ประสบการณ์คุณอมรรัตน์

ข้าพเจ้าอมรรัตน์ ได้เข้ามาในสายธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน จากการอ่านหนังสือ “รู้แล้วลุย” ได้สมัครเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมครั้งแรกในชีวิต คือ ที่เตโชวิปัสสนาสถาน ในเดือนมิถุนายน 2556 การภาวนาในช่วงแรกแทบจะไม่มีเวทนาใด ๆ เลย มีเพียงความปวดเมื่อยธรรมดา ร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ จนกระทั่งต้นปี 2560 ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง คือ มีอาการขาอ่อนแรงและตาโปน จากการตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ ข้าพเจ้าก็ยังคิดว่าคงเป็นอาการป่วยธรรมดา ประกอบกับกรรมคงกำลังส่งผลอยู่ (ตอนนั้นยังไม่ทราบว่ามีบุพกรรมอะไร) ทำการรักษาโดยกินยาหมอแผนปัจจุบันเพียงแค่ช่วงแรก ๆ และไม่ต่อเนื่อง จากนั้นหันมารักษาตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ และได้ศึกษาข้อมูลด้านสมุนไพรต่าง ๆ รวมถึงกลไกการเกิดของโรคนี้

ภาวนา..จึงได้รู้เหตุแห่งโรค

ในปี 2560 ข้าพเจ้าได้สมัครเป็นธรรมบริกร ช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเรือนปฏิบัตินั้น เมื่อนั่งนาน ๆ จะไม่สามารถลุกขึ้นยืนเองได้เพราะขาไม่มีแรง จนต้องคลานออกมาด้านนอกก่อน แล้วค่อยหาที่จับเพื่อพยุงกายลุกขึ้นยืน ในช่วงเย็นวันนั้น ขณะที่ภาวนาบนเรือนปฏิบัติ ได้มีภาพปรากฏเป็นช่วงฤดูกาลเกี่ยวข้าวของชาวนา มีเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งเล่นดินทรายอยู่ และกำลังพากันหาเขียด (กบตัวเล็ก) ที่อยู่ใต้ทรายนั้น เมื่อเด็ก ๆ หาเขียดเจอแล้วก็จะหักขาเขียดด้วยมือ แล้วหย่อนเขียดใส่ลงในกระป๋องที่เตรียมมา เหตุที่ต้องหักขาเขียดนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้เขียดกระโดดหนีได้นั่นเอง และหนึ่งในเด็กกลุ่มนั้นก็คือข้าพเจ้าเอง จากการภาวนาทำให้ได้รับรู้ถึงสาเหตุแห่งกรรมที่ทำให้ขาอ่อนแรง และเมื่อสอบอารมณ์ได้เรียนสภาวธรรมนี้ต่อท่านอาจารย์ด้วย

เมื่ออายุราว 10 ขวบกว่า ๆ ข้าพเจ้าโตพอที่จะช่วยพ่อแม่ทำนาและการงานต่าง ๆ ได้แล้ว ด้วยฐานะทางบ้านสมัยนั้นค่อนข้างยากจน ประกอบกับเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกรวม 7 คน มีพี่น้อง 5 คน ข้าพเจ้าเป็นลูกคนที่ 2 จึงจำเป็นต้องช่วยพ่อแม่ทำนา รวมไปถึงการงานต่าง ๆ ที่ท่านมอบหมายให้ทำ

ข้าพเจ้าเป็นคนอีสาน ตั้งแต่เด็กพอจำความได้ก็เห็นวิถีชีวิตของคนอีสานจนชินตา นั่นคือ เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝน ท้องทุ่งมีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยอาหารธรรมชาติ อาทิ ปู ปลา กบ เขียด อาหารชั้นเลิศของคนอีสาน ช่วงฤดูกาลนี้คือ “ฮวก” ซึ่งเป็นลูกของกบที่ยังไม่มีขานั่นเอง

ช่วงนี้หลาย ๆ ครอบครัว ก็จะออกหาฮวก ด้วยวิธีใช้สวิงช้อนตามแอ่งน้ำในท้องทุ่งนาเพื่อนำมาประกอบอาหาร ข้าพเจ้าเองก็ได้เคยช่วยแม่ไปหาฮวก จึงเป็นจุดเริ่มต้นของกรรมที่มาปรากฏในกายสังขารในรูปของอาการป่วยด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษ จนมีอาการตาโปนและบวมขึ้นเรื่อย ๆ แต่ขณะนั้นยังไม่กระจ่างนักว่าเป็นกรรมอันใด

จนกระทั่งเดือนสิงหาคม 2561 ขณะที่ภาวนาอยู่ที่บ้าน มีภาพปรากฏขึ้นเป็นดวงตาของกบที่จ้องเขม็งมาที่ข้าพเจ้า รู้สึกถึงความโกรธแค้น อาฆาต พยาบาท พร้อมกับอาการขนลุกแผ่ซ่านไปทั้งตัว จึงคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน แต่ก็ไม่ได้สนใจและภาวนาต่อ ตอนนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบแน่ชัดว่าเพราะอะไรจึงมีภาพปรากฏเป็น “ดวงตากบ”

หลังกลับจากงานผ้าป่า วันที่ 9 กันยายน 2561 คืนต่อมาก็ได้ภาวนาเพราะถือเป็นหน้าที่ การภาวนาครั้งนี้นับว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญ ที่ ร้อยเรียงเรื่องราวที่ค้างคาใจมานาน และก็ได้รู้คำตอบต้นเหตุที่ว่า ดวงตาของกบที่เบิกโพลง เต็มไปด้วยความโกรธแค้น อาฆาตพยาบาทนั้น เป็นภาพที่ข้าพเจ้าและแม่กำลังช่วยกันใช้สวิงอันใหญ่ช้อนหาฮวกในท้องทุ่งนา โดยแม่จับคันสวิงใหญ่ด้านหนึ่ง ส่วนข้าพเจ้าจับไว้อีกด้านหนึ่ง แล้วลากสวิงใหญ่นั้นเพื่อต้อนฮวกเข้าสวิง นี่คือคำตอบของภาพแม่กบที่มาปรากฏให้ข้าพเจ้ารู้ว่า แม่กบนั้นโกรธแค้น อาฆาตพยาบาทมากเพียงใดที่เราได้พรากลูกอันเป็นที่รักของแม่กบนั้นไป มิหนำซ้ำยังทำการฆ่าลูกเขาเพื่อนำมาเป็นอาหารของตัวเองอีก ขึ้นชื่อว่า ลูก ความคับแค้นใจ ความชอกช้ำใจ เจ็บช้ำใจของคนเป็นแม่จะทรมานมากเพียงใด คนเป็นแม่เท่านั้นถึงจะรับรู้ถึงความรู้สึกนี้ได้

ข้าพเจ้าก็ได้แต่น้ำตาไหลพรากถึงความรู้สึกผิดในการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจในตอนนั้น ทำเพราะจำเป็นต้องทำ ข้าพเจ้าได้แต่ขอโทษ ขอโทษ และขอโทษ ด้วยน้ำตาที่นองหน้า เมื่อภาวนาจบชั่วโมง ได้อุทิศบุญนี้ให้แก่แม่กบและลูกกบ ที่ข้าพเจ้าได้เคยเบียดเบียน ทำร้ายเขา การที่ข้าพเจ้าตาโปนเหมือนตาของกบนั้น ก็เป็นเพราะผลของการผิดศีลข้อ ปาณาติบาต และผลของกรรมนั้นก็กำลังส่งผลอยู่ด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษนี้เอง

“เราเป็นทายาทของกรรม” ดังคำสอนที่ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้เมตตายกคำสอนของพระพุทธองค์ มาสอนพวกเราอยู่เสมอ

ข้าพเจ้าขอกราบน้อมจิตรำลึกถึงพระมหาเมตตาของพระบรมศาสดา คุณพระศรีรัตนตรัย พ่อแม่ครูบาอาจารย์ พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี และท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่ได้เมตตาสั่งสอน ชี้ทาง จนมีวันนี้ได้

ข้าพเจ้าขอน้อมอุทิศบุญจากธรรมทานนี้ให้แก่เหล่าสัตว์ เขียด กบและลูกฮวก ที่ข้าพเจ้าและครอบครัวได้เคยเบียดเบียนชีวิตท่านทั้งหลายเพื่อนำมาเป็นอาหาร ณ ที่นี้ด้วย สาธุ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.