ประสบการณ์ธรรมของนายแพทย์อุทิตย์

ผมชื่อนายแพทย์อุทิตย์ อายุ 64 ปี ทำงานเป็นรังสีแพทย์ แรกเข้าเป็นศิษย์เตโชวิปัสสนาเมื่อพฤษภาคม 2559 ขอเล่าประสบการณ์ของผลแห่งการสวดมนต์บทโพชฌังคปริตร ดังนี้

เมื่อ 9 ปีก่อน ได้เกิดอุบัติเหตุทำให้ข้อที่โคนนิ้วหัวแม่มือซ้ายเคล็ด มีอาการปวดเสียวเวลาออกแรงที่ต้องกดด้วยหัวแม่มือ ที่เด่นชัดที่สุดคือเวลาฉีกกระดาษหนา ๆ ด้วยมือขวา ซึ่งต้องใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ซ้ายจับปึกกระดาษ จะเจ็บเสียวที่ข้อดังกล่าวมากและไม่มีแรงจับ ต้องใช้อีกสามนิ้วกำปึกกระดาษแทน สภาพดังกล่าวเป็นเรื้อรังมาตลอด 8-9 ปี รักษาอย่างไรก็ไม่หาย จึงเลิกดิ้นรนรักษา ปลงตกว่าคงต้องเป็นเช่นนี้ตลอดไป

ต่อมาราว 3 ปีก่อนเป็นต้นมา เริ่มมีอาการเจ็บเสียวหัวเข่า และอ่อนแรงเวลาก้าวขึ้นบันไดหรือขึ้นที่สูง และค่อยเป็นมากขึ้น จนเมื่อหลายเดือนก่อน ต้องเอามือเหนี่ยวราวบันไดพยุงตัวเวลาก้าวขึ้นบันได เป็นที่ทุกข์ทรมานและรบกวนชีวิตปกติมาก ผมคิดว่าคงเป็นการเสื่อมสภาพไปตามวัย และเริ่มปลงตกเช่นกันว่า คงต้องใช้ไม้เท้าต่างขาที่สามในอนาคตอันใกล้นี้

ปลายปีที่แล้ว ผมเกิดความคิดขึ้นว่า ในเมื่อเรารวมตัวกันสวดมนต์บทโพชฌังคปริตรเพื่อน้อมเป็นอาจาริยบูชาแด่ท่านอาจารย์เพื่อการฟื้นฟูธาตุขันธ์ การสวดนั้นก็น่าจะเกิดผลในการรักษาฟื้นฟูร่างกายของผู้อื่นบ้างเช่นกัน ดังนั้นนับแต่วันที่ 16 กันยายน 2560 เป็นต้นมา ผมจึงเริ่มสวดมนต์บทโพชฌังคปริตร 9 จบทุกวัน เมื่อเสร็จจากการภาวนาพร้อมกับอธิษฐานขอให้กุศลและอานิสงส์ที่เกิด เป็นพลังช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ โดยเฉพาะที่หัวแม่มือและที่หัวเข่าทั้งสองข้าง และขอให้สัมฤทธิผลเป็นที่ประจักษ์ภายในวันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ผมปฏิบัติเช่นที่ว่ามาอย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอมิได้ขาด โดยที่อาการต่าง ๆ ก็ยังเกิดขึ้นตลอด โดยเฉพาะที่หัวเข่ากลับค่อยเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นเลย อย่าว่าแต่ความคิดว่าจะให้หาย

กระทั่งวันที่ 4 มกราคม 2561 ผมกำจัดขยะที่เป็นเศษกระดาษมากมายในห้อง และทำการฉีกกระดาษปึกใหญ่ พบว่าฉีกได้อย่างสบายมือ ไม่เจ็บเสียวและอ่อนแรงที่ข้อโคนหัวแม่มือซ้ายดังเคย ผมแปลกใจมากจึงลองฉีกกระดาษหนา ๆ อีกหลายครั้งก็ทำได้ดี อาการเจ็บเสียวที่ข้อโคนหัวแม่มือซ้ายและอ่อนแรงหายไปแล้ว และหายไปตลอดจนบัดนี้ ส่วนอาการที่หัวเข่ายังคงเป็นอยู่เช่นเดิม เพียงทุเลาลง พอมีแรงเดินขึ้นบันไดได้โดยไม่ต้องโหนราวบันไดเพื่อช่วยพยุงตัวเท่านั้น การณ์ครั้งนี้ผมเชื่อว่าเป็นอานิสงส์จากการสวดมนต์บทโพชฌังคปริตร 9 จบทุกวันตลอด 3 เดือนครึ่งนั่นเอง ผมจึงเพียรสวดเช่นเดิมต่อมาอีกทุกวัน

จนถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2561 ในงานครบรอบ 1 ปี การสืบอายุขัยของท่านอาจารย์ ในตอนค่ำ ท่านอาจารย์ได้กล่าวขอบใจบรรดาศิษย์ที่ได้ร่วมสวดมนต์บทโพชฌังคปริตรแด่ท่านอาจารย์เป็นประจำทุกวันอังคาร และกล่าวว่ามีศิษย์บางคนที่เจ็บป่วยอยู่ เมื่อได้สวดมนต์บทโพชฌังคปริตรแด่ท่านอาจารย์แล้ว อาการเจ็บป่วยของตนก็พลอยทุเลาไปด้วย นับว่าเป็นผลพลอยได้ที่ดีต่อตนเอง คำกล่าวของท่านอาจารย์นี้ ทำให้ผมยิ่งมั่นใจต่อผลดีของการสวดมนต์บทโพชฌังคปริตรที่ทำอยู่ และยิ่งมั่นใจว่าอาการเจ็บเสียวที่ข้อโคนหัวแม่มือซ้ายที่หายไปหลังจากที่เจ็บเรื้อรังมากว่า 8 ปี โดยรักษาไม่หายนั้น เป็นผลจากการสวดมนต์บทโพชฌังคปริตรทุกวัน วันละ 9 จบนั่นเอง ในค่ำคืนนั้นก็มีการสวดมนต์บทโพชฌังคปริตรหลายจบน้อมเป็นอาจาริยบูชาแด่ท่านอาจารย์ และท่านอาจารย์ได้กล่าวขอบใจแก่ทุกคน พร้อมกับอวยพรขอให้ผลดีจากการสวดนี้ได้กลับคืนไปสู่ศิษย์ทุกคนด้วยเช่นกัน

หลังจากนั้นอีก 3 วัน ผมพบว่าอาการเจ็บเสียวหัวเข่าเวลาเดินขึ้นบันไดกับที่สูงและการอ่อนแรงนั้น พลันก็หายไปเองเป็นปลิดทิ้ง ผมเดินขึ้นบันได้ได้อย่างมั่นคงเช่นปกติเหมือนเดิมมาจนบัดนี้ เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง ผมคิดว่าต้องเป็นผลพลอยได้จากการรวมตัวสวดมนต์บทโพชฌังคปริตรแด่ท่านอาจารย์ในค่ำวันที่ 29 มิถุนายน และจากที่ท่านอาจารย์ได้เมตตาอวยพรให้ทุกคนได้มีส่วนรับอานิสงส์ของการสวดในครั้งนั้น ซึ่งนับว่าเป็นผลที่ยิ่งใหญ่มากมายนัก เพราะเป็นการสวดของคนหลายร้อยคนพร้อมกัน และด้วยจิตกตัญญูอย่างแรงกล้าเพื่อท่านอาจารย์ อีกทั้งการที่ท่านอาจารย์ได้อวยพรให้ทุกคนได้รับอานิสงส์กลับคืนไปด้วยเช่นกันนั่นเอง

ทั้งหมดนี้ เป็นการยืนยันว่า อานิสงส์ผลบุญที่ได้จากการสวดมนต์บทโพชฌังคปริตรในการรักษาโรคนั้น มีจริงดังที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงแรงกตัญญูว่า ทรงอานุภาพเพียงใด ยังผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพแบบฉับพลันทันใดดังที่เล่ามานี้ ก็ยังผลให้ผมหายจากภาวะเจ็บเข่าได้ภายใน 3 วันถัดมา

ก็ในเมื่อการเพียรสวดมนต์บทโพชฌังคปริตรอย่างมีวินัยทุกวันเพียงไม่กี่เดือน ก็ยังผลให้เกิดสมดังวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคดังที่เล่ามานี้ หากทุกคนมีความเพียรภาวนาอย่างเคร่งครัด มีวินัยสม่ำเสมอทุกวัน การบรรลุธรรมขึ้นไปในทุกระดับชั้น ย่อมเป็นที่หมายที่จะไปให้ถึงได้ทุกคน ดังที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวเน้นย้ำอยู่เสมอ และได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์แจ้งอยู่ในทุกคอร์สของการภาวนา ขอเรานั้นเพียรปฏิบัติภาวนาอย่างมีวินัยเคร่งครัด ให้สมกับที่ท่านอาจารย์เสียสละตนเองเพื่อความก้าวหน้าของศิษย์ทุกคน อย่าให้ความเสียสละของท่านอาจารย์ต้องสูญเปล่า เพียงเท่านี้ก็นับว่าเราได้แสดงความกตัญญูอีกโสดหนึ่งด้วยแล้วเช่นกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.