ประสบการณ์การภาวนา คุณสุนทรีย์

ข้าพเจ้า นางสาวสุนทรีย์ อายุ 38 ปี ทำงานในร้านหนังสือมา 15 ปี เหตุที่เข้ามาในทางธรรมเพราะเห็นทุกข์จากมรสุมชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานที่เหมือนจะไม่จบลงได้เลย มีความทุกข์มากมายปรากฏแก่ใจข้าพเจ้า จนเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและก็ได้เข้าใจว่าไม่มีใครจะแก้ไขสิ่งนี้ได้ นอกจากใจของตนเองเท่านั้น ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อได้สัมผัสธรรมะของพระพุทธเจ้า อันเปรียบดังโอสถรักษาใจ ชีวิตได้พบคำตอบว่า วิบากกรรมที่เจอเหล่านี้ล้วนเกิดจากเหตุที่กระทำไว้เองทั้งสิ้น ด้วยการอ่านหนังสือธรรมะเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นให้ตนเป็นคนเดียวในครอบครัวที่สนใจปฏิบัติธรรม

โดยเริ่มจากการเข้าวัด ฟังเทศน์ ฟังธรรม และปฏิบัติมานับแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ชีวิตต้องประสบความยากลำบากเพียงใด แต่ข้าพเจ้าไม่ได้คิดหนี ยังคงทำหน้าที่ของพี่สาวคนโต ทำงานเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัว มีแม่ที่ป่วยและอาที่อยู่ในวัยชรา น้องคนกลางรวมถึงน้องคนเล็กที่ป่วย ซึ่งต้องได้รับการดูแลไปตลอดชีวิต ก่อนหน้าที่จะได้เข้ามาปฏิบัติธรรมในสายธรรมเตโชวิปัสสนานี้ จิตใจบอบช้ำสาหัส และจมอยู่กับความอาฆาตพยาบาทคนที่มาทำความไม่พอใจให้กับข้าพเจ้า แม้จะมีธรรมะในใจบ้าง แต่ชีวิตหมดพลัง แทบจะเสียสติ จนกระทั่งได้รับการชักชวนจากลูกค้าประจำที่ร้านหนังสือ ซึ่งเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ ประกอบกับได้ติดตามอ่านหนังสือของท่านมาตั้งแต่เล่มแรก ๆ จึงมีจิตศรัทธาเลื่อมใสมานาน

เมื่อได้จังหวะเวลาและโอกาสจึงได้สมัครคอร์สปฏิบัติธรรม การได้เข้ามาในสายธรรมนี้เหมือนสวรรค์มีตาได้เห็นในความเสียสละและความปรารถนาของข้าพเจ้า ที่อยากบวชไม่สึกแต่ทำไม่ได้ด้วยหน้าที่ที่มี โดยการอธิษฐานทุกครั้งที่ทำกุศลนั้น มุ่งขอให้ได้ถึงซึ่งพระนิพพาน แม้จะยังไม่ใช่ชาตินี้ก็ตาม ในระหว่างปฏิบัติธรรมคอร์สเตโชวิปัสสนากรรมฐาน รู้สึกร้อนลวกบริเวณฝ่ามือมาก เมื่อถอนภาวนาแล้วยังคงปวดแสบปวดร้อนอยู่จนเป็นจ้ำแดง ๆ พยายามเพ่งตรงจุดสัมผัส และอุเบกขากับความคิดที่ฟุ้งซ่านว่า นั้นจิตกิเลสคิด ไม่ใช่จิตเดิมแท้ ตามคำสอนของท่านอาจารย์

ช่วงวันแรก ๆ มีความตั้งใจมากจนเกร็ง ปวดระบมไปทั้งร่าง ช่วงท้ายของชั่วโมงปฏิบัติถึงกับนั่งร้องไห้เบ้ปากเลยทีเดียว เพราะทนกับเวทนาไม่ได้ ทั้งความร้อนตรงฝ่ามือและการเกร็งตัวจนสั่น ไม่อาจนั่งครบชั่วโมงปฏิบัติได้ เมื่อปรับท่านั่ง การเกร็งตัวน้อยลงทำให้นั่งภาวนาได้จนครบเสียงระฆังดัง ในที่สุดก็สามารถนั่งได้ 1 ชั่วโมงครึ่ง

วันที่ 2 ของการได้รับกรรมฐานจากท่านอาจารย์ เมื่อกลับมาปฏิบัติที่เรือนนอนมีนิมิตเห็นท่านอาจารย์อุ้มเด็กทารกที่ร้องไห้งอแงอยู่บนบ่า ประคบประหงมปลอบโยนเด็กผู้นั้นดุจมารดาดูแลบุตร เพียงแวบเดียว สิ่งนี้ข้าพเจ้าไม่ได้เรียนให้ท่านทราบ แต่เกิดเป็นความรู้สึกซาบซึ้งใจที่ท่านอาจารย์มีความรัก ความเมตตา และคอยดูแลศิษย์ ปลอบโยนยามทุกข์เศร้าดุจมารดา ธรรมะสายนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้ค้นพบบ้านที่แท้จริง คือ คนที่อยู่ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียนกัน ปลอบประโลมยามมีความทุกข์เศร้าหมอง มีแต่ความเอื้อเฟื้อกรุณาปรารถนาดีต่อกันเพื่อเดินไปสู่ทางพระนิพพาน มีความกตัญญูรู้คุณตอบแทนคุณต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทำให้ได้รู้จักวิถีชีวิตที่ผสมผสานทางโลกและทางธรรมได้อย่างกลมกลืนคือ ได้ปฏิบัติธรรมทุกวัน และได้ทำหน้าที่ดูแลครอบครัวไปด้วย โดยไม่ละทิ้งหน้าที่แม้จะหนักหนาเพียงใดก็ตาม

ความเปลี่ยนแปลงที่ได้รับอย่างชัดเจนมาก ๆ เมื่อปฏิบัติธรรมมาต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่การปฏิบัติแบบอานาปานสติ จนกระทั่งได้ปฏิบัติเตโชวิปัสสนากรรมฐาน คือ หัวสมองปลอดโปร่ง มึน เบลอ น้อยลงกว่าแต่ก่อน ทำงานต่าง ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รับมือกับสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นตามระดับการปล่อยวาง เกิดความเมตตาในใจและการให้อภัย ปัญหาในครอบครัวลดลง ส่วนหนึ่งเพราะข้าพเจ้าตระหนักถึงการไม่ตอบโต้ หลีกเลี่ยงการเสวนา พูดเท่าที่จำเป็น เสียสละได้มากขึ้น และทำหน้าที่ต่อครอบครัวอย่างมีเมตตามากขึ้น

เมื่อได้พบเจอกัลยาณมิตรในสายธรรมตามงานอาสาต่าง ๆ ก็ได้ฟังธรรมที่สร้างพลังใจในการใช้ชีวิตและการปฏิบัติธรรม เป็นความอบอุ่นโดยธรรม ทุกวันนี้ยอมรับผลกรรมที่ทำมา พยายามรักษาศีล 5 และปฏิบัติธรรมทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมงในวันทำงาน และ 3-4 ชั่วโมงในวันหยุด เพื่อสะสางกรรมเก่า สะสมคุณงามความดี เพื่อความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป และสุดท้ายเพื่อการไม่เกิดอีกเลย เพราะเจอโทษภัยในสังสารวัฏมาอย่างเข็ดหลาบ ที่ต้องถูกกิเลสลากมาไกลถึงเพียงนี้

ข้าพเจ้าจะไม่สามารถหาทางออกให้กับปัญหาที่เจอได้เลย ถ้าไม่ได้มาเจอทางสายเอกอุนี้ ที่ตอบโจทย์ชีวิตว่าฆราวาสก็สามารถบรรลุธรรมได้ แม้จะยังไม่ใช่ชาตินี้ แต่เพียงการน้อมนำมาปฏิบัติยังมีอานิสงส์มากมายอย่างเห็นได้ชัด

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อคุณพระศรีรัตนตรัย เพื่อตอบแทนความเมตตาของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ข้าพเจ้าจะยังคงปฏิบัติอย่างต่อเนื่องต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ด้วยความเพียร หนักแน่น อุเบกขา และกตัญญูอย่างยิ่ง..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.