ประสบการณ์ภาวนา คุณรัชพล

ข้าพเจ้าชื่อ รัชพล ชื่อเล่นว่า “ชิน” อายุ 37 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันมีอาชีพรับราชการ สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เข้ามาเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ในสายธรรมเตโชวิปัสสนาครั้งแรกเมื่อปี 2560 และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ซึ้งถึงคำว่า “เกือบสายเกินไป” เนื่องจากในเวลานั้น ได้มีการแถลงถึงการหมดอายุขัยของท่านอาจารย์ เป็นเหตุให้เหล่าศิษย์รวมพลังกันฟื้นฟูธาตุขันธ์ของท่านอาจารย์ให้กลับคืนมาในเร็ววัน เพื่อเป็นเนื้อนาบุญแก่เหล่าศิษย์และเวไนยสัตว์ ข้าพเจ้ารู้สึกผิดและเสียดายที่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน กว่าจะมาสมัครเข้าคอร์สปฏิบัติ ทั้ง ๆ ที่มีกัลยาณมิตรมาชักชวนหลายครั้งหลายครา และอยู่ห่างจากธรรมสถานเพียงแค่ประมาณ 20 กม. เท่านั้น

ก่อนที่จะได้เข้ามาในสายธรรม ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่สนใจการตักบาตร ทำบุญ ให้ทาน แต่มิได้มีจิตคิดรักษาศีลอย่างจริงจัง ศีลเบื้องต้นของฆราวาสมีเพียง 5 ข้อ รักษาไม่ได้เลยสักข้อ และยังหลงมัวเมาอยู่ในโลกียวิถี อันได้แก่ การดูดวง แก้กรรม ครอบเศียร บูชาองค์เทพ โดยคิดว่านี่คือสิ่งที่จะเกื้อหนุนให้มีความเจริญและความมั่งมีศรีสุขในชีวิต เมื่อมีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งได้เป็นสะพานบุญเข้ามาชักชวนให้เข้าสู่สายธรรมเตโชวิปัสสนาก็มิได้เปิดใจยอมรับ เพียงแค่แบ่งรับแบ่งสู้และก็คิดว่า “ปฏิบัติธรรมที่ไหนก็เหมือนกันแหละ ไม่เห็นจะต้องรีบเลย คนไม่ดีกว่าเรามีตั้งเยอะแยะ” หลังจากนั้นผ่านไประยะหนึ่ง จึงได้บอกกับคุณแม่ว่า “แม่ไปก่อนละกัน ถ้าดีจริงเดี๋ยวจะตามไป” และด้วยคุณแม่ก็เป็นผู้มีจิตใฝ่ในธรรมอยู่เนือง ๆ จึงได้ขอเข้าเป็นศิษย์ในสายธรรม หลังจากการปฏิบัติในคอร์สแรก คุณแม่พบความจริงด้วยตนเองว่า “นี่คือธรรมอันเอกอุและตีลงไปที่จิต ซึ่งไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน” แม้คุณแม่จะยืนยันเช่นนี้ ข้าพเจ้าก็ยังอิดออดชักแม่น้ำทั้งห้ามาเป็นเหตุผลในความไม่พร้อม จนเวลาล่วงเลยไปเป็นแรมปีก็ยังมิได้สมัครเข้าคอร์ส

ในระหว่างนั้น ข้าพเจ้าได้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม จึงมีจิตเคารพศรัทธาในความเมตตาของพระองค์ที่ต้องการให้เหล่าเวไนยสัตว์หลุดพ้น และมีความรู้สึกเกิดขึ้นในจิตว่า “ทุกวันนี้ทำไมมลพิษเยอะจัง ถ้าโลกแตกและเราตาย เราจะไปอยู่ไหน ถ้าอยู่ในดินแดนที่หมดทุกข์ และไม่ต้องมาเกิดอีกก็คงจะดีไม่น้อย” ความคิดและเหตุผลดังกล่าวข้างต้นทำให้จิตข้าพเจ้าตื่น และเริ่มก้าวเข้าสู่ทางธรรมในสายธรรมเตโชวิปัสสนา

ก่อนจะเขียนเล่าถึงประสบการณ์ภาวนานี้ ข้าพเจ้าครุ่นคิดเสมอว่า “เราไม่มีประสบการณ์ภาวนาอันโลดโผน และน่าตื่นเต้น แล้วใครเขาจะอยากอ่าน” แต่ในจิตก็สั่งให้เขียน เพราะนอกจากจะเป็นการเตือนตนเองแล้ว ยังเป็นอานิสงส์ต่อผู้มีวาสนาทั้งหลาย ได้พึงระลึกว่า ควรหยุดสร้างกรรม สร้างภพชาติ อันจะส่งผลให้กลับมาเวียนว่ายในห้วงวัฏสงสารนี้อย่างไม่จบไม่สิ้น

ครั้งแรกในการเข้าคอร์สอานาปานสติ เดือนมิถุนายน 2560 วันแรกข้าพเจ้าอยากหอบกระเป๋าสัมภาระกลับบ้าน คิดตำหนิตัวเองว่า “ทำไมต้องเอาตัวเองมาลำบากถึงเพียงนี้ ร้อนก็ร้อน พัดลมก็ไม่มี นอนก็ไม่หลับ ทำไมทรมานเช่นนี้” แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่า เมื่อตื่นนอนและเริ่มปฏิบัติในวันที่สอง ตลอดทั้งวันไม่มีความง่วงเกิดขึ้นเลย ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้ว ข้าพเจ้าเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับพักผ่อนเป็นอย่างมาก ประกอบกับได้ฟังธรรมในช่วงค่ำที่ตีลงไปในจิต ทำให้จิตข้าพเจ้าตื่นขึ้นอีกระดับหนึ่ง “นี่แหละ ธรรมที่เป็นความจริง เป็นปัจจัตตัง ที่จะพาเราก้าวข้ามห้วงแห่งวัฏฏะ” จนถึงวันสุดท้ายที่จบคอร์ส ในจิตนั้นอิ่มเอมและสุขใจอย่างยิ่ง

ข้าพเจ้าเข้าคอร์สเตโชวิปัสสนาครั้งแรก ระหว่างวันที่ 17-24 กันยายน 2560 ในขณะนั้น กายและจิตของท่านอาจารย์ยังไม่มีความเสถียรจากการต่ออายุขัย จึงได้นิมนต์พระคุณเจ้าสัญชัย มาร่วมช่วยสอนวิปัสสนาให้กับศิษย์ใหม่ในครั้งนี้ หลังจากคอร์สแรกก็ได้สมัครเข้าคอร์สเตโชวิปัสสนา ในปี 2561 และได้เคี่ยวกรำจิตเรื่อยมา ในการภาวนามีสภาวธรรมเป็นเหตุการณ์ที่ฝังจิตฝังใจข้าพเจ้า ดั่งคำเปรียบที่ว่า “สวรรค์ในอก นรกในใจ” นั่นก็คือ เกิดเวทนาเป็นความเจ็บปวด ในจิตนั้นผุดเป็นความคิดขึ้นมาว่า “เจ็บแค่นี้ยังน้อยไป ยังไม่เทียบเท่ากับที่ทำเขาไว้เลย” เหตุการณ์เมื่อในอดีตวนเวียนเข้ามาในจิต แมวที่ครอบครัวเลี้ยงไว้ได้คาบหนูมากิน ทำให้พื้นบ้านที่เป็นกระดานไม้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ข้าพเจ้าจึงเกิดความโกรธหยิบด้ามไม้กวาดตีลงไปที่หลังของแมวตัวนั้น เพียงเพื่อให้มันเกิดความหลาบจำ มิได้มีเจตนาหรือต้องการให้มันได้รับความทรมานแต่อย่างใด แต่ก็ทำให้มันเดินไม่ได้และพิการ สุดท้ายมันต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บปวดอยู่หลายวัน และสิ้นใจไปในที่สุด ทุกครั้งที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในระหว่างภาวนา ทำให้สำนึกในความผิดที่ได้กระทำลงไป แต่เพราะวันเวลาไม่อาจย้อนคืน นี่คือสิ่งที่จะสามารถทำเพื่ออุทิศให้เขาได้

เมื่อได้เข้ามาเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าลดละการใฝ่ในโลกียวิถี นำเครื่องรางไปคืนเจ้าของ นำองค์เทพทั้งหลายไปฝากพระแม่คงคาเพื่อคืนสู่ธาตุดิน ให้ความสำคัญกับการรักษาศีล เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมในงานที่ทำ จิตสำนึกความเป็นข้าราชการข้าของแผ่นดินเพิ่มพูนขึ้นในจิต จากที่เมื่อก่อนมองว่า การรับเงิน รับส่วยคือเรื่องปกติ แต่ตอนนี้มองว่านั่นคือการผิดปกติวิสัย เป็นการปฏิบัติมิชอบ ทำให้เกรงกลัวต่อบาป และผลกรรมที่จะตามสนอง ดังนั้นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอาจเป็นเรื่องที่แปลกแตกต่างจากผู้อื่นหรือเพื่อนร่วมงาน การถูกกระทบด้วยคำพูดและกิริยาย่อมเกิดขึ้น แต่นั่นคือบททดสอบที่ข้าพเจ้าต้องยอมรับและวางเฉย เพราะความไม่ปกติในสายตาของคนเหล่านั้น คือความปกติของพุทธศาสนิกชน

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกรรมในชาตินี้ และตราบาปก็ยังเกาะอยู่ในจิตแทบไม่ลืมเลือน แล้วกรรมอื่น ๆ มากมายในชาตินี้ รวมถึงในภพชาติที่ผ่าน ๆ มา ถ้าเราไม่หยุดตอนนี้ แล้วเราจะหยุดตอนไหน ที่ข้าพเจ้ามองว่า “เกือบสายเกินไป” ก็เพราะว่า บ้านของข้าพเจ้า เสมือนตั้งอยู่ใจกลางของพุทธสถานสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ โดยทางด้านทิศใต้เป็นที่ตั้งของวัดสะตือ (พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้มาสร้างพระปางไสยาสน์) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นที่ตั้งของวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร (ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย ที่ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม) ทิศตะวันออกเป็นที่ตั้งของวัดพระพุทธฉาย (ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ที่ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม) และทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ตั้งของเตโชวิปัสสนาสถาน ที่เป็นบ้านซึ่งมีไว้เพื่อประหารกิเลสและแสดงธรรมอันเอกอุในยุคกึ่งพุทธกาล

แต่ทั้งนี้ก็ “เกือบสายเกินไป” เพราะเกือบไม่ทันแล้วในชาตินี้ ที่จะได้พบเจอสัตบุรุษที่ยอมแลกด้วยชีวิต ในการเป็นแม่ทัพธรรมนำเวไนยสัตว์ข้ามห้วงมหรรณพในยุคกึ่งพุทธกาล ผู้เป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ที่ชี้แนะหนทางแห่งการดับทุกข์ เพื่อพาศิษย์กลับบ้าน อันเป็นดินแดนแห่งอิสรภาพ และการสิ้นชาติขาดภพชั่วนิรันดร์

ขออานิสงส์แห่งธรรมทานนี้ ส่งผลให้แมวและสัตว์ทั้งหลาย ที่ถูกข้าพเจ้ากระทำการใด ๆ ให้เกิดความทุกข์ทรมานหรือเสียชีวิต ได้ไปสู่สุคติภูมิ พ้นจากห้วงแห่งทุกข์ทั้งหลาย ด้วยเทอญ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.