ประสบการณ์ภาวนา คุณศิราวุฒิ

ข้าพเจ้านายศิราวุฒิ เป็นอาจารย์สอนสาขาการจัดการการโรงแรม คณะศิลปศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในเดือนกรกฎาคม 2557 กัลยาณมิตรได้ชักชวนให้มาปฏิบัติเตโชวิปัสสนาเป็นคอร์สแรก และหลังจากเข้าคอร์สแรกแล้วได้ภาวนาอย่างมีวินัย ถึงแม้ข้าพเจ้าจะเพียรภาวนาอย่างเคร่งครัด และสำรวจดูจิตตัวเองอยู่เสมอ กิเลสก็ยังมารุมล้อมให้เร่าร้อน โดยเฉพาะเรื่องตัณหา มีหลายครั้งที่พลาดท่าให้กับกิเลส ด้วยกิจการงานที่รับผิดชอบจะต้องพบเจอกับผู้คนมากมาย จิตย่อมถูกกระทบ ซึ่งเป็นความยากลำบากในการวางจิตให้ถูกสำหรับผู้ฝึกใหม่

บททดสอบ

เดิมทีข้าพเจ้า คิดแต่จะมุ่งมั่นในเส้นทางหลุดพ้น ไม่อยากรับทำงานใด ๆ เพราะเกรงว่าจะเหนี่ยวรั้งจิตให้ติดข้อง บ่อยครั้งที่ปฏิเสธงานเพื่อจะไปปฏิบัติธรรม สุดท้ายหัวหน้าหน่วยงานขอให้ข้าพเจ้ามาช่วยบริหารงานบุคคล โดยให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสาขาวิชาการจัดการการโรงแรม ในเดือนพฤษภาคม 2561 ทำให้ข้าพเจ้าคิดหนัก เพราะกังวลว่าจะเป็นอุปสรรคทำให้เส้นทางพ้นทุกข์นั้นไม่ราบรื่น แต่ต่อเมื่อตรองดูไม่มีใครที่จะบริหารได้ จึงตกลงรับตำแหน่งด้วยความเต็มใจในการทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ด้วยสำนึกกตัญญูต่อคณะฯ ที่ให้อาชีพเปรียบเหมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัว แม้งานจะหนักและมีปัญหามากเพียงใด ก็สามารถก้าวข้ามไปด้วยดี ทั้งนี้เพราะได้น้อมนำคำสอนท่านอาจารย์มาเป็นแบบอย่างอยู่เสมอ ๆ

สะสมบารมี

ในเดือนมิถุนายน ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดงาน น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระบิดาแห่งการโรงแรมไทย พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร) งานนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งสาขาการจัดการการโรงแรม 21 ปี เป็นธรรมดาที่งานจะมีอุปสรรคโดยเฉพาะงานบุญ ด้วยความตั้งใจและสำนึกกตัญญู จึงได้ประกาศบอกบุญให้นักศึกษา คณาจารย์ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งและถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และร่วมฟังเทศน์ในเรื่องความกตัญญู ด้วยอานิสงส์แห่งบุญนี้จึงทำให้งานสำเร็จอย่างงดงาม และได้รับคำชื่นชมมากมาย ข้าพเจ้าจึงน้อมอุทิศบุญในครั้งนี้ถวายแด่พระบิดาแห่งการโรงแรมไทย เป็นความปลื้มปีติที่ได้แสดงความกตัญญุตาต่อพระองค์ท่านผู้มีคุณูปการต่อประเทศชาติ

หลังจากนั้นก็พยายามลุยทำงานทั้งทางโลกและทางธรรมควบคู่กันไป โดยใช้สมมติทางโลกที่เป็นผู้ตรวจมาตรฐานโรงแรมกับสมาคมโรงแรมไทยให้เกิดประโยชน์ นำเสนอนิตยสารข้ามห้วงมหรรณพให้กับโรงแรมสมาชิก ให้ผู้บริหารได้รับทราบ โดยขอวางนิตยสารที่โรงแรม 4-5 ดาวทั่วประเทศที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี ยิ่งกว่านั้น สมาคมโรงแรมไทยก็เวียนแจ้งให้โรงแรมสมาชิกไม่ตกแต่งโรงแรมด้วยเศียรพระพุทธรูป เมื่อจิตเริ่มตื่นข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่างานทางโลกนั้นสามารถเกื้อหนุนงานทางธรรมได้ จึงได้ปรับทัศนคติและวิถีชีวิตให้อยู่ในความพอดี งานทางโลกก็ทำได้สำเร็จเพราะทำด้วยใจอย่างจริงจัง และในการสอนนักศึกษา ข้าพเจ้าให้นักศึกษาได้นั่งสมาธิก่อนเรียน และมักจะสอดแทรกเรื่องศีลธรรม เรื่องความกตัญญูต่อบิดามารดา ต่อแผ่นดิน และสอนให้รักษาศีล 5 ในทุก ๆ ครั้งที่มีโอกาส ส่วนการภาวนาก็ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

สภาวธรรม ระหว่างวันที่ 20-26 สิงหาคม 2561

วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง พึงถอดถอนความพึงพอใจและไม่พึงพอใจออกเสีย ธรรมบรรยายที่ท่านอาจารย์ยกธรรมบทที่พระพุทธองค์ทรงชี้ทางเพื่อสัตว์ทั้งหลายให้ก้าวล่วงซึ่งความโศก ความร่ำไรรำพัน ความโทมนัสและทุกข์ใจ คงเป็นเพียงตัวอักษรธรรมดาหากจิตนี้ไม่ได้รับการฝึกประหารกิเลสด้วยเทคนิคภาวนาที่เอกอุ หากจิตนี้ไม่มีศรัทธาที่มั่นคง หากจิตนี้ไม่มีความหนักแน่นในทาง หนักแน่นในธรรม แต่กระนั้น กว่าที่ข้าพเจ้าจะเข้าถึงธรรมแห่งการถอดถอนความพึงพอใจและไม่พึงพอใจออกเสียได้อย่างถ่องแท้ ก็ใช้เวลาปฏิบัติภาวนาอย่างจริงจังนานร่วม 4 ปี รวม 14 คอร์ส

วันแรก ข้าพเจ้านั่งภาวนาด้วยการเพ่ง ตรึง รู้ ที่จุดสัมผัสชัดเจน

วันที่สอง ในชั่วโมงภาวนาช่วงบ่าย ข้าพเจ้าง่วงมาก เหมือนมีอะไรกั้นจุดสัมผัสให้รู้ตัวไม่ชัด และได้ยินเสียงอาจารย์ผู้ช่วยสอนบอกแนะศิษย์ที่วางมือผิด จึงทำให้ตื่นและภาวนาต่อได้ดี โดยรู้สึกว่ามีสิ่งที่ฝังแฝงในจิตมากมาย

วันที่สาม ได้รายงานสภาวธรรมตั้งแต่วันแรกและวันที่สอง ท่านอาจารย์แนะนำให้ภาวนาชำระกิเลสให้เยอะ และให้นั่งภาวนาโดยไม่สนใจในมิติแห่งกาลเวลา หลังจากนี้ก็กลับไปนั่งภาวนาที่กุฏิ เกิดสภาวะจิตในเรื่องกามราคะที่ยังติดค้างในจิต แต่ก็ไม่ได้ให้ค่า โดยทำหน้าที่เพ่ง ตรึง รู้ และไม่เกาะเกี่ยวกับสภาวธรรม มีหน้าที่รับรู้และวางเฉย ตามคำสอนของท่านอาจารย์

ถอนตัณหา

วันที่สี่ ในตอนเช้าขณะภาวนาได้มีสภาวธรรมเห็นเป็นคนสวมชุดขาวแต่ถูกปิดหน้าด้วยผ้าขาว จิตขณะนั้นหนัก ทำให้ไม่สามารถเจาะลงในชั้นสังขารได้ พอถึงช่วงสอบอารมณ์ ได้รายงานสภาวธรรมต่อท่านอาจารย์ ท่านเมตตาบอกว่าต้องภาวนาด้วยความหนักแน่นและกตัญญู อย่าใส่ใจมิติของเวลาและเสียงระฆัง ในช่วงบ่ายกลับไปภาวนาที่กุฏิ ขณะที่ภาวนาลงไปเตโชธาตุก็ทำหน้าที่ชำระกิเลส จิตก็ผุดขึ้นว่า “หนักแน่น จิตกตัญญู คือ จิตนิพพาน” และผุดสิ่งอื่น ๆ มาเป็นระยะระหว่างภาวนา จากนั้นก็เห็นสภาวะคนใส่ชุดขาวดูท่าทางร้อนรนเหมือนกำลังเสียพื้นที่ที่ครอบครองอยู่ แต่ในจิตก็รู้ว่าเตโชธาตุกำลังเข้าไปเผาด่านกามราคะ จากนั้นก็เห็นคนชุดขาวระเบิดหายไป

ในชั่วโมงที่สอง ก็ได้ยินเสียงบอกว่า “ไปให้สุดทาง” จึงเพียรภาวนาต่อเนื่องอย่างมีขันติและวางอุเบกขา หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงแทรกขึ้นมาจนตัวเกร็งว่า “พังทลาย พังทลายไปหมดแล้ว” แล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้นหมดเวลาในชั่วโมงบ่าย หลังจากถอนภาวนา จิตก็รู้สึกโปร่งโล่งเบาสบาย

ขณะนั้นฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ข้าพเจ้าจึงไปนอนพักในกุฏิ จิตนั้นก็น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีพระคุณอเนกอนันต์ ให้เราได้ฝึกปฏิบัติเพื่อออกจากวัฏสงสาร ทั้งที่พระพุทธเจ้าอุบัติมาถึง 28 พระองค์ เหตุใดเราถึงอยู่ตรงนี้ เราโง่และเขลามากที่ไม่อาจหลุดพ้นได้ น้ำตาก็ไหลอาบแก้ม นอนร้องไห้เหมือนคนบ้า จากนั้นก็น้อมรำลึกในคุณพระศรีรัตนตรัย คุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกภพทุกสมัย คุณพระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี คุณท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และคุณบิดามารดาทุกภพชาติ ด้วยจิตกตัญญูยิ่ง หากไม่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดา พ่อแม่ครูบาอาจารย์ และท่านอาจารย์ เราคงต้องจมอยู่ในสังสารวัฏ

การที่จะได้พบท่านอาจารย์นี้เป็นเรื่องที่ยาก หากไม่ได้บำเพ็ญบารมีมาดีแล้ว ย่อมไม่อาจพบท่านอาจารย์ได้เลย การได้พบท่านอาจารย์นั้นถือว่ายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร บางคนได้พบแล้วก็ยังรักษาจิตกตัญญูไว้ไม่ได้ เมื่อจิตบริสุทธิ์ขึ้นก็ได้รู้ว่า “จิตกตัญญู คือนิพพาน” จริง ๆ เป็นจิตที่อ่อนน้อมและอ่อนโยน

ช่วงเย็นก็ได้ภาวนาอย่างเอกอุ ในขณะภาวนาได้เห็นเตโชธาตุแผดออกจากมือ และเผาชำระกาย เข้าไปเผาในจิตถอดถอนรากพิษจิตอกตัญญูให้จิตบริสุทธิ์ขึ้น หลังจากนั้นเตโชธาตุก็ไปเผาให้ไม่มีเพศ ซึ่งมีสภาวะเบาสบาย ช่างแปลกอะไรเช่นนี้ หลังจากนั้นจิตก็มีพลังยกกำลังขึ้นจนสว่างไสว

วันที่หก วันสุดท้ายในการสอบอารมณ์ ได้กราบเรียนสภาวธรรมกับท่านอาจารย์ว่า “จิตมีความกตัญญู และจิตมีพลัง” ท่านอาจารย์ได้เมตตาตอบ “จิตที่บริสุทธิ์เป็นจิตที่มีความกตัญญูอย่างยิ่ง”

ท่านอาจารย์กล่าวแสดงความยินดีกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าซาบซึ้งและปีติ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณพระศรีรัตนตรัย คุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกภพทุกชาติ คุณพระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี คุณท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และคุณบิดามารดาทุกภพทุกชาติ ด้วยจิตสำนึกกตัญญูอย่างยิ่ง พร้อมกับความหนักแน่นในทาง หนักแน่นในธรรม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.