ประสบการณ์ธรรม คุณนฤต

หลาย ๆ ท่านเคยสงสัยว่า เวลาที่ทีมงาน CSR ออกไปบรรยายตามสถาบันต่าง ๆ นั้น เราบรรยายเรื่องอะไรกันบ้าง เอาอรรถธรรมข้อใดไปสอนนักเรียน นักศึกษา หรือแม้แต่ครูบาอาจารย์ตามสถาบันต่าง ๆ ได้รับฟัง หลัก ๆ 2 หัวข้อ ที่เป็นพื้นฐานที่ควรรู้ คือสิ่งที่เราพยายามจะนำเข้าไปสู่จิตใจของทุก ๆ ท่านให้ได้ นั่นคือ ศีลและการสร้างบุญ 10 ประการ หรือที่เรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ 10 นั่นเอง ความจริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องศีลหรือการสร้างบุญนั้น เราต่างทราบกันดีอยู่แล้ว ศีลนั้นมี 5 ข้อสำหรับฆราวาสทั่วไป 5 ข้อเพียงเท่านั้น แต่เราก็ยังรักษากันไม่ได้ นอกจากจะรักษากันไม่ได้แล้ว เคยคิดจะเริ่มต้นรักษากันบ้างหรือเปล่า? นี่คือสิ่งที่ทีมงานพยายามจะทำให้ผู้ฟังตระหนัก และสร้างจิตสำนึกในเรื่องนี้

เช่นเรื่องของการสร้างบุญ เปรียบให้เห็นชัดเจนอย่างง่าย ๆ กับหลักการบัญชี ที่ประกอบด้วย ทรัพย์สินและหนี้สิน บาปก็คือการสร้างหนี้สินที่ต้องชดใช้ และบุญก็คือทรัพย์สินที่เราควรหมั่นเพียรสร้างไว้ทุกลมหายใจเข้าออก ยกตัวอย่างเรื่องของทาน ซึ่งเป็นข้อเดียวจากสิบข้อในการสร้างบุญ ที่มีเรื่องเงินหรือทรัพย์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ทว่าการทำทานที่มีอานิสงส์สูงที่สุดนั้นคือ “อภัยทาน” ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์หรือเงินเลย ผมมักจะถามคำถามข้อนี้กับผู้ฟังบรรยายเสมอ ๆ และมักจะมีคนตอบได้ แต่มีน้อยคนนักที่จะทำได้ เพราะการให้อภัยแก่ศัตรู ผู้ที่ทำร้าย หรือให้ร้ายเราจนได้รับความเจ็บปวดและทุกข์นั้น จู่ ๆ จะให้ยกโทษและให้อภัยกันง่าย ๆ โอ๊ย…มันช่างสาหัสสากรรจ์ ก็นี่ไงล่ะครับ ถึงทำได้ยากนัก และจึงได้มีอานิสงส์มาก

นอกจากเรื่องอภัยทานและธรรมทาน ซึ่งเป็นสองสิ่งที่ทำยากมาก แต่ได้อานิสงส์สูง (คือสูงในหมวดของทาน) สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ แต่ผู้คนมักมองข้าม หรือบางคนก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำได้ นั่นก็คือ “การให้อภัยตัวเอง” ไม่มีใครบนโลกนี้ที่ไม่เคยทำผิด แม้แต่ผู้บำเพ็ญภาวนาขั้นสูง ซึ่งจิตก็ยังมีกิเลสแฝงอยู่ ก็ยังมีโอกาสทำผิดพลาดได้

ผมมีเรื่องเล่าของพี่คนหนึ่งในที่ทำงานของผมเอง เธอชื่อพี่นุช พี่นุชเป็นแอร์โอสเตสรุ่นพี่ อายุงานค่อนข้างสูง ในวันนั้นเที่ยวบินที่เดินทางไปดินแดนแห่งซากุระ เธอได้รับมอบหมายให้ทำงานในชั้นธุรกิจ ซึ่งจะมีนักธุรกิจแดนอาทิตย์อุทัยหลาย ๆ ท่านอยู่ในการดูแลของเธอ ด้วยความที่รีบและความหนักของจานกระเบื้อง ทำให้จานอาหารนั้นลื่นไถล และคว่ำลงบนโต๊ะอาหารของนักธุรกิจชายสูงวัยท่านหนึ่งแบบไม่เป็นท่า อาหารนั้นหกกระจายลงบนโต๊ะและพื้นเบื้องหน้าของผู้โดยสารท่านนั้น เธอรีบคุกเข่าลงขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ซึ่งปกติผู้โดยสารชาตินี้จะขึ้นชื่อเรื่องโกรธแรงและโกรธนาน (เคยมีพี่เล่าให้ฟังว่า ขนาดนั่งโค้งคำนับจนหน้าละห้อยแล้ว ท่านก็ยังไม่ยอมรับคำขอโทษ) ตายล่ะ!!! พี่นุชหน้าซีดเป็นไก่ต้ม พร้อมคุกเข่าคำนับหลายต่อหลายครั้งด้วยความสำนึกผิด แต่ท่านก็ยังนิ่งเฉย ทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่แม้แต่ที่จะปรายตามามองยังบุคคลที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า สายตาก็ยังจดจ่ออยู่ที่ชินบุน (หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น) พี่นุชก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงรีบกลับไปที่ครัว หยิบถุงและกระดาษเพื่อนำมาทำความสะอาดที่นั่งให้แก่ผู้โดยสารท่านนั้น ในขณะที่ก้มลงเก็บเศษอาหารที่พื้นอยู่นั้น พี่นุชรู้สึกถึงความร้อนแผ่ว ๆ ที่บนศีรษะ เธอไม่เงยหน้า แต่น้ำตาของเธอก็ค่อย ๆ ไหลหยดออกมา ใช่แล้วครับ ผู้โดยสารท่านนั้นวางมือจากชินบุน และหยิบก้อนข้าวร้อน ๆ ที่เหลือบนโต๊ะ มาวางบนศีรษะของเธอ ตอนนั้นน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ก็ไหลอย่างพรั่งพรูปล่อยโฮออกมา เธอไม่สามารถทำงานตรงนั้นต่อไปได้ จึงวิ่งกลับมาที่ครัวปล่อยน้ำตาที่แตกแบบไม่เหลือคราบแอร์โฮสเตสผู้สง่างามอีกต่อไป เธอไม่สามารถเดินกลับไปบริการโซนนั้นได้อีกตลอดเที่ยวบินที่เหลือ ต้องสลับให้ผู้อื่นมาทำงานแทนในโซนนั้น เพื่อให้พี่นุชได้พักและมีสติคืนกลับมา แล้วจึงไปปฏิบัติหน้าที่ในชั้นประหยัดแทน

เหตุการณ์ผ่านมาหลายปี เมื่อเจอหน้าพี่นุชอีกครั้ง จากคนที่เคยสดใสร่าเริง เปลี่ยนเป็นคนเงียบขรึม แววตาเศร้าหมอง พี่นุชไม่สามารถทำใจให้บินไปยังเมืองปลาดิบนี้ได้อีก เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ เธอยังลืมเรื่องนี้ไม่ได้ เธอไม่ได้โกรธผู้โดยสารคนนั้น แต่เธอไม่ให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย เธอยังให้อภัยตัวเองไม่ได้ เมื่อให้อภัยตัวเองไม่ได้ โอกาสที่จะกลับมามีความสุขกับการทำงานบนฟ้านั้น มันจึงไม่มีทางกลับมาได้เลย

ผมเคยเล่าเรื่องนี้ให้น้อง ๆ รุ่นใหม่ฟังหลายครั้ง เพื่อเอาไว้สอนตนเองว่า ทุกคนนั้นมีโอกาสทำผิดพลาดได้ทุกเมื่อ วางอาหารผิดคนบ้าง ทำไวน์หกใส่ผู้โดยสารบ้าง เมื่อใดที่เรายังทำงานมันย่อมมีสิ่งผิดพลาดเสมอ…

สำหรับผมแล้ว ผมจะทบทวนความผิดพลาดของตัวเองทุกวัน และให้อภัยตัวเองเสมอเมื่อทำผิด และเรียนรู้ที่จะไม่ทำอีก ทุก ๆ เช้าที่ได้มีโอกาสตื่นขึ้นมา นั่นคือวันใหม่ของเรา เริ่มต้นใหม่ เริ่มชีวิตใหม่…อย่าใช้ชีวิตอันน้อยนิดนี้ให้ต้องจมอยู่กับความผิดพลาดจนเป็นทุกข์อีกเลย…

มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิด มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ และสุดท้ายทุกข์ก็ดับไป หมั่น “ให้อภัยตัวเอง” ในทุก ๆ วัน พร้อมก้าวย่างที่รอบคอบขึ้น ถี่ถ้วนขึ้น และมั่งคงขึ้นด้วยกันเถิด…

2 thoughts on “อภัยทาน อภัยธรรม

  1. เป็นธรรมทานที่สั้น ได้ใจความ งดงามในการยกตัวอย่างให้เห็นการทำบุญกุศลทียากที่สุด ทุกคนคงต้องมีบุคคลผู้ไม่ชอบหน้าเราในที่ทำงานหรือที่โรงเรียน ผมเองก็เช่นกัน ซึ่งก็มีอารมณ์ความรู้สึกเช่นกัน ยิ่งเมื่อคิดว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ทุกสิ่งคงมีเหตุผลในตัวของมันเองว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบเรา เมื่อรู้แล้วว่าสิ่งที่เรารู้สึกมันไม่ดี มันไม่ใช่ทางของการหลุดพ้น ผมก็มักจะวางความรู้สึกนั้นแล้วทำสิ่งต่างๆ ต่อไป ก็เหมือนที่ผู้เขียนบอก พรุ่งนี้ก็เป็นวันใหม่แล้ว และไม่เคยมีอะไรตั้งอยู่ได้ตลอด เรามั่นทำความดีไว้เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง ขอให้พี่นุช ผู้ที่นำมาเขียนมีกำลังใจ มีความเข้าใจในธรรมและกลับมาเป็นผู้มีความมั่นใจ มีความสุขอีกครั้ง เพราะทุกอย่างเป็นสมมุติ ขอบคุณธรรมทานบทนี้ และขอน้อมจิตอนุโมทนาสาธุในการเป็นผู้บรรยายในทีม CSR และธรรมทานบทนี้ด้วยครับผม สาธุ สาธุ สาธุ

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.