ประสบการณ์ภาวนาของคุณปทัยทิพย์

ข้าพเจ้านางปทัยทิพย์ มีอาชีพค้าขาย เข้ามาสู่สายธรรมด้วยเนื่องจากเดินทางไป จ.จันทบุรีเพื่อไปปฏิบัติวิปัสสนากับคุณลุงอายุ 82 ปีท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้รับวิชาหนทางแห่งนิพพานมาจากหลวงปู่สด คุณลุงสอนมา 45 ปี ข้าพเจ้าผู้ซึ่งแสวงหาหนทางแห่งนิพพานตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ไม่คลุกคลีกับหมู่คณะ ชอบอ่านหนังสือธรรมะ หนังสือของทุกหลวงพ่อมีหมด อ่านจบก็ไปตามหาทุกที่ทั่วประเทศไทย แล้วยังไม่พบแผนที่หรือผู้รู้ที่จะชี้บอกทางเดินสู่นิพพานได้เลย เดินทางตามหาหนทางแห่งพระนิพพานมา 30 กว่าปี เวลาทำบุญจะอธิษฐานแต่เพียงว่า ให้ข้าพเจ้ามีดวงตาเห็นธรรมเข้าสู่มรรคผลนิพพานในชาตินี้เทอญ ดังนั้นจึงเดินทางมาหาคุณลุง

คุณลุงได้อนุญาตให้ไปฝึกวิชาหนทางแห่งนิพพานที่บ้านในตัวเมืองจันทบุรีวันละ 1 ชั่วโมง และกลับมาปฏิบัติเองที่โรงแรมแต่เพียงผู้เดียว ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน-30 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เมื่อเรียนถึงวันที่ 23 ธันวาคม ท่านบอกว่า จบแล้วให้ไปปฏิบัติตามที่ลุงสอนทุกวัน พอวันที่ 24 ธันวาคม คุณลุงก็เข้าโรงพยาบาล และท่านเสียชีวิตในวันถัดมาคือ 25 ธันวาคม ข้าพเจ้าจึงต้องอยู่งานศพจนถึงวันประชุมเพลิงคือวันที่ 30 ธันวาคม ระหว่างที่พักที่โรงแรมในตัวเมืองจันทบุรีเป็นเวลา 45 วัน ได้ปฏิบัติเจริญสมาธิภาวนาอย่างมีวินัยทุกวัน โดยขอกรรมฐานจากพ่อแม่ครูอาจารย์ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงปู่เทพโลกอุดร หลวงปู่โต พรหมรังสี หลวงปู่มั่น หลวงพ่อจรัญ หลวงปู่สด

ที่เพียรปฏิบัติตลอดทุกวันคืนนั้นปรากฏว่า เมื่อนั่งเข้าฌานสมาธิครั้งใดจะเห็นแต่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีตลอดเวลา จนกระทั่งประมาณวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ในกระแสจิตให้ข้าพเจ้าไปซื้อหนังสือที่เขียนโดยท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล วันรุ่งขึ้นข้าพเจ้าไม่ได้ไปบ้านคุณลุง แต่จ้างรถไปร้านหนังสือหลายร้านใน จ.จันทบุรี บอกว่าขอดูหนังสือที่ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลเป็นผู้แต่ง ซื้อทุกเล่ม ขาด 1 เล่ม คือหนังสือเตโชวิปัสสนา เปิดประตูนิพพาน รู้สึกคุ้นตากับหนังสือฆราวาสบรรลุธรรม ซึ่งเป็นหนังสือที่กัลยาณมิตรส่งให้ดูชื่อว่า ฆราวาสบรรลุธรรม เล่ม 1-2 ให้ไปซื้ออ่าน แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะยังอยู่กับวิชาของหลวงปู่สดอยู่

เมื่อได้หนังสือมาก็รีบอ่านจบสองเล่มก่อน อ่านไปก็ร้องไห้ไป เห็นภาพที่ท่านอาจารย์นอนให้สารอาหาร และท่านบอกว่าท่านหมดอายุขัย ข้าพเจ้าร้องไห้สะอึกอื้นเสียงดังมากในที่พักที่โรงแรม เสมือนหนึ่งว่าท่านคือมารดาที่พลัดพรากจากกันมานานแสนนาน มาได้รับรู้การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านหนังสือจากผู้รู้ รู้ชัดกระจ่างแจ้ง รู้จากการเข้าถึงธรรมนั้นแล้ว จึงถ่ายทอดออกมา และอ่านทุกเล่มจนครบ ข้าพเจ้ากอดหนังสือไว้แนบอกร้องไห้เสียงดังว่า ลูกพบแล้ว ลูกพบท่านผู้รู้แล้ว เพียงแค่อ่านหนังสือจิตยังตื่นรู้ได้ขนาดนี้ กอดหนังสือไว้แนบอก แล้วก็หยิบโทรศัพท์โทรหาคุณน้ำฝนทันที ถามว่าคุณอยู่ไหนช่วยพาพี่ไปพบท่านอาจารย์อัจฉราวดีหน่อยได้ไหมคะ เขาตอบว่าอยู่ที่สถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์ จ.สุรินทร์ กำลังจะไปแก่งคอยไปงานภาวนาเพื่อแผ่นดินของท่านอาจารย์อัจฉราวดี จึงถามว่าพี่ไปด้วยได้ไหมคะ เขาตอบว่าไม่ได้ค่ะ ต้องลงชื่อ ไม่ทันแล้วค่ะ พี่อยู่ที่ไหน อยู่จันทบุรี พี่ไปทำไม บอกว่ามีเหตุต้องมา พี่ร้องไห้ทำไม พี่อยากไปพบท่านอาจารย์เหลือเกิน

ข้าพเจ้านั่งรถประจำทางไปลานหินฯ แต่เพียงผู้เดียวและไปก่อนเวลา 2-3 วัน คือดีใจมาก อยากปฏิบัติมาก เพราะเขาบอกว่าต้องไปเข้าคอร์สรับกรรมฐานก่อน พอเข้าคอร์สได้ยินเสียงท่านอาจารย์ให้กรรมฐานข้าพเจ้าขนลุก ร้องไห้มาก และก็อยากฟังเสียงท่านตลอด ก็เป็นคอร์สแรกที่ได้ปฏิบัติ และได้ไปปฏิบัติต่อที่ลานหินฯ ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม

ได้พบท่านอาจารย์ครั้งแรกวันทอดผ้าป่าที่ อ.หาดใหญ่ ดีใจมาก นั่งฟังธรรมน้ำตาไหลตลอด นับเป็นบุญวาสนาของข้าพเจ้าที่ได้ฟังธรรมที่ไม่เคยได้ฟังที่ไหนมาก่อน ซึ่งจิตรู้เองว่า ท่านคือผู้รู้ที่แท้จริง แสดงธรรมออกมาจากจิตที่รู้แจ้งแล้วจริง ๆ ด้วยดวงจิตที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ต่อให้กำแพงเมืองจีนมาขวางกั้นก็จะฝ่าไปพบท่านอาจารย์ให้ได้ เพราะไปมาเกือบทุกสถานที่ทั่วประเทศไทยแล้ว 30 กว่าปีที่รอคอย อยากจะกลับบ้านเดิมคือแดนนิพพาน ที่เฝ้าเพียรหาท่านผู้รู้ที่จะเมตตาชี้ทางที่ถูกต้องในการกลับบ้านเดิม ข้าพเจ้าคิดแบบนี้มาตลอด ออกตามหาหนทางแห่งนิพพานพบพระภิกษุ ภิกษุณี แม่ชี หลวงปู่ หลวงตา ตามเขาตามถ้ำไปพบหมด แต่ไม่พบผู้ชี้หนทางให้แก่ข้าพเจ้าได้เลย

ได้ไปปฏิบัติกับหลวงพ่อจรัญเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไปทั้งครอบครัว 10 กว่าวัน ซึ่งท่านเป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ที่เป็นพระภิกษุผู้ซึ่งให้ความกระจ่าง ก่อนพบหลวงพ่อจรัญ ก็พบหนังสือสวดมนต์ซึ่งหน้าปกของหนังสือเป็นรูปสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี คำสอนของท่านอยู่ด้านใน จำได้แม่นตรงที่ว่า “ไม่ต้องร้องขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใด บุญเจ้าไม่ได้สร้างจะเอาบารมีมาจากไหน ให้หมั่นสร้างบารมีไป เมื่อเต็มแล้วทั่วฟ้าจบดินก็ต้านไม่อยู่” จึงน้อมรับคำสอนของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และหลวงพ่อจรัญเทิดไว้เหนือเศียรเกล้า จำใส่ดวงจิตถึงทุกวันนี้ ข้าพเจ้าซื้อหนังสือของหลวงพ่อจรัญมาทุกเล่ม ครั้งที่ไปกราบท่านจึงเข้าใจกฎแห่งกรรมมากขึ้น ผ่านการผ่าตัดมา 7 ครั้ง ถ้าไม่ปฏิเสธคงมีครั้งที่ 8 เพราะกระดูกก้นกบเคลื่อนหลุด คุณหมอจะผ่าตัดอีกแต่ข้าพเจ้าปฏิเสธ ผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว อาการมากำเริบหนักปี พ.ศ. 2538 ผ่าตัดมดลูกได้ 3 วัน พังผืดรัดลำไส้ต้องผ่าตัดอีก ครบ 3 เดือนต้องผ่าตัดอีกครั้ง นอนโรงพยาบาลต่างจังหวัด 3 เดือน หมอตัดกระเพาะปัสสาวะแต่เย็บไม่เรียบร้อยต้องใส่ท่อ 3 เดือน จึงไปผ่าตัดใหญ่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นับเป็นบุญวาสนาของข้าพเจ้ายิ่งนักที่กายนี้สามารถนำพาดวงจิตที่เจ็บปวดรวดร้าวเหลือเกิน จิตร้องไห้คร่ำครวญแสวงหาหนทางแห่งนิพพานคือไม่อยากเกิดแล้ว

ข้าพเจ้าขอเล่าสภาวธรรมที่เกิดขึ้นขณะภาวนาในคอร์สวันที่ 20-26 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ก่อนจะมาเข้าคอร์ส มีอาการปวดขาข้างขวาเป็นอย่างมากสืบเนื่องจาก 20 กว่าปี ที่กระดูกก้นกบเคลื่อนหลุดไม่เชื่อมต่อกัน คุณหมอจะผ่าตัดแต่ข้าพเจ้าปฏิเสธ กระดูกก้นกบเคลื่อนทับเส้นประสาทข้างขวา ทำให้มีอาการชาตั้งแต่สะโพกขวามายังเท้า ขาชา ยืนแล้วขาสั่นปวดมาก หยิบหนังสือน้อมขึ้นตั้งจิตที่กตัญญูเคารพรักท่านยิ่งชีวิต ศิษย์จะไปเข้าคอร์สไหวไหมเจ้าคะ ศิษย์อยากไปภาวนากับท่าน คิดถึงอยากพบอยากเห็นท่านเจ้าค่ะ สวดมนต์ ภาวนาเสร็จน้อมบุญแด่ท่าน แล้วเข้านอน ในคืนนั้นฝันว่า ตัวเองอยู่ที่หอปฏิบัติตรงที่กราบพระบรมสารีริกธาตุ แล้วท่านอาจารย์เดินออกมาจากข้างในผ่านตั่งมายังข้าพเจ้า แล้วถามว่า “มาทำไม” ข้าพเจ้าตอบว่า “คิดถึงท่านอาจารย์มากเจ้าค่ะ” ท่านตอบว่า “คิดถึงก็ต้องมาหาสิคะ”

ข้าพเจ้าได้ยินและเห็นภาพชัดมาก แล้วก็สะดุ้งตื่นกลางดึกคืนวันที่ 17 สิงหาคม รีบจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เรียบร้อยทุกอย่าง ลืมความเจ็บปวดไปหมดสิ้น คิดอย่างเดียวว่าต้องไปเข้าคอร์ส เช้าวันที่ 19 สิงหาคม ลูกชายสองคนอายุ 32 กับ 27 ขับรถมาส่งที่แก่งคอย มาเข้าคอร์สครั้งนี้ เพราะได้กำลังใจจากท่านอาจารย์แม้จะเป็นความฝันก็ตาม เมื่อเริ่มปฏิบัติวันที่ 2 นั่งภาวนามีอาการร้อนไปทั้งตัว เหงื่อออกชุ่มมาก มีอาการปวดที่สะโพกข้างขวาหนักมาก รับรู้ว่าเจ็บปวดแต่ก็อุเบกขาได้ จึงมีแต่ความร้อนเหงื่อโทรมกาย และเห็นจุดสัมผัสใสสว่างเหมือนกระจก เห็นภาพพระบรมศาสดา สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเป็นพระ และท่านอาจารย์อัจฉราวดีที่จุดสัมผัสชัดใสสว่างเหมือนอยู่ในกระจก ใจขึ้น ๆ ลง ๆ ทรงไว้ไม่ได้ เหมือนจะทรุด เหมือนจะถอย ยอมแพ้ต่อกิเลส และเห็นภาพในจิต ทหารกำลังสู้รบอย่างหนัก และข้าพเจ้ากำลังถูกรุมเหมือนตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึก เห็นผู้ชายแต่งตัวคล้ายทหารชาวญี่ปุ่นถือดาบซามูไรกำดาบแน่นสองมือ วิ่งออกมาจากถํ้าคือภูเขาข้างเรือนพัก ร้องตะโกนเสียงดังลั่นว่า “สู้โว้ย” และมีทหารอีกคนหนึ่งแต่งชุดทหารไทยโบราณกำดาบแน่นออกมาร้องว่า “สู้โว้ย”

ข้าพเจ้าเห็นอย่างชัดเจนมาก จึงประกบมือแน่นเหมือนกำดาบ ตรึงให้แน่น รู้ให้ชัด และจิตเสถียรมีพลังขึ้นมา ได้ยินเสียงท่านอาจารย์บอกเสียงดังว่า “รู้แล้วลุย สิ้นชาติขาดภพ ประตูสู่นิพพาน” สิ้นเสียง ข้าพเจ้าตกใจร้องไห้น้ำตาไหลพราก สะอื้นไห้จนต้องหยิบผ้าเช็ดน้ำตา น้ำตาแห่งความกตัญญู น้ำตาแห่งความเคารพรักท่านอาจารย์ยิ่งชีวิต เกินที่ศิษย์จะตอบแทนได้หมดสิ้น ท่านพลิกจิตให้ข้าพเจ้าในวันนี้ มิฉะนั้นคงจะถูกกิเลสตะลุมบอนจนตกเหวแพ้อย่างราบคาบ ข้าพเจ้าร้องไห้ตลอด ไปเดินจงกรมก็น้ำตาไหล

การภาวนาในวันที่ 3 นั่งภาวนามีสติคม รู้ชัด ใจเสถียรคงที่หนักแน่น รู้ตัวทั่วพร้อมดีมาก

ท่านอาจารย์สอบอารมณ์ ถามว่า “สภาวธรรมเป็นอย่างไรบ้างคะ”

กราบเรียนท่านว่า “ร้อนเหมือนจะจับไข้ เหงื่อท่วม ใจเหมือนจะถอยแต่เห็นนักรบซามูไร และนักรบไทยกำดาบวิ่งออกมาจากถ้ำตะโกนเสียงดังค่ะ”

ท่านบอกว่า “นั่งเข้าฌานเสียนานมาก วันนี้ภาวนาไปแล้วจะรู้เองทั้งหมดค่ะ”

กลางคืนวันที่ 3 ท่านอาจารย์แสดงธรรมว่า พระพุทธเจ้าอุบัติมาถึง 28 พระองค์ ทำไมเราจึงมานั่งอยู่ตรงนี้ ข้าพเจ้าจำธรรมบทนี้ได้แม่นยำนัก เพราะเหมือนสายฟ้าฟาดเปรี้ยงกลางดวงจิต จิตแตกกระจาย และกลับมารวมกันอีก เหมือนกระแสพลังงานที่มีอำนาจมาก สามารถทุ่มก้อนหินมหึมาทุบดวงจิตของข้าพเจ้าแตกกระจายและกลับมารวมใหม่ ซึ่งไม่ใช่จิตดวงเดิม น้ำตาแห่งจิตที่กตัญญูต่อท่านอาจารย์ น้ำตาแห่งความเคารพรักท่านอาจารย์ยิ่งชีวิต ท่านอาจารย์โอบอุ้มจิตดวงนี้ เปลี่ยนจิตที่มีแต่ความมืดบอดให้ใสสะอาดมีพลัง ศิษย์รู้ด้วยตัวศิษย์เองเจ้าค่ะ

วันที่ 4 จิตของข้าพเจ้าตื่นมาก ภาวนารู้ชัด ร้อนจากข้างในเหมือนจะจับไข้ เหงื่อออกมาก มีปวดสะโพกข้างขวาเหมือนจะหลุดแตกออกเป็นเสี่ยง จิตรู้ว่าปวดแต่ก็อยู่ที่จุดสัมผัสไม่เคลื่อนเลย และได้รายงานสภาวธรรมแก่ท่านอาจารย์ ท่านบอกว่า “ดื่มน้ำมาก ๆ นะคะ”

จึงเรียนท่านอาจารย์อีกว่า “ศิษย์หลับไม่ลง จิตไม่ยอมนอนเจ้าค่ะ จิตร้องไห้ในความเมตตาของท่านอาจารย์ที่มีต่อศิษย์มากมายเหลือเกิน” ท่านบอกว่า “บอกจิตให้หลับนะคะ”

“คลื่นพลังงานไหลมาสู่จิตของศิษย์ไม่ขาดสาย ไหลตลอดเจ้าค่ะ ร้องไห้ด้วยจิตที่กตัญญูสำนึกในความเมตตาของท่านอาจารย์ ตลอดเวลาตาปิด แต่จิตตื่นเบิกโพลงดูคลื่นพลังงานที่หลั่งไหลมาสู่จิต ไม่หลับเลยค่ะ”

คลื่นพลังงานไหลสู่จิตของข้าพเจ้า เห็นในจิตว่า กายตัวนิดเดียว จิตใหญ่มาก มีพลังมากมหาศาล เห็นกายกับจิตแยกกัน บางครั้งจิตมองดูกายแล้วร้องไห้ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณนะคะ จิตจะร้องไห้คร่ำครวญอยู่แบบนี้ไม่หลับไม่นอน ทั้งกลางวันกลางคืน ดูจิตจะเห็นคลื่นพลังงานหลั่งไหลมาสู่จิตไม่หยุด ไหลตลอดเวลา

ท่านอาจารย์บอกว่า “ไม่เป็นไรนะคะ กายตามจิตไม่ทัน สองสามวันก็จะหายนะคะ นั่งภาวนาอาจารย์อนุญาตให้หลับได้นะคะ ตื่นมาแล้วค่อยภาวนาต่อนะคะ กลางคืนอย่าลุกมาภาวนา กลับบ้านภาวนาครั้งละไม่เกินสามชั่วโมงนะคะ” ข้าพเจ้าน้ำตาไหลซาบซึ้งในความเมตตาที่ท่านอาจารย์มีต่อศิษย์ ดังแม่ที่มีต่อลูก รักและห่วงใยอย่างแท้จริง ไม่มีสิ่งใดจะเปรียบได้เลย เมตตาชี้แนะบอกกล่าวทุกขั้นตอน

วันที่ 5 ภาวนาได้ดีขึ้น จิตพุ่งตรงไปจุดสัมผัสเหมือนอัตโนมัติ ตรึง รู้ชัด ร้อนมากเหมือนจะเป็นไข้ ไม่มีอาการเพลียใด ๆ เกิดขึ้น จิตคมชัด มีมหาสติดีมาก

กราบเรียนท่านอาจารย์ว่า “ศิษย์ไม่หลับเลยเจ้าค่ะ ตั้งแต่คืนวันพุธ คลื่นพลังงานยังไหลมาสู่จิตไม่หยุดเลยเจ้าค่ะ” ท่านถามว่า “เพลียไหมคะ” ตอบว่า “ไม่เพลียเจ้าค่ะ”

ท่านอาจารย์ได้แสดงความยินดีต่อจิตของข้าพเจ้าที่มีความก้าวหน้า ข้าพเจ้าร้องไห้น้ำตานองหน้าพูดอะไรไม่ถูก น้อมกราบท่านอาจารย์แล้วกล่าวว่า “สาธุ สาธุเจ้าค่ะ”

ท่านอาจารย์ถามข้าพเจ้าว่า “จะแสวงหาอีกไหมคะ”

“ไม่ไปไหนแล้วเจ้าค่ะ ไปมาทั่วประเทศไทยแล้ว ศิษย์จะอยู่กับท่านอาจารย์ จะไม่ไปไหนอีกแล้วเจ้าค่ะ ศิษย์ขอให้พระแม่ธรณีเป็นพยาน”

ศิษย์ขอน้อมกราบแทบพระบาทของพระบรมศาสดา ด้วยความเคารพเหนือเศียรเกล้า

ขอน้อมกราบแทบเท้าพระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ด้วยความเคารพเหนือเศียรเกล้า

ขอน้อมกราบแทบเท้าพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ที่ศิษย์ได้ไปกราบท่านทุกสถานที่ที่ส่งต่อให้ศิษย์มีวันนี้ น้อมกราบทุกพระองค์ด้วยเศียรเกล้า

ข้าพเจ้าขอน้อมแบ่งบุญให้กัลยาณมิตร ผู้มีส่วนนำพามาพบธรรมแท้และพบหนทางแห่งนิพพาน ลัด ตัด ตรงที่สุด อยู่ที่ความเพียรและจิตที่กตัญญู ขอน้อมจิตอนุโมทนาสาธุค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.