ประสบการณ์การภาวนา พระคำตา

ชีวิตสมัยเป็นฆราวาส
ชีวิตในสมัยเป็นฆราวาส มีอาชีพทำนามาตลอด จนเข้าสู่อายุบั้นปลายชีวิตจึงได้มีโอกาสบวชเป็นสมมุติสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนา เพื่อช่วยงานครูบาอาจารย์ประมาณ 5 พรรษาที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยทำงานหล่อพระพุทธรูป และสร้างวิหารเจดีย์ต่าง ๆ เป็นหลัก ทำให้มีความรู้สึกผูกพันกับวัดวาอารามอย่างเป็นที่สุด แต่ไม่มีการสอนภาวนา ทำให้ไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการภาวนาเลยแม้เพียงนิดเดียว ได้แต่เน้นการสวดมนต์และนั่งสมาธิประมาณ 10-15 นาทีต่อวันเท่านั้น ต่อมามีปัญหาสุขภาพเป็นเหตุให้ต้องลาสิกขาออกมารักษาสุขภาพ เกี่ยวกับตาและฟัน พอรักษาสุขภาพหายแล้วก็ได้กลับไปช่วยงานครูบาอาจารย์ในฐานะฆราวาสที่วัดเดิมในจังหวัดอุบลราชธานี

รู้จักเตโชวิปัสสนากรรมฐาน
ต่อมาได้มีโอกาสได้รู้จักเตโชวิปัสสนากรรมฐาน จากการแนะนำของอาจารย์นธนา โดยแนะนำคู่บารมีของข้าพเจ้า คือ คุณสุพิชชา และในคอร์สแรกได้มาเป็นศิษย์ที่สถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์ ทำให้ได้เรียนรู้การภาวนาที่เข้มข้นแบบไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ภาวนาวันละ 9 ชั่วโมง เดินจงกรมวันละ 1 ชั่วโมง และฟังธรรมบรรยายอีกวันละ 1 ชั่วโมง ทำให้รู้สึกเสียดายโอกาสเมื่อระลึกนึกถึงอดีตที่ผ่านมาในช่วงที่เคยบวชในพระพุทธศาสนา น่าจะมีวาสนาได้ภาวนาเข้มข้นแบบนี้บ้าง ในใจลึก ๆ ก็อยากจะกลับไปบวชเพื่อจะได้มีโอกาสภาวนาเพื่อการสร้างอริยทรัพย์ติดตัวไปในภพหน้าต่อ ๆ ไปจนกว่าจะถึงการหลุดพ้น

กลับสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง
มีโอกาสได้ร่วมงานผ้าป่ามหากุศลประจำปี 2560 และงานภาวนาเพื่อแผ่นดินประจำปี 2560 ที่เตโชธรรมสถาน มีความรู้สึกยินดีและปลาบปลื้มอย่างที่สุด ที่ได้เห็นศิษย์ของท่านอาจารย์มารวมตัวกันอย่างมากมาย และทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความสำรวม และมีอัธยาศัยที่ดีแบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทำให้ข้าพเจ้ามีความศรัทธาในท่านอาจารย์มากยิ่งขึ้น หลังจากงานภาวนาเพื่อแผ่นดินเสร็จ ได้สนทนากับอาจารย์นธนา ซึ่งเห็นข้าพเจ้าชอบการภาวนามาก จึงได้ถามว่า “ลุงคำตา ไม่อยากบวชเหรอ บวชที่สถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์ ได้ภาวนาอย่างเต็มที่เลยนะคะ” ข้าพเจ้าตอบไปทันทีว่า “อยากบวชครับ” ก็เลยเป็นเหตุให้ได้มีวาสนากลับเข้ามาสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อกลับมาแก้ไขส่วนที่ยังทำไม่สมบูรณ์ โดยอุปสมบทวันที่ 14 มกราคม 2561 ณ วัดป่าโยธาประสิทธิ์ จ.สุรินทร์ และจำพรรษาที่สถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์

กลับมาแก้ไขส่วนที่ยังทำไม่สมบูรณ์
การได้กลับมาสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง ข้าพเจ้าได้มีโอกาสกลับมาแก้ไขส่วนที่ยังทำไม่สมบูรณ์ คือ การภาวนาเป็นหน้าที่ตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสัญชัย จิตฺตภโล ท่านเมตตาสอน “วันไหนแดดออกก็ภาวนา แดดไม่ออกก็ภาวนา หรือวันไหนฝนตกก็ภาวนา ฝนไม่ตกก็ภาวนา หรือวันไหนขี้เกียจก็ภาวนา ไม่ขี้เกียจก็ภาวนาเพราะการภาวนาคือหน้าที่ของเรา” โดยข้าพเจ้าปฏิบัติตามคำสอนนี้อย่างเคร่งครัด โดยการภาวนาอย่างเป็นหน้าที่ในทุก ๆ วัน วันละ 7 ชั่วโมง จนพระเดชพระคุณหลวงพ่อสัญชัย จิตฺตภโล ท่านเมตตาเป็นห่วงสุขภาพให้ลดการภาวนาลง เพราะอายุมากแล้ว คือ 68 ปี แต่ข้าพเจ้ากราบเรียนต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า “ผมขอภาวนาได้ไหมครับ เพราะอายุเยอะขึ้นกว่านี้ยิ่งจะภาวนาไม่ไหวครับ และผมชอบภาวนา” พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเมตตาอนุญาต แต่กำชับให้ดูกำลังตัวเองด้วย อย่าให้เกินกำลัง ถ้าไม่ไหวก็ให้พักกายสังขาร ให้ภาวนาแบบมีคุณภาพเพราะอายุมากแล้ว ถือได้ว่าเป็นวาสนาอันยิ่งของอาตมา ที่มีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่มีความกระจ่างแจ้งในธรรม ท่านได้เมตตาเทศน์สอนธรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการภาวนาอย่างละเอียดลึกซึ้ง และสอบอารมณ์ให้ตลอด อาตมาซาบซึ้งในความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อผู้เป็นอาจารย์อย่างหาที่สุดไม่ได้

เข้าอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน จ.สระบุรี
อาตมาเข้าคอร์สอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน ที่เตโชธรรมสถาน จ.สระบุรี จำนวน 3 คอร์สรู้สึกได้เป็นผู้มีวาสนาอันยิ่ง ที่ได้พบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้เป็นแบบอย่างการภาวนาที่เข้มแข็ง มีความเมตตาอันยิ่งใหญ่ ท่านเสียสละเวลาส่วนตัวสั่งสอนธรรมแก่เหล่าศิษย์และผู้มีวาสนาและทำงานปกป้องพระพุทธศาสนา ถึงแม้ท่านจะเป็นฆราวาสและเป็นผู้หญิง แต่อาตมาก็ยกท่านเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้ประเสริฐอย่างบริสุทธิ์ใจ เพราะอายุก็ล่วงเลยมาจนถึงรถด่วนขบวนสุดท้ายแล้ว ก็ยังไม่เคยพบครูบาอาจารย์ผู้มีความเมตตาและเสียสละปานนี้ จะมัวมีทิฏฐิมานะกันไปไยเล่า

คอร์สอบรมครั้งที่ 3 ในการนั่งภาวนาเตโชวิปัสสนาของอาตมาเวทนาที่ขานั้นมีมาก คงเป็นวิบากกรรมในกาลก่อนที่ได้ทำมา ถึงจะปวดมากก็ต้องยอมรับ ก็รับรู้แล้วก็วางเฉยไปตามที่ท่านอาจารย์และพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านสอน ในการปฏิบัติอาตมามีอุปสรรคมากกว่าทุก ๆ ท่าน เนื่องจากเรียนหนังสือแค่ชั้น ป.4 อ่านหนังสือพอได้บ้างนิดหน่อย แต่เขียนหนังสือไม่ได้เลย ในการเขียนประสบการณ์นี้ก็ต้องนิมนต์หลวงพี่ท่านมาช่วยเขียนตามที่อาตมาเล่า สายตาก็มองไม่ค่อยเห็นและการฟังก็ไม่ค่อยจะได้ยินเสียแล้วทุกอย่างต้องตั้งใจเป็นพิเศษ

ในคอร์สนี้ เมื่อได้ฟังธรรมที่ท่านอาจารย์ได้เทศน์ สอนเกี่ยวกับเรื่องความกตัญญูต่อผู้มีอุปการคุณหรือผู้มีบุญคุณต่อเรา ใจความโดยย่อดังนี้ “เราควรมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณต่อเรา มารดาและบิดาท่านเป็นผู้ให้ชีวิตเราได้กำเนิดก่อเกิดมา ครูอาจารย์ท่านส่งไม้ต่อกัน เริ่มตั้งแต่เราเป็นเด็กตัวน้อย ๆ ท่านจับมือเราลากเส้นก.ไก่ สู้อดทนประคองมือเราจนขีดเขียนได้ จนเป็นผู้ที่มีอาชีพ เป็นคนเก่งสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ เราต้องตระหนักว่าเรามีวันนี้ได้เพราะใคร ให้พิจารณาด้วย และยิ่งอาจารย์ผู้สั่งสอนธรรมเพื่อการหลุดพ้น ท่านได้นำธรรมของพระบรมศาสดามาชี้ทางให้เราสิ้นภพจบชาติ เราจะหลงลืมท่านหรืออกตัญญูต่อท่านได้อีกเหรอ

เพราะเราหลงติดกับดักในสังสารวัฏนี้มาเป็นอเนกชาติ หาเบื้องต้นและบั้นปลายไม่ได้ จนมีพระพุทธเจ้าอุบัติมาถึง 28 พระองค์แล้ว ก็ยังจมวนอยู่ในวัฏสงสารอยู่อย่างนี้ หาทางออกไม่ได้ เพราะไม่มีความหนักแน่นในธรรม” อาตมาระลึกพิจารณาตามที่ท่านอาจารย์เทศน์ เกิดความเข้าใจแบบลึกซึ้งน้ำตาไหลทะลักออกมาจากในอก รำพึงมาในใจว่า นี่เราไม่ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์เราเลยเหรอนี่ บัดนี้อาตมาได้เข้าใจแล้วและเกิดความกตัญญูขึ้นมาอย่างเต็มหัวจิตหัวใจ และพอท่านอาจารย์เรียกสอบอารมณ์ครั้งสุดท้าย ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย มีแต่ความปีติ ซาบซึ้งในความเมตตาที่ท่านอาจารย์มีต่อเหล่าศิษย์และเหล่าเวไนยสัตว์ แล้วท่านอาจารย์ก็กล่าวว่า “ท่านรู้แล้วใช่ไหมคะ คำว่ากตัญญู หลวงปู่มั่นท่านก็ร้องไห้แบบนี้แหละค่ะ” แล้วท่านอาจารย์ก็ได้กล่าวอนุโมทนากับอาตมาในจิตกตัญญูที่ได้พบเจอด้วยประสบการณ์ของตัวเอง

ขอให้ทุกคนทุกท่านมีกำลังใจในการภาวนาอันยิ่งใหญ่ มีความกตัญญูต่อพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า กตัญญูต่อบิดามารดา พระอุปัชฌาย์ ครูอาจารย์ และมีความกตัญญูต่อผู้มีคุณทั้งหลาย ได้เดินทางสู่การหลุดพ้นอย่างเข้มแข็งและกตัญญูอย่างยิ่ง มีมรรค ผล นิพพาน เป็นที่หมายได้ในเร็ววัน ทุกรูปทุกนามด้วยเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.