ประสบการณ์ธรรม แม่ชีดวงมณี

ประวัติความเป็นมา
ข้าพเจ้าแม่ชีดวงมณี เป็นบุตรสาวของนายมีชัย (หรือหลวงปู่มีชัย อยู่วัดปราการชัยพัฒนาราม จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันละสังขารแล้ว) และนางสำอาง ข้าพเจ้าได้อธิษฐานจิตต่อหน้ารูปหล่อขององค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี “ทรัพย์ใดในโลกไม่ต้องการและสิ่งที่ปรารถนาคืออยากมีดวงตาเห็นธรรม หากมีบุญวาสนาขอให้ได้บวชชี นุ่งขาวห่มขาว และอย่าได้มีปัญหาอุปสรรคใดขวางกั้น” หลังจากนั้นก็แสวงหาสถานที่ปฏิบัติ

จุดเริ่มต้น
เพื่อนกัลยาณมิตร ได้จัดภาวนาเฉพาะญาติและคนสนิท ข้าพเจ้าจึงขอเข้าร่วมภาวนาด้วย ทั้งสองท่านก็ได้แนะนำวิธีการภาวนาและเดินจงกรมเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้ามีครูสอนให้ภาวนาโดยดูลมหายใจ ดูกายเวทนา จิต ธรรม พร้อมฝึกสติการเดินจงกรม 7 จังหวะ เมื่อเข้าสู่ปี 2554 จิตคิดอยากปฏิบัติธรรมแบบเคร่งครัด จึงได้รับการแนะนำเพิ่มเติมให้ไปปฏิบัติธรรมของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ที่จังหวัดพิษณุโลก ในขณะที่นั่งภาวนา ข้าพเจ้าได้เห็นตัวเองที่เหลือแต่โครงกระดูก มีเวทนาที่รุนแรงมาก และภาพขององค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ซึ่งรับรู้ได้ถึงความเมตตาที่ท่านแผ่มาให้ และสักพักปรากฏภาพของหลวงปู่มีชัย ยืนเยื้องข้างหลังอยู่ห่าง ๆ และสื่อจิตมาบอกว่า “สู้นะลูก!!” น้ำตาของข้าพเจ้าไหลพราก วิถีพระป่าของหลวงปู่มีชัย ใช้เวลา18 ปี กว่าจะได้พบอริยสัจสี่ โดยหลวงปู่เทพโลกอุดร ได้สื่อจิตมาสอนหลวงปู่มีชัย ในขณะที่เข้ากรรมฐาน และนิมิตเห็นองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และองค์หลวงปู่ทวด

การเปลี่ยนแปลงชีวิตจากฆราวาสสู่นักบวช
เดือนพฤศจิกายน 2554 ได้เข้าปฏิบัติเตโชวิปัสสนากรรมฐาน และได้รับกรรมฐานจากท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และสมัครเข้าคอร์สที่ 1/2555 คอร์สนี้ข้าพเจ้ามีอาการขยับตัว แขนขา ไม่ได้ ในกลางดึกของคืนวันหนึ่ง จึงตั้งจิตขอให้ได้ถึงซึ่งไตรสรณคมน์ จะบวชชีปลงผม โดยอาราธนาหลวงปู่มีชัย เป็นผู้บวชให้ หลังจากตั้งจิตแล้วอาการของข้าพเจ้าก็ดีขึ้น และสามารถขยับตัวได้ หลังจากบวชแล้วก็มุ่งมั่นทำความเพียรอย่างยิ่ง

จุดหักเหชีวิตจากวัดไปสู่ป่า
หลวงปู่มีชัย มีอาการอาพาธต้องผ่าตัดสมอง แม่ชีต้องเฝ้าดูแลอาการอยู่ที่โรงพยาบาล 2 เดือน อาการอาพาธของหลวงปู่ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้ นอกจากการภาวนาเพื่ออุทิศบุญถวายเท่านั้น แม่ชีจึงขออนุญาตหลวงปู่ไปถือสันโดษภาวนาอยู่ในป่า 3 วัน เมื่อได้ไปภาวนาในป่ามีความรู้สึกสงบสัปปายะ จิตก็ไม่อยากกลับวัด ต่อมาโยมแม่น้าสำเนียงจึงได้มอบที่ดินป่า 3 ไร่ 1 งาน 73 ตารางวา เพื่อเป็นที่ภาวนา ปัจจุบันคือสถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์

ประสบการณ์จากการปฏิบัติ
ปี 2554 เพื่อนกัลยาณมิตรคนเดิมได้มอบหนังสือ เตโชวิปัสสนา…เปิดประตูนิพพาน และหนังสือเล่มเล็กมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิตให้ แค่เปิดหนังสือและได้เห็นภาพของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ก็เกิดความศรัทธาอยากเข้าไปเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าอ่านหนังสือจบภายใน 3 วัน เมื่อเข้าไปเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ยิ่งเกิดความศรัทธามากยิ่งขึ้น ท่านอาจารย์ท่านมีเมตตาสุดประมาณ มีความห่วงใยให้กับศิษย์ทุกคน ประดุจบุตรในอุทร และทำให้นึกถึงคำพูดของพระพี่ชายที่มักพูดบ่อย ๆ ว่าท่านอาจารย์เมตตาหลวงพี่มาก

ความเพียรของแม่ชีไม่เคยลดน้อยถอยลง ขอเพียรเพื่อชำระกิเลส ชำระหนี้กรรม แม่ชีไม่เคยเห็นสภาวธรรมใด ๆ มีแต่เวทนาและความร้อน ปวดกระดูกแทบแตก ยิ่งมีเวทนามาก ยิ่งทำให้มีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวไม่ท้อถอย จิตขออธิษฐานไม่ขอเห็นกรรม ไม่ขอเห็นอดีตชาติ ไม่หนีกรรมแต่ขอผ่อนส่ง ไม่เคยลังเลสงสัย เชื่อฟังคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ ตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจังไม่นอกคำครูอาจารย์

คอร์สที่ 1-8 มีแต่เวทนา ท่านอาจารย์ก็เมตตาบอกว่า “แม่ชีอาจารย์จะบอกให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ แม่ชีมีกรรมหนักก้อนสุดท้าย (เมื่อได้ยินดังนั้นก็คิดว่าโอ้โห!! 20 ปี ก็คงใช้ไม่หมด) แต่ไม่เป็นไรมีได้ก็หมดได้ ขอเพียงให้ได้มาปฏิบัติเดี๋ยวก็หมด” ทำให้มีกำลังใจฮึดขึ้นมา ไม่เคยกลัวต่อเวทนาต่อความเจ็บปวด

คอร์สวิถีอาสวะ ปี 2556 ซึ่งเป็นคอร์สที่ 9 ของแม่ชี ในวันที่ 5 ของการปฏิบัติ เวลา 6 โมงเช้าท่านอาจารย์ก็ยินดีกับความก้าวหน้า ที่ก้าวข้ามเวทนาได้ หลังจากนั้นแม่ชีก็เพียรกรำจิตอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2558 ได้ฟังธรรมบรรยายเรื่องสามเณรน้อยบรรลุธรรม กระแทกจิตอย่างแรง พลางคิดว่า “ขนาดเหล็กยังดัดได้ แล้วจิตเราล่ะทำไมจะดัดไม่ได้” และในครั้งนี้ท่านอาจารย์เมตตาบอกว่า ยินดีกับความก้าวหน้าของแม่ชีนะ กำลังใจยิ่งเพิ่มขึ้นที่ได้ชำระหนี้กรรม

ช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 – พฤษภาคม 2561 แม่ชีไม่ได้มาเข้าคอร์สเลย เพราะจิตกลัวไม่อยากมาปฏิบัติ ไม่อยากมีความก้าวหน้า แต่ก็รู้ทันจิต ซึ่ง ณ ขณะนั้นไม่มีสภาวธรรมใด เราต้องเพียรกรำจิตให้มาก เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของท่านอาจารย์ พระพี่ชายหรือพระคุณเจ้าสัญชัยได้เตือนสติว่า กิเลสขั้นนี้มันหนา ตัวใหญ่ไม่ต้องกลัว หากมีอะไรก็ให้ปะทุออกมา นี่คือของดีให้รู้เฉยให้ได้ ผุดออกมาเพื่อให้ชำระทิฐิมานะอัตตา หากรู้เฉยไม่ได้ก็ให้ยอมรับ ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างเรื่องของมัน พระคุณเจ้าสัญชัย ทั้งเฆี่ยนทั้งตีทั้งดุ ในระหว่างเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2561 ช่วงนั้นแม่ชีอ่อนการภาวนาเนื่องจากต้องช่วยงานพระคุณเจ้าพัฒนาปรับปรุงสถานปฏิบัติธรรม พระคุณเจ้าก็ได้คอยเตือนสติว่า ทำงานก็ให้มีสติอยู่ในขณะ อย่าเพลินอย่าไหล เฉยให้ได้ เรื่องของมัน ต่อมาแม่ชีอรุณได้ขอให้แม่ชีถือสันโดษ ภาวนาอยู่แต่ในกุฏิ ห้ามใช้โทรศัพท์ ห้ามพบญาติโยม และได้เตรียมสถานที่ให้ภาวนา คอยส่งอาหารวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน

สภาวธรรมในช่วงถือสันโดษเป็นการภาวนาแบบอุกฤษฏ์ ร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เห็นภาพในจิตเป็นท่ออุโมงค์พุ่งออกไปยาวไกลมาก จิตไม่ให้ค่าตรึงอยู่ที่จุดสัมผัสอย่างเดียว เมื่อพ้นอุโมงค์โพรงถ้ำ มีพานพุ่มดอกบัวสีขาวขนาดใหญ่มาก หลังจากนั้นรู้สึกเหมือนกำลังรีดน้ำในท่อจากกลางกระหม่อมลงมากลางลำตัวจนถึงทวารเบื้องล่าง มีความรู้สึกเหมือนปิดสวิตช์ไฟให้ดับสนิท “ราคะดับแล้ว ปฏิฆะยังมีอยู่” รู้เฉยไม่ให้ค่าจิตตรึงอยู่ที่จุดสัมผัส ภาพของพระพุทธองค์ที่ทรงทรมานพระวรกายในทุกรกิริยาจนพระวรกายซูบผอม ก็ผุดขึ้นมาในจิต พร้อมภาพของพระพุทธองค์ที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน น้ำตาก็ไหลพราก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบรมศาสดา ที่ทรงมีพระมหาเมตตา เราเกิดไม่ทันพระพุทธองค์ แต่ยังมีวาสนาได้ พบท่านอาจารย์ น้ำตายิ่งไหลทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จิตผุดขึ้นมาว่า นี่เราทำอะไรอยู่ คำว่า กตัญญูรู้คุณ ผุดขึ้นมาในจิต เราไม่เคยตอบแทนพระคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์อย่างจริงจังเลย จึงได้ตั้งจิตกับแม่ชีอรุณว่า จะขอปฏิบัติภาวนาในพรรษานี้แด่ท่านอาจารย์

สภาวธรรมในคอร์สศิษย์เก่าวันที่ 16-22 กรกฎาคม 2561 สติตั้งมั่น รู้ชัด รู้ตัว ทั่วพร้อม แต่มีความแน่นทึบที่กล้ามเนื้อแขนและรัดแน่นที่กระดูกไหปลาร้า จิตวางเฉยกับสภาวธรรมที่เกิดขึ้น ท่านอาจารย์เรียกสอบอารมณ์ ท่านได้เมตตาบอกให้ไปขอขมาคุณพระศรีรัตนตรัย บางครั้งการพูดหรือการกระทำด้วยเจตนาหรือไม่เจตนา เป็นการจาบจ้วงล่วงเกินพระอรหันต์ และเป็นการขวางทางนิพพานจึงรีบไปขอขมาที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และเพียรปฏิบัติอย่างไม่ย่อท้อ การภาวนาที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อเริ่มภาวนาจิตตั้งมั่น ตรึงอยู่ที่จุดสัมผัสตลอด คำว่าพระพุทธองค์ทรงมีพระเมตตาก็ผุดขึ้นมาในจิต แล้วแสงสว่างก็ส่องมาที่หน้าของแม่ชี ตลอดการภาวนา

การภาวนาช่วง 8 โมงเช้า อาการก็เบาลง ท่านอาจารย์เรียกสอบอารมณ์ ท่านถามแม่ชีว่าไปขอขมาคุณพระศรีรัตนตรัยหรือยัง จิตเป็นยังไงบ้าง ขอขมาแล้วเจ้าค่ะ จิตเบาขึ้นเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์กล่าวว่า แม่ชีทั้งสองกรรมบาน หลังจากจบคอร์ส แม่ชีอรุณถามว่ากังวลไหมเรื่องกรรมบาน กรรมมันบานออก เดี๋ยวก็ร่วง เอ้า!! เพียรต่อไป ขอให้มีลมหายใจได้มาชำระ

คอร์สศิษย์ใหม่วันที่ 30 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2561 แม่ชีทั้งสองได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์ ให้มาปฏิบัติอีก วันที่ 3 ของการปฏิบัติ ท่านอาจารย์เรียกสอบอารมณ์ช่วงเช้า “ไม่มีสภาวะใดเลย มีแต่ความร้อนแบบอบแห้งเจ้าค่ะ” ท่านอาจารย์ให้กำลังใจว่า เป็นการภาวนาที่ก้าวหน้า เวลา 9 โมงกว่าไปนั่งภาวนาที่เรือนโพธิ์ เมื่อนั่งอาสนะมือประกบ สติสัมปชัญญะหลอมรวมกับจิตเป็นอารมณ์เดียวกันตรึงอยู่ที่จุดสัมผัส รู้ชัด และ ชัดขึ้น จนรู้สึกว่ากายละลายแต่จุดสัมผัสยังอยู่ สักพักจุดสัมผัสก็หาย จิตไม่ให้ค่ากับสภาวะที่เกิดขึ้น จุดสัมผัสกลับยิ่งชัดขึ้นกว่าเดิมคมละเอียด ร้อนปะทุแบบอบแห้งแล้วแห้งอีกสลับกับมีเหงื่อซึมที่หน้า จิตบอกทิฏฐิ สลับกับร้อนอบแห้ง เหงื่อซึมที่หน้าอก จิตบอกอัตตา ความร้อนยิ่งทวีคูณ เลข 8 ก็ผุดขึ้นมาในจิต เตโชธาตุทำงานตลอดเวลา จนกายสังขารล้าจิตรู้แล้ววางเฉย

วันที่ 4 ของการปฏิบัติ ได้เรียนสภาวธรรม ท่านอาจารย์บอกว่า “เลข 8 คือกำลังเผาสังโยชน์ข้อ 8 คือทิฐิมานะ” แล้วท่านอาจารย์ถามต่ออีกว่า แม่ชีมีความรู้สึกอย่างไรเมื่อไปนั่งภาวนาที่เรือนโพธิ์ แม่ชียังไม่ได้ตอบท่านอาจารย์ น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างพรั่งพรู ศิษย์เหมือนได้กลับบ้านมาหาพ่อแม่ แม่ผู้มีแต่ความเมตตาห่วงใยลูกไม่เคยเปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นท่านอาจารย์ให้นั่งภาวนาด้วยกัน แล้วให้กลับไปภาวนาต่อที่เรือน ขณะที่ผู้สอบอารมณ์คนอื่นลุกไปหมดแล้ว แม่ชีมีความรู้สึกกลัวตายก่อนที่จะชดใช้หนี้กรรมหมดจึงรีบกราบเรียนท่านอาจารย์กลัวจะไม่มีโอกาส แล้วก็กราบเรียนท่านอาจารย์ว่าศิษย์ขอมาภาวนาอีกนะเจ้าคะ ท่านอาจารย์กล่าวว่า “จะอยู่ก็อยู่ จะไปก็ไป ถ้าอยู่ไปขอต่ออายุขัยกับคุณพระศรีรัตนตรัย ไม่ตายฟรีหรอก เพราะจิตก้าวหน้าแล้ว” แม่ชีก้มกราบร้องไห้โฮอย่างไม่อาย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบรมศาสดา และท่านอาจารย์ที่เมตตาศิษย์มีชีวิตเป็นเดิมพัน ศิษย์ได้ชีวิตใหม่ ด้วยพลังแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและท่านอาจารย์ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ไม่เคยทอดทิ้งเรา

จิตที่เคยกระด้างมีทิฐิมานะไม่รู้ตัว เมื่อชำระได้จากพลังหนุนของพ่อแม่ครูอาจารย์ ท่านอาจารย์แผ่พลังคุ้มภัยเปิดทางให้ จนจิตอ่อนโยน ความกตัญญูรู้คุณเป็นพลังเกื้อหนุนให้จิตได้ถึง ข้าพเจ้าแม่ชีดวงมณี จึงมีวันนี้ มาเถิดท่านทั้งหลาย จงลองมาดูเถิด ดั่งคำของพระพุทธองค์ ธรรมะของพระพุทธองค์ปฏิบัติเมื่อไหร่ก็ให้ผลได้ไม่จำกัดกาล ยุทธวิธีมีแล้ว ท่านอาจารย์ยังมีกายสังขารอยู่ คอยอบรมบ่มเพาะและสอนสั่งธรรมเปิดปัญญาให้เหล่าศิษย์ รอรับศิษย์กลับบ้าน ขอให้ทุกท่านมีศรัทธาที่หนักแน่นมั่นคง ทำความเพียร สั่งสมบารมี มีความกตัญญูรู้คุณ ไม่นอกคำครู แล้วจิตของท่านจะหลุดพ้นได้

ขอน้อมกราบในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบรมศาสดา คุณพระศรีรัตนตรัย ด้วยเศียรเกล้า

ขอน้อมกราบกราบหลวงพ่อสัญชัย หลวงปู่มีชัย และท่านอาจารย์ ด้วยเศียรเกล้า

กราบขอบพระคุณ คุณแม่สำอาง ผู้ให้กำเนิด และขอบพระคุณผู้ช่วยสอนทุกท่าน รวมถึงแม่ครัว ธรรมบริกร และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ส่งกำลังใจให้ได้มีวันนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.