ประสบการณ์ภาวนาของคุณพิณวดี

เรามีรักแท้ มีแต่เมตตาปรานี อารีเอื้อเฟื้อ ขาดเหลือคอยดูแลกัน นี่คือคำคล้องจองที่คล้องพลังแห่งความรักแท้ให้เกิดความสามัคคีรวมใจของพ่อ แม่ ลูกให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อเดินทางให้หลุดพ้นจากวัฏสงสารในภพชาตินี้

พบทุกข์จึงพบทาง

เมื่อพี่ชายล้มป่วยนอนเป็นเจ้าชายนิทรา ข้าพเจ้าตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายชีวิตจากการเรียนเป็นครูที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาเรียนเพื่อเป็นพยาบาลที่วิทยาลัยบรมราชชนนี จ.สุรินทร์ เพื่อคอยช่วยเหลือดูแลเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันยามครอบครัวเจอวิกฤติชีวิต

ข้าพเจ้าเรียนควบคู่กับนำวิชาความรู้มาทำการดูแลรักษาพี่ชายเป็นระยะเวลา 6 ปี พี่ชายก็เสียชีวิต ท่ามกลางความอาลัยอย่างสุดจะพรรณนา คุณแม่ได้แต่คร่ำครวญว่า ยอมทุกอย่างแล้วยอมสละทุกอย่าง ยอมทุ่มเททุกอย่าง แม้นลูกจะนอนนิ่งถึง 6 ปี แม่ก็ยอมแต่ทำไมต้องมาพรากลูกไปจากแม่ด้วย

ข้าพเจ้าตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายชีวิตอีกครั้ง จากตั้งใจเป็นอาจารย์สอนในวิทยาลัยบรมราชชนนี จ.สุรินทร์ มาเข้ารับราชการเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลปราสาท ที่บ้านเกิดเพื่อรวมพลังกันอีกครั้ง

ในช่วงแรกของการปฏิบัติงาน ข้าพเจ้าต้องขึ้นเวรอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเข้าเวรกลางวันต่อเวรกลางคืนติดต่อกันเป็นเวลา 16 ชั่วโมง ประกอบกับข้าพเจ้าเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ขาดการพักผ่อนอย่างเพียงพอ สุขภาพจึงอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปได้ 4 ปี ข้าพเจ้าป่วยหนัก เกิดภาวะปอดติดเชื้อน้ำท่วมปอด แม้นดูดออกอย่างไรก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบเต็มปอดข้างซ้าย ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลา 2 เดือน

คุณพ่อคุณแม่และข้าพเจ้าตั้งสัจอธิษฐานต่อองค์พระศาสดาว่า หากแม้นลูกทั้งสามจะมีโอกาสสร้างประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนา ขอให้อาการเจ็บป่วยนี้จงทุเลาเบาบางลงหายเป็นปกติ ลูกทั้งสามจะบวชเนกขัมมะเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาด้วยความสำนึกในพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ ด้วยบารมีพระมหาเมตตาขององค์พระบรมศาสดาปกป้องคุ้มครอง ข้าพเจ้าหายป่วยอย่างรวดเร็ว ข้าพเจ้าขอน้อมกราบแทบพระบาทพระพุทธองค์ด้วยความนอบน้อมยิ่ง

พบโอกาสพบบุญวาสนา

ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2556 คุณพ่อคุณแม่และข้าพเจ้าเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมที่เตโชวิปัสสนาสถาน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เป็นครั้งแรก ตามคำแนะนำของหลวงพ่อสัญชัย คุณแม่ชีดวงมณี คุณแม่ชีอรุณ และคุณน้าพรทิพย์

แม้นคุณแม่จะเพิ่งพักฟื้นจากการผ่าตัดมดลูกทิ้งไปได้ 4 เดือน ญาติสนิทมิตรสหายจะทัดทานด้วยความเป็นห่วง แต่คุณแม่ก็จะบอกข้าพเจ้าว่า…เราเสียเวลากับความทุกข์มามากพอแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่ได้ฝึกฝนและเรียนรู้จากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่เป็นบรรพชิตและแม่ชี แต่ยังขาดพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่เป็นฆราวาส ยิ่งท่านเป็นหญิงที่เด็ดเดี่ยวเข้มแข็งด้วยแล้ว คงจะเป็นที่พึ่งและเป็นแบบอย่างให้กับฆราวาสที่หวังพ้นทุกข์อย่างพวกเรา

ข้าพเจ้ายอมรับว่ารู้สึกเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจทั้งจากสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรง ห่วงภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดกับคุณแม่ทั้งในขณะปฏิบัติและหลังปฏิบัติ ห่วงคุณพ่อที่ต้องทุกข์ทรมานกับโรคไส้เลื่อน แต่ก็ต้องทำตามคำสัจอธิษฐานที่ตั้งไว้ต่อองค์พระบรมศาสดา

เพียงข้าพเจ้าได้สัมผัสสถานปฏิบัติธรรมเตโชวิปัสสนา เกิดความรู้สึกสงบเยือกเย็นเหมือนอยู่ในอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ ที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติแท้จริง รู้สึกอบอุ่นลุ่มลึก เมื่อเริ่มฝึกอานาปานสติกับอาจารย์โสภิต ยิ่งเมื่อได้รับกรรมฐานจากท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ฟังน้ำเสียงอันคมชัดเด็ดเดี่ยว มีพลังแผ่กว้างปลุกจิตให้พร้อมออกศึก ข้าพเจ้าได้แต่บอกตนเองว่านี่คือความหวังครั้งสุดท้ายของชีวิต..ที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่ยอมจำนนและท้อถอยกับชีวิตที่ยิ่งสู้ก็ยิ่งพ่ายแพ้

ข้าพเจ้าจึงเปิดใจน้อมรับธรรมเทศนาจากท่านอาจารย์ด้วยความสงบ สังขารนี้สะสมการปรุงแต่ง กิเลสมารสารพัดสร้างภพสร้างชาติมานับไม่ถ้วนมากมายมหาศาล สร้างเวรสร้างกรรมสร้างบาปมาอย่างมากมายสุดจะบรรยายให้หมดได้ จึงวนเวียนมาเกิดชดใช้กรรมอย่างไม่สิ้นสุด ต้องบำเพ็ญเพียรภาวนาใช้พลังอันร้อนแรงของเตโชธาตุจึงจะเบาบางลงได้ จิตถามขึ้นมาว่าทำกรรมอันใดหนอจึงต้องเวรหนักอย่างนี้ พลันได้ยินเสียงสั่งจากท่านอาจารย์ว่าให้อยู่กับปัจจุบัน จิตถามต่อไปว่าปัจจุบันทำอะไรขาดไป เกิดจิตรู้ตอบว่าขาดการทำบุญกับงาน แม้นการภาวนาครั้งแรกข้าพเจ้าไม่สามารถตรึงจิตอยู่ที่จุดสัมผัสได้ ไม่มีอาการเวทนาเจ็บปวดใด ๆ ไม่มีความร้อน แต่มีปัญญามีพลังกายพลังใจในคำตอบที่ข้าพเจ้าได้รับรู้จากการภาวนา เผาปัญหาปมทางใจให้หมดไป ได้เริ่มต้นทำงานดูแลคนไข้เหมือนตนเองกำลังทำบุญ ช่วยเหลือให้ความเมตตาให้กำลังใจคนไข้ไม่ให้ยอมแพ้ เพื่อถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พ่อแม่ครูบาอาจารย์และคุณบิดามารดา

ครอบครัวของเราเริ่มสดใสมีความสุข ข้าพเจ้าได้รับหน้าที่ใหม่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องเข้าเวรกลางคืน ได้หยุดพักในวันอาทิตย์และวันสำคัญ ทำให้ข้าพเจ้ามีเวลาสำหรับการภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกันกับคุณพ่อคุณแม่ในตอนเช้าตรู่และก่อนนอน ตลอดทั้งไปทำบุญทำทานที่สถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์ เตโชวิปัสสนาสถานที่ อ.แก่งคอย และแสงธรรมโพธิญาณที่ อ.หาดใหญ่ ควบคู่กับการเที่ยวพักผ่อนตามอัธยาศัยใกล้ไกลตามโอกาสอำนวย แต่คุณแม่ก็จะไม่ลืมเปิดซีดีธรรมะให้ข้าพเจ้ารับฟังเสมอ จิตข้าพเจ้าพัฒนาขึ้นอย่างช้า ๆ เหมือนก้าวจากที่ต่ำ เช่น การไม่ค่อยสำรวมอายตนะ การภาวนาด้วยจิตสบาย ๆ การยังหลงเพลินนันทิ ขึ้นสู่ที่สูงอย่างไม่รีบเร่ง แม้นคุณแม่จะคอยเตือนสติและทำให้ดูเป็นแบบอย่างเท่าไร ข้าพเจ้าก็ยังภาวนาอย่างสบาย ๆ มีความสุขไม่รีบอย่างนั้น

ตื่นจากความลวง

ด้วยจิตส่วนลึกคิดว่าชีวิตนี้มั่นคงแล้ว เมื่อได้ฝากชีวิตไว้บนฐานอันแข็งแกร่งเป็นอมตะ แต่มาสะดุ้งตื่นอย่างไม่คาดฝันในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560 วันที่ท่านอาจารย์สิ้นอายุขัยบนตั่งภาวนา ที่ข้าพเจ้าและเหล่าศิษย์กำลังเคี่ยวกรำจิตอยู่เบื้องหน้าท่านอาจารย์อย่างใกล้ชิด เสียงร่ำไห้ระงมอย่างไม่อาจระงับได้ของข้าพเจ้าและเหล่าศิษย์ ที่เห็นชีวิตที่เสมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายได้อย่างชัดเจน โอ้หนอ เจ้าบอกว่าเจ้าช่างมีโอกาสและวาสนาสูงนัก ที่เพียรเดินทางค้นหามาไม่รู้กี่อสงไขยเพื่อพบท่านอาจารย์ เมื่อมาพบแล้วเจ้ากลับทิ้งโอกาสทิ้งบุญวาสนานี้ไป ไม่เพียรอย่างจริงจังหนักแน่น ไม่สำนึกถึงความกตัญญูต่อท่านอาจารย์ ทำให้พลังของท่านอาจารย์สูญเปล่าหมดไปจนต้องสิ้นอายุขัย

ข้าพเจ้าจึงตั้งสัจอธิษฐานหน้าลานโพธิ์ว่า ข้าพเจ้าจะขอมุ่งมั่นในการเพียรภาวนาอย่างหนักแน่น มีวินัย จะรักษาศีล หมั่นสร้างบุญกุศลเพื่อให้ท่านอาจารย์มีธาตุขันธ์ที่แข็งแรง สมานกายและจิตให้แนบแน่นสมบูรณ์ดังเดิมโดยเร็ววันด้วยเทอญ

ในช่วงที่มีการบวชพระนวกะ เพื่อน้อมถวายธาตุขันธ์ท่านอาจารย์เป็นเวลา 1 เดือน และต่อเนื่องด้วยการเตรียมงานกฐิน ที่ครอบครัวจองเป็นเจ้าภาพล่วงหน้าไว้ เป็นช่วงที่ข้าพเจ้าได้ฝึกฝนการปล่อยวางอัตตาตัวตนด้วยความอดทนหนักแน่น เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ต้องตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ บางครั้งก็ตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อไปรับญาติธรรมที่สถานีขนส่ง แล้วอยู่ช่วยงานล้างจานล้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดทั้งเบิกจ่ายเงิน และคอยช่วยประสานด้านต่าง ๆ เป็นเวลาต่อเนื่องทุกวันจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560

แต่ด้วยปณิธานที่จะเพียรภาวนาตามเจตนาที่ตั้งไว้ ข้าพเจ้าคงพ่ายแพ้กับกิเลสที่ผุดความน้อยใจพรั่งพรูออกมาให้ชำระอย่างมากมาย เมื่อเล่าให้คุณแม่ฟัง แทนที่ท่านจะท้อแท้ใจที่ลูกไม่เข้าใจ ท่านกลับสงสารข้าพเจ้าจนร้องไห้ออกมา แล้วบอกว่าอนุโมทนาบุญด้วยนะที่ลูกขุดพบสังขารความน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาชำระ เป็นธรรมดานะเวลาเผาอะไร มันต้องเจอควันสำลักควัน แต่ถ้าเรามีสติรู้เป็นเรื่องของมัน ความน้อยใจนี้ ไม่ใช่ตัวเราของเรา ดั่งคำสอนของท่านอาจารย์และหลวงพ่อ มันก็จะโล่งเบาสบาย ใช่ เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ข้าพเจ้าและคุณแม่กอดกันและยิ้มทั้งน้ำตา

หลังจากนั้นคุณแม่มีนิมิตว่า คุณน้าสมัยมาเที่ยวตามหาคุณพ่อไปปลูกดอกไม้ คุณแม่จึงชักชวนข้าพเจ้าบวชชี เพื่อถวายท่านอาจารย์ ถวายให้หลวงพ่อที่กำลังอาพาธ และคุณพ่อสุพันธ์ได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษาคุณน้าดารณีในช่วงที่พบกันในบุญผ้าป่าที่หาดใหญ่ ท่านได้แนะนำว่าให้หนักแน่นในการเพียรภาวนาและสร้างคุณความดีอย่างไม่หวังผลต่อไป หากว่าลางานไม่ได้ในช่วงเวลากระชั้นชิด ข้าพเจ้ากราบขอบพระคุณคุณน้าดารณีอย่างสูงที่หาทางออกให้ข้าพเจ้าได้อย่างเหมาะสม

ต่อมาในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 คุณพ่อได้บวช เพื่อน้อมถวายเป็นอาจาริยบูชา เพื่อตอบแทนพระคุณด้วยสำนึกถึงความไม่ประมาทในชีวิต เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามากที่สุด เมื่อทราบข่าวว่าคุณพ่อซึ่งยังอยู่ในเพศบรรพชิตได้หักดิบกิเลส เปิดปัญญาเห็นธรรมจากการเทศน์ของท่านอาจารย์ ทำให้ข้าพเจ้าน้อมกราบท่านอาจารย์ ด้วยความซาบซึ้งในการเสียสละทุ่มเทเพื่อให้ศิษย์พ้นไปจากวัฏทุกข์ ไม่มีใครที่จะเมตตาเสียสละเพื่อเราเท่าท่านอีกแล้ว

เมื่อเหล่าศิษย์ทราบข่าวการมาเยือนศิษย์อีสานของท่านอาจารย์ ในวันที่ 15-18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ทั้งหลวงพ่อ พระคุณเจ้า คุณแม่ชี และเหล่าศิษย์ ตลอดทั้งช่างที่มาก่อสร้าง ต่างระดมกำลังความสามารถของตนเองอย่างโกลาหลและสุดความสามารถ ข้าพเจ้าเห็นจิตที่นิ่งดูทุกอย่างเคลื่อนไหวไปตามหน้าที่ โดยใจอยู่กับกิจจิตอยู่กับงาน มีความคิดอะไรเกิดขึ้นก็ปล่อยไป เห็นเกิดดับ เกิดดับ เกิดดับ ข้าพเจ้าช่วยงานต่าง ๆ อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยด้วยความปล่อยวาง

หลวงพ่อสัญชัยได้เมตตาเปิดคอร์สปฏิบัติเพื่อให้ศิษย์ได้เตรียมพร้อมก่อนที่ท่านอาจารย์จะมาถึงตั้งแต่วันที่ 12-18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ขณะเดินจงกรม ข้าพเจ้าพบสุนัขแม่ลูกอ่อนสีดำตัวผอมโซท่าทางหิวโหยและอ่อนแรงมาก เดินตัวสั่นอยู่ในป่ามันสำปะหลัง สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนเป็นทุกข์ ข้าพเจ้าเห็นจิตที่ไม่อยากเกิดอีกแล้ว เกิดอีกก็ทุกข์อีก เกิดอีกก็ทุกข์อีก มันเข้าถึงใจจนน้ำตาซึม เมื่อน้อมจิตกราบพระมหามงคลโพธิญาณด้วยความนอบน้อมยิ่งจิตก็ผุดขึ้นมาว่า “ความศรัทธาอยู่ที่ใดความสำเร็จอยู่ที่นั่น”

การฝึกฝนจิตในวันที่ 13-14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 จิตก็ผุดขึ้นมาขณะตรึงเพ่งนิ่งอยู่กับจุดสัมผัสว่า “ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง” ข้าพเจ้ารู้ได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เกิดเวทนาร้อนที่ขาทั้งสองข้างอย่างรุนแรง มีความคิด ผุด ผุด ผุด ขึ้นมาอย่างมากมาย ข้าพเจ้าปล่อยให้มันเกิดดับ เกิดดับ เกิดดับ เป็นธรรมชาติของมัน ตามคำสอนของหลวงพ่อ มองเห็นจุดสัมผัสได้ชัดเจน เมื่อถอนภาวนา มีสติสัมปชัญญะในทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน ดื่ม กิน ทุกขณะ มีความคิดอะไรเกิดก็รู้สักแต่ว่ารู้ เป็นเรื่องของสังขารจิต อยู่กับจุดสัมผัสเป็นวิหารธรรม

ในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 คณะแม่ชีและเหล่าศิษย์พากันยืนเข้าแถวรอรับท่านอาจารย์ ด้วยจิตที่ศรัทธาเทิดทูนยิ่ง ข้าพเจ้าน้อมไหว้ตั้งแต่ท่านยังไม่ลงจากรถ ช่างเป็นบุญวาสนาเหลือเกิน ศิษย์สุรินทร์มีบุญมากจึงได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์ ถึงขนาดท่านอุตส่าห์นั่งเครื่องบินมาลงที่ อ.สตึก แล้วมาต่อรถ ฝ่าความทุรกันดารมาถึงสุดชายแดน ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งน้ำตาหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา นี่หรือคือความเทิดทูนศรัทธา เปี่ยมล้นด้วยสติปัญญามองเห็นคุณค่าของท่านอาจารย์มากมายมหาศาลเช่นนี้ ยิ่งเห็นท่านอาจารย์ขึ้นตั่งเทศน์สั่งสอนและสอบอารมณ์เหล่าศิษย์ในช่วงบ่ายทันที ทั้งที่ท่านพักผ่อนน้อยมาถึงแม้นจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ไม่ยอมหยุดพัก เพื่อจะได้จะเทศนาและสอบอารมณ์ศิษย์ ทั้งบรรพชิต แม่ชี ฆราวาสจำนวนนับร้อยได้อย่างทั่วถึง

บ่ายวันนี้ข้าพเจ้าตรึงเพ่งรู้ที่จุดสัมผัสได้ชัดรู้ทั่ว มีความร้อนในกายอย่างมาก โดยเฉพาะร้อนที่ไขสันหลังอย่างรุนแรง และมีภาพเก่า ๆ เมื่อครั้งข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาพยาบาล ที่ละเลยความสำคัญของคุณพ่อคุณแม่ผุดขึ้นมา เห็นพระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่มาก ข้าพเจ้ารับรู้แล้ววางเฉย เมื่อภาวนาต่อไปความร้อนที่ขาทั้งสองข้างก็ยิ่งทวีคูณ และความเจ็บปวดทรมานก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน จิตสั่งว่าความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่ตัวเราไม่ใช่ของเรา ขณะเดินจงกรมจิตผุดคำว่าหนักแน่นเข้มแข็ง ขณะยืนพิจารณาดอกไม้เห็นดอกตูม จิตผุดคำว่าเกิดขึ้น เห็นดอกบานจิตผุดคำว่าตั้งอยู่ เห็นดอกที่ร่วงโรยจิตผุดคำว่าดับไป

เช้าวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ท่านอาจารย์เมตตาสั่งสอนตอนสอบอารมณ์ว่า “ที่อาจารย์บอกว่าเรามักคิดว่าเราเป็นคนดี ความจริงไม่ใช่ความจริง เราต้องค้นหาความไม่ดีของตนเอง” หลังจากรับการสอบอารมณ์แล้ว จิตเกิดความท้อแท้อ่อนกำลังลงมาก เห็นตัณหาความอยากได้อยากเป็น ข้าพเจ้าสั่งจิตว่าความท้อแท้ ความคิดนี้ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ต่อมาท่านอาจารย์ได้เมตตาแสดงธรรมเรื่องเรามีหน้าที่ทำเหตุให้ถึงพร้อม เมื่อถึงเวลา ผลก็จะแสดงเอง เรามาปฏิบัติธรรมเพื่อการเป็นคนดี เมื่อท่านอาจารย์กล่าวถึงตรงนี้จิตตัณหาก็คลายลงทันที ข้าพเจ้ารู้สึกเกิดความปีติ ตื้นตัน สุขสงบอย่างยิ่ง

ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง

ในทุกเช้าของการภาวนา ข้าพเจ้าน้อมกราบขอขมากรรมต่อหน้าพระมหามงคลโพธิญาณและต้นพระศรีมหาโพธิ์ ด้วยจิตที่น้อมสำนึกผิดต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรมคำสั่งสอนองค์พระสงฆ์เจ้าทุก ๆ พระองค์ องค์พระอรหันตเจ้าทุก ๆ พระองค์ องค์พระโพธิสัตว์เจ้าทุก ๆ พระองค์ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกชาติทุกภพทุกสมัย พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หลวงพ่อสัญชัย จิตฺตภโล ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล พระวิญญาณบูรพกษัตริย์ไทยทุก ๆ พระองค์ คุณพ่อสุพันธ์ คุณแม่โสภา บิดามารดาทุกชาติภพ ที่ข้าพเจ้าได้กระทำความผิดก้าวล่วง และการละเลยในคำสอนของพระรัตนตรัย พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ละเลยต่อแผ่นดินและบิดามารดา ต่อแต่นี้ข้าพเจ้าจะเป็นพุทธบุตรที่ดี เป็นศิษย์ที่ดี เป็นข้าแผ่นดินที่ดี เป็นบุตรที่ดี น้อมกราบสาธุ สาธุ สาธุ

ในช่วงเช้าวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจที่ท่านอาจารย์กล่าวรำลึกถึงการตอบแทนคุณของเหล่าศิษย์ ทั้งพระคุณที่พระคุณเจ้าและแม่ชีสวดมนต์ภาวนาถวายท่าน ช่วงที่ท่านมีธาตุขันธ์ไม่แข็งแรง เป็นความงดงามและสุดแสนประเสริฐยิ่ง ท่านจึงทุ่มเททุกอย่างทั้งการเทศนาสั่งสอนธรรมจากจิตสู่จิต และสอบอารมณ์พระคุณเจ้าและแม่ชีทุกรูป

ในขณะที่ข้าพเจ้าหวีผม เจริญสติสัมปชัญญะ รู้สึกผ่อนคลาย จิตได้ผุดคำว่า ใดใดในโลกล้วนอนิจจังอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ความรู้สึกต่างจากครั้งก่อน เพราะจิตเกิดความรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรั่งพรูอย่างไม่ขาดสาย สุดซาบซึ้งถึงความเป็นอนิจจังของทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่ไม่เป็นอนิจจังสภาวธรรมใด ๆ ล้วนเป็นอนิจจัง ข้าพเจ้าเกิดความสงบระงับปล่อยวางจากทุกสิ่ง กายใจโล่งเบา

ท่านอาจารย์ได้เมตตาให้ศิษย์ภาวนาถวายเป็นอาจาริยบูชาแด่พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ข้าพเจ้าเพียรภาวนาด้วยจิตกตัญญู ตรึง รู้ชัด รู้รอบ นิ่ง และเสถียร ท่านอาจารย์เมตตาเรียกสอบอารมณ์เป็นครั้งที่ 2 ข้าพเจ้ากราบรายงานว่า “ศิษย์รู้สึกซาบซึ้งในพระมหาเมตตากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พ่อแม่ครูบาอาจารย์ พระอาจารย์หลวงพ่อ ท่านอาจารย์ คุณพ่อและคุณแม่ ซาบซึ้งในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ในเรื่อง ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง สภาวธรรมใด ๆ เป็นของไม่เที่ยง จึงทำให้เมื่อมีสภาวธรรมใดเกิดขึ้นศิษย์ก็วางได้เจ้าค่ะ”

ท่านอาจารย์เมตตาเทศน์สอนว่า “คำคำนี้เราได้ยินมาตั้งแต่สมัยเรียน น้อยคนนักที่จะเข้าใจ สิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่นล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปเป็นสภาวธรรมที่ดี” สักครู่ท่านอาจารย์ก็กล่าวแสดงความยินดี ข้าพเจ้าร้องไห้ด้วยความปลื้มปีติอย่างมาก ก้มน้อมกราบด้วยความสำนึกในมหาเมตตา ในความรักอันบริสุทธิ์ที่มีแต่ให้ของท่านอาจารย์ ต่อจากนี้ไปศิษย์จะขอเป็นพุทธบุตรที่ดี ขอเทิดทูนศรัทธาในความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่านอาจารย์ เพื่อให้ลูกของท่านทุกคนมีกำลังแห่งใจในการก้าวเดินเพื่อการได้มรรคผลนิพพาน

ขอน้อมกราบด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยใจที่นอบน้อมยิ่ง ขอน้อมกราบพระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี พระคุณเจ้าสัญชัย จิตฺตภโล และท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ด้วยความเคารพบูชาเหนือเศียรเกล้า ขอน้อมสำนึกในพระคุณของคุณพ่อคุณแม่ อาจารย์โสภิต คุณแม่ชีดวงมณี คุณแม่ชีสด คุณน้าสมัย คุณน้าดารณี คุณพี่ไก่ นธนา และทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมทำให้ข้าพเจ้ามีวันนี้ ขอให้ท่านทั้งหลายจงมีความสุขสวัสดิ์และความถึงพร้อมด้วยอุดมมงคล ตราบจนเข้าถึงพระนิพพานทั่วกันทุกท่านเทอญ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.