ประสบการณ์ภาวนาคุณชัชพนธ์

ข้าพเจ้า นายชัชพนธ์ ชื่อเล่น หมู คติประจำใจ “รู้จุดสัมผัสให้ชัด รู้แล้วลุย” เกิดที่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีพี่น้องทั้งหมด 12 คน ข้าพเจ้าเป็นคนที่ 11 บิดารับราชการที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอปากช่อง มารดาเป็นแม่บ้าน นิสัยในวัยเด็กเป็นคนรักสงบ ไม่ชอบทำบาป เรื่องยิงนกตกปลาไม่ทำ มีพี่น้องหลายคนก็มีปัญหากระทบกระทั่งกันเสมอ มีความอิจฉาริษยาและไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่ ข้าพเจ้าขยันช่วยงานบ้านเสมอ ตั้งใจเล่าเรียนและสอบได้เลขตัวเดียวมาตลอดจนจบ ม.ศ.3 ซึ่งสมัยก่อนนั้นมี ป.7 เป็นรุ่นสุดท้ายของประเทศ เนื่องจากทางบ้านมีลูกเยอะฐานะไม่ค่อยดี พี่สาวที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ จึงรับข้าพเจ้าไปอุปการะส่งเรียนต่อจนจบ ปวช. (การบัญชี) เมื่อปี พ.ศ. 2527

เมื่อเรียนจบต้องหางานทำ โชคดีที่ได้ทำงานบริษัท ข้าพเจ้าสู้งานและประหยัด เมื่อเก็บเงินได้สักพักก็แต่งงานและสร้างครอบครัว มีลูกชาย 2 คน ลูกสาว 1 คน ชีวิตดำเนินไปเรื่อย ๆ มีความสุขตามอัตภาพ แต่ความที่เราไม่มีศีล 5 ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยน ลุ่มหลง มัวเมากับกิเลส ตัณหา มีความทะเยอทะยาน ดื่มเหล้า คบผู้หญิงและมีความสัมพันธ์กันอย่างลับ ๆ โดยที่ภรรยาไม่รู้ การเงินเริ่มฝืดเคืองและชักหน้าไม่ถึงหลัง จึงต้องเปลี่ยนงานใหม่เพื่อจะได้มีรายได้มากขึ้น พูดโกหกเป็นเรื่องปกติ เมาหัวราน้ำเป็นเรื่องธรรมดา ใช้เงินมือเติบและมีเพื่อนฝูงห้อมล้อม การงานจึงเริ่มมีปัญหายอดขายตก เก็บเงินลูกค้าไม่ได้ เละเทะที่สุดคือเป็นหนี้บริษัท ต้องขายบ้านเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้สินที่ก่อไว้ ภรรยาก็เริ่มมีปากเสียงกันประจำ

ชีวิตเริ่มดิ่งลงไปเรื่อย ๆ จนต้องไปหาเจ้าเข้าทรง หวังจะรวยได้เลขเด็ดแต่ก็เจ๊งทุกงวด เมื่อไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตา พอชีวิตถึงทางตันจึงได้เข้าหาธรรม โดยบวชเป็นพระภิกษุที่วัดหลวงพ่อโบสถ์น้อย ติดกับโรงพยาบาลศิริราช เมื่อผ่านวงเวียนใหญ่ ได้เข้าไปกราบสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขอให้ลูกได้พบธรรมได้มีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเถิด แต่ก็ยังลำบากอยู่เพราะตกงาน จากนั้นจึงได้ไปช่วยพี่สาวทำงาน ก็เป็นงานชนิดที่ทำนาบนหลังคนคือ ปล่อยเงินกู้และไปร่วมขายหวยใต้ดิน กรรมยิ่งหนักเหมือนนรกเป็นใจ ออกจากพี่สาวมาได้งานกำจัดแมลงที่บริษัทแถว ๆ เอกมัย ทำบาปอีกทั้งมด ปลวก หนู ผิดศีลข้อ 1 เต็ม ๆ แต่ดีที่ได้เพื่อนแนะนำให้ไปปฏิบัติธรรม คือ สายสัญญา โดยต้องบวชจิตก่อน และต้องอยู่ปฏิบัติ 5 ปี และรักษาผู้ป่วยที่มารับการรักษาทุกวัน (หยุดวันโกนกับวันพระ) ชีวิตนี้หนอ เมื่ออับจนหนทาง จำต้องเอาก็เอา 5 ปีก็ 5 ปี พากเพียรรักษาผู้ป่วยอย่างมีวินัยและมีสัจจะ งานที่ทำไม่ใช่เป็นเจ้าเข้าทรงแต่เป็นการเปิดบารมีรับพลังจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์จากเบื้องบน ใช้พลังรักษาคนไข้ โดยผ่านกายของเราจนเขาหายดี ไม่รับเงินจากการรักษา รักษาเสร็จต้องกลับมานั่งสมาธิที่บ้านใช้กรรมแทนเขาอีก ไม่เช่นนั้นเจ้ากรรมนายเวรเขาเล่นงาน รักษามา 7 ปี จนอาจารย์ท่านตายก็เลิกรักษา และได้ยุบสำนักที่เจริญนคร 22

ข้าพเจ้าอ่านหนังสือธรรมะของพ่อแม่ครูอาจารย์ทุกท่านทั้งสายพระป่า หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม และอีกหลายท่าน แต่ความทุกข์ทั้งกายและใจยังถาโถม ประดังเข้ามาให้ใช้กรรมตลอด จนปลายปี 2559 ไปเดินอ่านหนังสือที่ ซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นทรัลพระราม 2 เหมือนมีอะไรดลจิตดลใจให้เดินเข้าไปพบหนังสือ “เตโชวิปัสสนา…เปิดประตูนิพพาน” และ “ฆราวาสบรรลุธรรม (เล่ม1)” ซื้อกลับมาอ่านที่บ้านอย่างใจจดใจจ่อ อ่านไปเจอประโยคที่ว่า “เรายังอยู่ เหมือนผู้มาเยือนโลก ทำความดีทุกอย่างฝากไว้ ถึงเวลาเราจะจากไป เรามานำทางคนของเราไปด้วย เขาติดหลงทางอยู่ในนี้นานแล้ว เขาถูกหลอกจนหาทางกลับไม่เจอ ได้เวลากลับบ้านซะที” อ่านจบน้ำตาไหลจากจิตลึก ๆ ข้างในมันสะเทือนใจมาก คำว่ากลับบ้าน (นิพพาน) มันมีจริง ๆ หรือในชาตินี้ ทำได้หรือ รีบเขียนใบสมัครเข้าคอร์ส ส่งไปเดือนมีนาคม ปี 2560 แต่ลงสมัครคอร์สเดือน มิถุนายน 2560 รออย่างใจจดจ่อ เฝ้าแต่รอโทรศัพท์ ว่างจากงานก็นั่งสมาธิ ฝึกฝนตัวเอง แต่ยังมีอัตตาเยอะมาก ต้องได้ขั้นนั้นขั้นนี้ เพราะกิเลสมันปรุงแต่ง นั่งสมาธิทุกวันก่อนนอนจนติดเป็นนิสัย ถ้าวันไหนไม่ได้นั่งจะนอนไม่หลับ

เมื่อใกล้เวลาที่จะเข้าคอร์สแต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน แทบจะบ้าตายและทุรนทุราย ไม่รู้ว่ากิเลสในกายมันกลัวมากไปหรือเปล่า จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์ว่ามีชื่อเข้าคอร์ส ก่อนเข้าคอร์สสิบกว่าวัน มีคืนหนึ่งนิมิตเห็นภูเขาทั้งลูกลุกเป็นไฟจนถล่มทลายลงมา รุ่งขึ้นได้นั่งสมาธิต่อเนื่อง 3 ชั่วโมงรวด ด้วยความศรัทธาต่อท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล แม้เวทนาเกิดก็ทนจนเกิดปีติ ซาบซ่านไปหมด เกิดสิ่งที่ไม่เคยพบคือ “จิตประภัสสร” จิตของเรายิ้มได้ เดินไปกินก๋วยเตี๋ยวก็ยิ้มทั้งวัน แปลกมากเพราะเคยอ่านเจอแต่ในหนังสือ ฆราวาสบรรลุธรรม ไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเราเอง ตกกลางคืนหลังจากนั่งสมาธิแล้ว นิมิตเห็นมีพญางูตัวใหญ่ดันตัวเราให้ลุกขึ้น น่ากลัวมากกำหนดจิตท่อง “พุทโธ” อย่างเดียว จึงหายไป ต่อมาเมื่อเป็นศิษย์แล้วจึงรู้ว่าห้ามนั่งภาวนาโดยไม่มีท่านอาจารย์คุ้มครอง

คอร์สแรกมีสภาวธรรมจากการนั่งภาวนาที่เรือนนอน 2 ชั่วโมงครึ่ง เกิดเวทนาอย่างมากแทบจะลุกจากเบาะภาวนา แต่ด้วยสัจอธิษฐานนั่ง 2 ชั่วโมงครึ่ง จึงไม่ลุก และได้เห็นกองทัพโดยมีสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงนั่งบนหลังช้างและกองทหารพร้อมออกศึก ที่เชิงเขาพระพุทธบาทน้อย จึงรายงานสภาวธรรมให้ท่านอาจารย์ได้ทราบ ท่านอาจารย์บอกว่า ในอดีตชาติข้าพเจ้าเคยเกิดเป็นทหารในสมัยของพระองค์ท่านและร่วมกู้เอกราชคืนมาจากพม่า ในคอร์สแรกจิตยังฟุ้งซ่าน คิดไปเรื่อยเปื่อย ยังเพ่งและตรึงไม่ได้ มีแต่เวทนาเยอะมาก สงสัยกรรมท่าจะหนักไม่เบา กลับมาจากคอร์สแรกมีสติสัมปชัญญะมากขึ้น เริ่มรู้อารมณ์ที่มากระทบมากขึ้น ควบคุมได้ โลภ โกรธ หลง ลดลงมาก จิตมีความนิ่งและสำรวมมากขึ้น ข้าพเจ้านั่งภาวนาเช้าและเย็นทุกวัน ถ้าวันหยุดก็มากหน่อย นันทิตัดไปได้เลย จิตเขาไม่อยากดู TV หรือฟังเพลง ลูก ๆ เปิดเพลงก็รู้ว่าเป็นเสียงเพลงไม่ไปปรุงแต่ง นี้แหละคือความมหัศจรรย์แห่งจิตที่ได้รับการฝึกฝน เคี่ยวกรำ พากเพียร และพยายามอ่านธรรมจากท่านอาจารย์บ่อย ๆ จิตจะได้มีกำลังไม่ถูกกิเลสหลอกอีก

ก่อนเข้าคอร์สที่ 2 ระหว่างวันที่ 16-22 กรกฎาคม 2561 เกิดนิมิต 3 ครั้งภายในเดือนมิถุนายน 2561 นิมิตแรก ข้าพเจ้าขับรถยนต์โดยมีท่านอาจารย์นั่งเบาะหลัง เหมือนจิตเขาจะบอกว่า เราเคยได้ธรรมมาก่อนแต่ถูกกิเลสปิดไว้ ข้าพเจ้าจึงขับรถแบบไม่ค่อยมั่นใจ ยังไม่ชำนาญ นิมิตที่ 2 ห่างกัน 3 วัน เห็นภรรยาจูงมือหลานสาวเดินลุยน้ำ ด้วยความรักและห่วงใย ค่อย ๆ เดิน น้ำใสมาก แต่จิตข้าพเจ้ารู้ว่า “เป็นท่านอาจารย์เดินจูงมือของข้าพเจ้า” ลุยน้ำโดยที่ตัวไม่เปียกน้ำเลย จนเดินขึ้นฝั่งไป (ท่านมารับลูกกลับขึ้นฝั่ง) อีก 2 วันได้เกิดนิมิตที่ 3 ได้ขับรถโตโยต้าสีขาวที่คุณใหญ่ขับให้ท่านอาจารย์ในปัจจุบัน คราวนี้ก็ยังไม่มั่นใจ ขับไปผิดทางอีก จนมีเสียงท่านอาจารย์กล่าวว่า “นี่เป็นรถรุ่นใหม่นะ มีแรงม้ามาก เกียร์ออโต้ ทันสมัยที่สุดในเวลานี้นะ เธอมีหน้าที่จับพวงมาลัยอย่างเดียว ยังจะไปกลัวอะไรอีก” เหมือนจะบอกว่า “พลังท่านอาจารย์มากนะ เตโชธาตุเผาได้มากที่สุดในยุคนี้” ทั้งหมดนี้คือนิมิตก่อนเข้าคอร์สที่ 2

วันที่ไปเข้าคอร์ส ได้เข้าไปกราบต้นพระศรีมหาโพธิ์และอธิษฐานว่า “ขอให้ข้าพเจ้ารู้จุดสัมผัสให้ชัดด้วยเถิด” และได้กลับบ้านอีกครั้งครบ 1 ปีพอดี มีความตั้งใจมาก จะไม่พลาดท่าให้กิเลสเหมือนคอร์สแรกที่โดนถล่มซะจอดำสนิท วันที่ 3 รับกรรมฐานจากท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์นำสวดอิติปิโสฯ เท่านั้นแหละ น้ำตาอาบแก้ม ปลื้มปีติ ตื้นตันใจ จิตเดิมเขาดีใจมาก ไม่กล้าร้องไห้เสียงดังเกรงใจคนข้าง ๆ วันที่ 4 ขณะกำลังภาวนาที่หอปฏิบัติ ช่วงเช้าเกิดสภาวธรรมในขณะที่ภาวนา จิตเห็นเป็นพระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เดินเข้ามาแล้วพูดว่า “พระสมเด็จฯ ฉันเป็นคนปลุกเสกเอง ทำไว้แจกคนในวังและถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ฉันยกโทษให้เธอเพราะเธอไม่รู้” แล้วท่านก็เดินไปตรวจดูศิษย์ที่นั่งภาวนากันต่อ ซึ่งจริง ๆ ข้าพเจ้าลืมไปแล้วเพราะผ่านมา 10 กว่าปี

เมื่อสมัยตอนที่ชีวิตตกต่ำไม่มีเงินจะใช้จ่ายในครอบครัว ผู้มีพระคุณของข้าพเจ้าได้มอบพระสมเด็จวัดระฆังมา 4 องค์ บอกว่าพระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ปลุกเสก ให้เก็บไว้ดี ๆ (ตอนที่ข้าพเจ้ารักษาผู้ป่วย) ข้าพเจ้านำไปให้เซียนพระที่ท่าพระจันทร์ดู คือจะเอาพระสมเด็จฯ ไปให้เช่าเอาเงินมาไว้ใช้ แต่เซียนพระบอกเป็นของปลอม รุ่นนี้ไม่เคยเห็น ถ้าเป็นของแท้ราคาเป็นสิบ ๆ ล้านเลยนะ ข้าพเจ้ากลัวลูก ๆ จะรู้ว่าเป็นพระปลอม ถ้าข้าพเจ้าตายไปจะเป็นบาปกับลูกหลานตามที่เซียนพระบอก จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี นำมาทุบในครกตำด้วยสากป่นไปเลย เวลาดวงตกมันก็ตกสุด ๆ เหมือนกัน คิดแล้วเสียดายมาก (รุ่นนี้เขาเรียกรุ่นไกเซอร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อแล้วมีแสงในกระเป๋า พระเจ้าไกเซอร์ แห่งเยอรมนี ได้เห็นจึงถามพระองค์ท่าน เขาจึงเรียกรุ่นไกเซอร์) ตอนเย็นมาภาวนาที่ลานโพธิ์ถวายเป็นพุทธบูชาแด่สมเด็จพระบรมศาสดา จิตตรึงนิ่งมาก ในขณะภาวนา เวทนาตรงขาที่เคยปวดหายไปเลย ข้าพเจ้ามีสติรู้ที่จุดสัมผัสเพียงอย่างเดียว ช่วงล่างตั้งแต่เอวถึงขาหายไปเลย มองไม่เห็น เห็นแต่มือที่ตรึงไว้เท่านั้น มหัศจรรย์มาก

วันที่ 5 ภาวนาที่หอปฏิบัติธรรมช่วงเช้า เกิดสภาวธรรมเห็นเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มองมาที่ข้าพเจ้าด้วยความอาฆาตแค้นมากแต่ก็ไม่ได้ตามดู วางเฉย สักประเดี๋ยวก็ปรากฏเป็นภาพบิดาของข้าพเจ้าใช้ขวานฟันงูเหลือมที่หนีน้ำท่วมมานอนขดข้างกระสอบข้าวสาร คือ เมื่อสมัยข้าพเจ้าอายุ 10 ขวบ วิญญาณของงูคงอาฆาตบิดามากที่ฆ่าเขา บิดาของข้าพเจ้าผูกคอตายที่กอไผ่ริมลำตะคองที่บ้านปากช่อง ส่วนข้าพเจ้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ นี้อาจจะเป็นสาเหตุที่ท่านจบชีวิตลงที่กอไผ่ เพราะงูตัวนี้อาศัยอยู่บริเวณนั้น ความพยาบาทอาฆาตช่างรุนแรงมาก ชีวิตต้องจบลงด้วยชีวิต กงเกวียนกำเกวียนคงหมุนไปตามกรรมที่ได้กระทำ (บิดาเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย มารักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ กรุงเทพฯ กลับไปไม่กี่วันท่านก็ปลิดชีวิตท่านเองในท่านั่งสมาธิ)

ภาพสภาวธรรมติด ๆ กันเลย เป็นภาพองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตีฝ่าวงล้อมทหารพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยา ข้าพเจ้ามายืนอยู่ข้างพระองค์คอยระวังภัย พระองค์ทรงหยุดม้าที่เนินเล็ก ๆ หันพระพักตร์และทอดพระเนตรไปยังเปลวเพลิงที่ลุกไหม้เป็นทะเลเพลิง ความเศร้าสลดบังเกิดขึ้นในจิตของข้าพเจ้าเมื่อได้เห็นน้ำพระเนตรของพระองค์ไหลอาบแก้ม สูญสิ้นความเป็นไทยในบัดนั้น เราเสียเอกราชให้แก่อริราชศัตรู ยังความเศร้าสลดต่อจิตข้าพเจ้ายิ่งนัก น้ำตาในสังขารกรรมได้ถูกปลดปล่อยแล้วในขณะที่เขียน น้ำตาแห่งความรักพระองค์ท่านและรักแผ่นดินก็ยังไหลออกมา ซึ่งทุกสิ่งมันจบแล้ว ล้วนเป็นไตรลักษณ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

ข้าพเจ้าได้รายงานสภาวธรรมนี้ให้ท่านอาจารย์ได้ฟังพร้อมกับสะอื้นไห้ ด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าของสังขารกรรม ท่านอาจารย์พูดว่า ให้ใช้ความเด็ดเดี่ยวนี้ทำมันให้จบในภพนี้ แล้วเรียกข้าพเจ้าว่า “ไอ้เรือง” ท่านอาจารย์พูดว่าเธอมีความกตัญญู เธอปิดอบายได้ตอนภาวนาที่ลานโพธิ์ ไม่ต้องมาเกิดในอบายภูมิอีกแล้ว ยังความปลื้มปีติให้แก่ข้าพเจ้ายิ่งนัก น้ำตาแห่งนักรบที่เคยมีชีวิตได้ร่วมกันกู้ชาติไทยในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เหมือนได้ปลดโซ่ตรวนข้อใหญ่ที่ผูกมัดดวงจิตไว้มาเนิ่นนาน ด้วยพลังแห่งเตโชธาตุของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

ข้าพเจ้าขอน้อมกราบคุณพระศรีรัตนตรัย พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกภพทุกชาติ พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ด้วยความเคารพและศรัทธาอย่างสูงยิ่ง “ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป ตราบที่เรายังมีลมหายใจ ข้าพเจ้าปักดาบลงบนพื้นปฐพี แห่งสายธรรมเตโชวิปัสสนา ความตายไม่เคยกลัว ที่กลัวมากที่สุดคือ การเกิดในชาติต่อไป จะดับการเกิดให้ได้ด้วยจิตกตัญญูและหนักแน่น”

ข้าพเจ้าขอให้แสงธรรมแห่งสมเด็จพระบรมศาสดา ได้นำทางผู้ที่เคยตั้งจิตอธิษฐานในการหลุดพ้น ได้พบธรรมแท้ในกึ่งพุทธกาลด้วยเทอญ สาธุ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.