่านมา ต้องแอดมิตในโรงพยาบาลด้วยอาการที่เล่ามาข้างต้นถึง 4 วัน ต้องฉีดยาแก้ปวดศีรษะถึง 3 เข็มในคราเดียว ให้น้ำเกลือไป 6 ขวด หลับอย่างเดียวตลอด 3 วัน 3 คืน ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ นอกจากเกลือแร่ในร่างกายต่ำ ซึ่งก็น่าจะต่ำเพราะทานอะไรไม่ได้เลย จึงต้องให้เกลือแร่เพิ่มทางสายน้ำเกลือ

ด้วยความที่เป็นผู้ปฏิบัติธรรมมาหลายปี ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราย่อมไม่มีความบังเอิญ ทุกสิ่งย่อมมีมาแต่เหตุ และแน่นอนการเจ็บป่วยครั้งนี้ทำให้คิดถามตนเองว่า “เราเคยไปทำสิ่งใดไว้ จึงส่งผลให้เราต้องเจ็บป่วยด้วยอาการเช่นที่เป็นอยู่นี้” เมื่อหายดีกลับมาบ้านก็ยังต้องทานยาอยู่อีกระยะหนึ่ง ทุกวันนี้ก็ยังต้องทานหากมีอาการเตือน นับจากวันที่ออกจากโรงพยาบาลมาจนถึงตอนนี้ก็ร่วม 4 เดือนกว่า ข้าพเจ้าภาวนาเป็นหน้าที่ทุกวัน สังขารอะไรผุดขึ้นมาก็รู้ ไม่ไปเกาะเกี่ยว ไม่มีการเห็นอะไรที่หวือหวาโลดโผน แล้วโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน คำตอบของคำถามที่สงสัยก็มาถึง

ในขณะภาวนา มีภาพที่ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ตอนที่อายุประมาณ 25 ปี เป็นภาพที่นั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อน ๆ ในสถานที่เที่ยวกลางคืน กินดื่มสรวลเสเฮฮา ท่ามกลางแสงสีเสียงดนตรี บางภาพก็เป็นเมื่อตอนที่อายุ 30 กว่า ๆ หลายเหตุการณ์ลืมไปแล้วด้วยซ้ำเพราะนานกว่า 20 ปีแล้ว แต่ทุกการกระทำไม่เคยหายไปไหน ยังคงฝังอยู่ในสังขารเป็นรหัสกรรม รอเวลาส่งผลเมื่อเหตุและปัจจัยถึงพร้อม

ในช่วงนั้น ได้รับโอกาสที่ดีในหน้าที่การงาน มีรายได้ค่อนข้างมาก และไม่ต้องรับผิดชอบครอบครัว จึงใช้ชีวิตสนุกสนานเฮฮาแบบที่เรียกได้ว่า สุดแสนจะไร้สาระและไร้สติปัญญา เครื่องดื่มมึนเมา เช่น วิสกี้ ไวน์ เบียร์ ทั้งซื้อดื่มเองและซื้อให้ผู้อื่น ซ้ำร้ายกว่านั้นคือเป็นผู้ที่มีอาชีพผลิตสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์และโรงภาพยนตร์ และแน่นอนหนึ่งในนั้นคือ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ออกฉายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมให้ผู้คนนับล้าน “เมา” ตัวเองก็ “เมา” และใช้ชีวิต “เมา ๆ” แบบนั้นอยู่ถึง 10 ปีเต็ม

บัดนี้ข้าพเจ้าทราบชัดแล้ว ถึงเหตุที่ทำให้ต้องเจ็บป่วยด้วยอาการที่พิจารณาให้ดีจะเห็นว่า ไม่ต่างกันเลยกับอาการของคนที่เมาเหล้า อาการเวียนศีรษะ โงนเงน โงหัวไม่ขึ้น พะอืดพะอมและอาเจียน และหากข้าพเจ้า…ไม่ได้พบธรรม ไม่ได้ปฏิบัติธรรม และไม่เคยได้ชำระจิตที่มีรหัสกรรมนี้ฝังอยู่เลย ผลของอกุศลกรรมนี้จะส่งผลแก่ข้าพเจ้า เมื่ออายุเท่าไหร่? และจะรุนแรงขนาดไหน?

หากไม่ส่งผลในชาตินี้เป็นความเจ็บป่วยที่รุนแรง ก็อาจจะส่งผลเป็นความทุพพลภาพทางสมอง ความไม่สมบูรณ์ทางร่างกาย หรือการเจ็บป่วยอย่างหนัก และกินเวลายาวนานในชาติถัด ๆ ไป หรือที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นคือ หากต้องตายลงในขณะที่จิตยังไม่เคยถูกชำระเลย ปลายทางของดวงจิตจะไปสู่ที่ใด คงคาดเดาได้ไม่ยากนัก

แต่ด้วยยังพอมีวาสนาอยู่บ้างจึงได้รับความเมตตาอย่างสูงยิ่ง ให้ได้เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ในสายธรรมเตโชวิปัสสนา ที่มีพลังในการเผาชำระจิตอันเอกอุ จึงทำให้เผารหัสกรรมออกไปบ้างจากที่สั่งสมมานับสิบปี ทำให้วิบากกรรมส่งผลเบาบางลงและเร็วขึ้น จึงทำให้ได้รับผลจากอกุศลกรรมในระดับที่ยังพอรับมือไหว

ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าไม่มีความสงสัยหรือความแปลกใจใด ๆ อีก หากวันนี้มีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นปกติดี แล้วเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าจะต้องพบว่าตนเองเจ็บป่วยอย่างหนัก เพราะเมื่อเราสร้างเหตุใดไว้ ย่อมต้องรับผลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้ชีวิตด้วยความคึกคะนอง กระทำผิดศีล และขาดกัลยาณมิตรผู้ชี้ทาง ย่อมนำพาชีวิตให้ต้องพบกับความทุกข์ยากลำบากอย่างยิ่งในภายหลัง

แม้เวลาจะผ่านมานับสิบ ๆ ปีแล้วก็ตาม เหตุอันเป็นอกุศล ก็ยังคงติดตามรอวันส่งผลดุจดังล้อเกวียนที่หมุนตามรอยเท้าโค ปัจจัตตังที่รู้เองเห็นเองด้วยตนนี้ ทำให้ตระหนักถึงผลที่เกิดแก่ชีวิตทั้งที่ดีและไม่ดี ว่าเกิดจากเราเองที่ได้เคยสร้างเหตุไว้ และเราสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้ด้วยการสร้างเหตุใหม่ที่ดีกว่าเดิม ด้วยการรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ หนักแน่นในการทำความดี และพากเพียรชำระจิตให้บริสุทธิ์ ดังคำที่ท่านอาจารย์กล่าวว่า “มีได้ ก็หมดได้” อันเป็นกำลังใจอย่างยิ่งแก่ข้าพเจ้าให้พากเพียรภาวนา พาตนให้พ้นไปจากวัฏสงสารอันอำมหิต ให้ได้ในชาตินี้

อานิสงส์แห่งคุณงามความดีทั้งหมดอันจะพึงเกิดจากธรรมทานนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นประมาณเหนือเศียรเกล้า และขอน้อมถวายเป็นอาจาริยบูชาแด่พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ด้วยน้อมสำนึกในพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้มอบชีวิตใหม่อันประเสริฐนี้ให้แก่ศิษย์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.