ประสบการณ์ภาวนา คุณกมลบัตร์

ตอนที่ข้าพเจ้ายังเด็กมักจะฝันร้าย บางครั้งฝันเห็นนรก เห็นสวรรค์ ความฝันครั้งหนึ่งฝังใจอย่างมากทำให้กลัวการตกนรก ภาพฝันเห็นกลุ่มคนจากนรกจะมาเอาตัวไป แต่มีเหล่าเทวดาและนางฟ้ามาช่วย เกิดการต่อสู้กันอย่างชุลมุนเพื่อชิงตัวข้าพเจ้า ฝันนั้นสร้างความกลัวทำให้ร้องไห้จนตื่น แม่ต้องเข้ามากอดและปลอบให้หลับต่อ แต่ฝันนั้นก็กลับมาอีก แม้ย้ายที่นอนก็ไม่หาย มาหลับสนิทลงได้ต่อเมื่อย้ายไปนอนใกล้คุณตาเพราะท่านสวดมนต์ แต่ไม่ทราบได้ว่าเป็นบทใด น่าประหลาดที่ภาพฝันเมื่อคืนกลับมาปรากฏให้เห็นในยามตื่นบริเวณมุ้งนอน มันสร้างความกลัวอย่างยิ่งจนต้องวิ่งหนีและเล่าให้คนในครอบครัวฟัง แต่คงเพราะความเป็นเด็กจึงไม่มีใครเชื่อเลย

เมื่อเด็กอายุไม่ถึง 10 ปีอย่างข้าพเจ้าได้มาเห็นรูปภาพของมารในพระพุทธศาสนา จึงเข้าใจฝันนั้นว่าคนที่มาจากนรกเพื่อจะพาไปนรกเป็นผู้ใด จากนั้นจึงตั้งใจว่าจะไม่ยอมไปนรก เวลาเดินและมองไปที่พื้นดินจะรู้สึกได้ว่าบริเวณใต้ดินนี้เป็นที่ทำงานของนรก ความรู้สึกแบบนี้มันทรมานพอสมควรเพราะไม่มีใครสอน ไม่มีใครคอยอธิบาย จึงอยู่อย่างหวาดกลัว กระทั่งอายุได้ 13 ปี ข้าพเจ้าได้ไปบวชเป็นชี ได้ศึกษาหาความรู้เรื่องนรกสวรรค์ หาวิธีพ้นนรก ทางวัดก็สอนหลายอย่าง แต่ดูจะยังไม่ตรงกับจุดประสงค์หลักในการหาวิธีที่ค้นหา

เมื่ออายุมากขึ้น การหาวิธีหลุดจากความฝันที่ฝังใจก็เริ่มจางหายไป เพราะมัวใช้เวลากับการทำมาหาเลี้ยงชีพ กระทั่งอายุ 19 ปี ข้าพเจ้าได้รู้จักและเข้าไปใช้เวลากับความเชื่อหนึ่ง ซึ่งเน้นการสอนให้เชื่อ ที่หากเชื่อตามแล้วจะไม่ต้องตกนรก ถ้าเราตายลงเราจะถูกนำไปดินแดนสวรรค์ ด้วยยังหวังว่าจะพ้นนรกจึงเลือกเข้ามาเชื่อคำบอกกล่าวอย่างนี้ ขณะนั้นรู้สึกมีความสุขความสบายใจ ไม่ต้องกลัวความฝันในครั้งนั้นตามหลอกหลอน โดยตั้งใจที่จะเชื่อและเป็นศิษย์ที่ดีเชื่อฟังทุกอย่าง ทำทุกทางเพื่อตอบแทนคุณที่เมตตาช่วยให้ข้าพเจ้าไม่ต้องตกนรก ผ่านไป 6 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 7 ข้าพเจ้าจึงเริ่มคิดทบทวนการกระทำ คำพูด คำสอนด้วยเหตุและผล

เมื่อพิจารณาทบทวน จึงเกิดคำถามถึงวิธีคิด การหาเป้าหมายของชีวิต การกลับมาเกิด อะไรคือจุดเริ่มต้น อะไรคือจุดจบ แล้วทำไมความเชื่อนี้ไม่เปิดโอกาสให้เราศึกษาความเชื่ออื่น พอหยิบหนังสือในคำสอนอื่นขึ้นมาก็จะถูกห้าม บอกเป็นหนังสือของมาร จึงยังไม่คลายความสงสัยว่า มารที่เราเห็นในความฝันตอนที่เป็นเด็ก มีรูปร่างคล้ายกับหมู่มารที่มาขัดขวางพระพุทธเจ้า จากนั้นพระแม่ธรณีท่านบีบมวยผม เป็นเหตุให้กองทัพมารต้องหนีน้ำ แล้วไม่สามารถทำอะไรพระพุทธเจ้าได้..สรุปแล้วอะไรคือมารกันแน่

นานวันเข้า ข้าพเจ้าก็เริ่มเห็นการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นของคนในกลุ่ม การใส่ร้ายป้ายสี การแตกสามัคคี ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยใจและเบื่อหน่าย จึงถอยออกมามองดูอยู่ห่าง ๆ และในที่สุดก็ตัดสินใจออกมาโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย

จบแล้ว..ชีวิตเกือบ 7 ปีที่ทุ่มเทหาทาง น้ำตาไหลจนไม่เหลือ จากนี้ไปข้าพเจ้าจะหาวิธีเพื่อไม่ให้ตกนรกแบบไหนต่อไป ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอย่างคนไม่มีศาสนาไปเป็นปี ๆ เห็นคนใส่ชุดขาวที่ไปวัด เห็นพระสงฆ์เดินบิณฑบาต ความคิดด้วยความเชื่อที่ฝังมา 7 ปีนั้น ทำให้ข้าพเจ้ายกมือไหว้พระไม่เป็นหลังออกจากลัทธินั้น เมื่อขาดหลักคิดชีวิตก็ย่ำแย่ จึงต้องมองหาสิ่งใหม่เพื่อมาปกป้องตัวเอง จะได้ไม่ต้องกลับเข้าไปในความเชื่อเดิมอีก พลันระลึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้ที่ข้าพเจ้าหวังพึ่ง ข้าพเจ้ากลับมาหาพระพุทธองค์ แม้ขณะนั้นไม่ใช่การมาด้วยใจนอบน้อม แต่เพราะมองไม่เห็นผู้ใด ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจเดินเข้าวัด คุกเข่าอยู่ต่อหน้าพระพุทธรูป พลันคำถามก็เกิดขึ้นในใจว่า เธอเคยต่อต้านและกล่าวหาพระองค์เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ วันนี้เธอจะมาคุกเข่าอยู่อย่างนี้หรือ ข้าพเจ้าไม่สนใจเสียงนั้น ได้แต่คุกเข่าแล้วร้องไห้พร้อมกล่าวคำขอโทษซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น

จากนั้นเริ่มหาหนังสือธรรมะมาอ่าน โดยเฉพาะหนังสือของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม แต่อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ สุดท้ายไปอ่านหนังสือของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แล้วรู้สึกผูกพัน และได้หัดสวดพระคาถาชินบัญชร เริ่มเข้าใจในกฎแห่งกรรมที่ปรามาสพระพุทธเจ้า จึงอยากหาครูอาจารย์ที่จะสอนธรรมให้ตัวเองเข้าใจ ข้าพเจ้าอ่านหนังสือธรรมะหลายเล่มมาก แต่ก็ยังไม่เข้าใจ หาพระ หาผู้รู้ คำตอบที่ได้ก็ไม่ชัดเจน พบแต่คำสอนว่า นิพพานไม่มีจริงในชาตินี้ ต้องรอพระศรีอริยเมตไตรย…เท่านั้น ข้าพเจ้ารู้สึกท้อจึงอธิษฐานขอสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ให้พบใครสักคนที่สอน เพื่ออธิบายสิ่งที่ถูกต้องในทางธรรมให้เข้าใจด้วยเถิด จนมาวันหนึ่งพบกัลยาณมิตร คุณโชติกา ได้มอบหนังสือเล่มเล็ก ๆ ของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล อ่านแล้วมาสะดุดใจกับคำว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เป็นพระอาจารย์ใหญ่…จึงบอกกับตัวเองว่า ต้องพิสูจน์

เมื่อยื่นใบสมัครและอบรมคอร์สอานาปานสติแล้ว หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้รับโอกาสจากท่านอาจารย์ให้เข้าคอร์สเตโชวิปัสสนาครั้งแรก ในระหว่างวันที่ 17-24 กันยายน 2560 แล้วกรรมจากการปรามาสพระพุทธเจ้าก็ผุดขึ้นมา 20 ปีที่ผ่านมาข้าพเจ้าหลงลืมไปแล้วและก็ลืมจริง ๆ ลืมแม้แต่การวิ่งหนีนรกตอนเป็นเด็ก บัดนี้ความทรงจำเหล่านี้กลับมา มันปวดร้าวใจมากกับคำถามที่ถามตัวเองว่า เราไปหลงปรามาสพระพุทธเจ้าได้อย่างไร ยิ่งท่านอาจารย์สอนถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าอยากเอาหัวโขกกับกำแพงที่หอปฏิบัติเดี๋ยวนั้นเลย ทำไมข้าพเจ้าโง่แบบนี้ ที่ถูกลวงให้ออกจากทางของพระองค์ ข้าพเจ้าเอามือเคาะหัวตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ฟังท่านอาจารย์บรรยายธรรมไปก็แอบเอามือเคาะหัวตัวเองโง่ๆๆ อยู่อย่างนั้นจนจบธรรมบรรยาย

มีคนถามข้าพเจ้าว่าทำไมจึงรักท่านอาจารย์ ทำไมจึงทุ่มเทให้กับสายธรรมเตโชวิปัสสนา นี่เพราะพระคุณของท่านอาจารย์ ที่บุกเบิกสายธรรมนี้ ที่ยอมเหนื่อย ที่ยอมเสียสละ ที่ยอมทำทุกอย่าง ให้คนอย่างข้าพเจ้าได้มีโอกาสพบความจริง ได้พบธรรมแท้ ได้แก้ไขในสิ่งที่ผิด ได้มีโอกาสกลับใจที่จะติดตามพระพุทธองค์อย่างแท้จริง ครั้งนี้ไม่ใช่อย่างคนที่ไม่มีทางไป ท่านอาจารย์สอนให้รู้ทางนั้น รู้ถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ท่านอาจารย์สอนวิธีที่จะไม่ต้องตกนรกที่ถูกต้อง ข้าพเจ้าพ้นจาก 7 ปีที่ถูกล่อลวง ที่เผลอทำผิดแล้ว 20 ปีที่หลงลืมความผิดนี้ บัดนี้ ได้รับการแก้ไขจากสายธรรมเตโชวิปัสสนา จึงทำให้ข้าพเจ้า “รัก” และ “ระลึกถึงพระคุณ” ของท่านอาจารย์มาตลอดตั้งแต่รู้ตัวว่า…ฉันมาที่นี่ทำไม

ทุกวันนี้ข้าพเจ้าอยู่เพื่อคอยตอบแทนพระคุณท่านอาจารย์ แม้ไม่รู้อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ทุกครั้งที่มีงานอะไรในสายธรรมที่ข้าพเจ้าทำได้ ข้าพเจ้าจะรีบทำ สิ่งใดที่ข้าพเจ้าทำไม่ได้ ข้าพเจ้าจะหาทางทำให้ได้ เพื่อตอบแทนพระคุณท่านอาจารย์ ประสบการณ์การภาวนาเกิดขึ้นได้กับทุกท่าน แต่สำหรับข้าพเจ้าเป็นมากกว่าประสบการณ์ในการภาวนา นั่นคือ “การได้รับโอกาสแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด” จากการถูกล่อลวง มาพบธรรมแท้ที่นำสู่พระนิพพาน พบวิธีรอดพ้นจากการตกนรกที่ข้าพเจ้ากลัวจับจิต ด้วยพระคุณของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.