ประสบการณ์ภาวนา คุณปณิตา

ข้าพเจ้าชื่อปณิตา ในอดีตมักมีคำถามกับตัวเองเสมอว่า เราเป็นใคร มาจากไหน เกิดมาเพื่ออะไร และคนที่จากโลกนี้ไปแล้ว เขาไปอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่เคยถามคำถามเหล่านี้กับใคร ครั้นเติบโตสู่วัยรุ่น ได้อ่านหนังสือสวดมนต์เล่มหนึ่งซึ่งกล่าวถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วเกิดความศรัทธา จึงเดินทางเพียงลำพังไปยังวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันพฤหัสบดี ข้าพเจ้าได้นำดอกมะลิไปกราบนมัสการและอธิษฐานจิตเพื่อสวดบทพระคาถาชินบัญชรให้ได้ ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ก็ได้สวดพระคาถามาตลอด หลังจากนั้นไม่นานนักข้าพเจ้าก็สามารถสวดมนต์ได้โดยไม่ต้องอ่านจากบทสวดมนต์ พร้อมกับการเริ่มแสวงหาสถานปฏิบัติธรรมและวัดต่าง ๆ เพื่อไปร่วมสวดมนต์ข้ามคืน เช่น ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และในโอกาสต่าง ๆ และมักจะพาน้องสาวไปเป็นเพื่อนด้วยเสมอ

หลังจบการศึกษา ได้ทำงานในบริษัทสายการบินที่ท่าอากาศยานดอนเมืองโดยทำงานเป็นกะ หากไม่ได้เข้างานกะดึกจะเข้าห้องพระทำสมาธิก่อนนอน โดยจะใช้เวลานั่งในแต่ละครั้งเป็นเวลานาน แต่หลังจากทำงานได้ประมาณ 2 ปี ก็ลาออกและตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย การใช้ชีวิตในต่างประเทศ แม้จิตยังใฝ่หาความสงบและมีสถานที่ให้ฝึกสมาธิ แต่ก็มีความต่างเพราะไม่มีครูบาอาจารย์คอยชี้แนะอย่างจริงจัง เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าห่างจากการภาวนา แต่ยังคงไปทำบุญที่วัดเมื่อมีโอกาส เมื่อกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่ประเทศไทย ข้าพเจ้าจะหาโอกาสไปฝึกสมาธิตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ที่วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ตามแนวทางของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม ไปสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยเป็นหมู่คณะที่วัดธรรมมงคล นอกจากนั้นยังได้ซื้อเทปการเรียนสมาธิมาฟัง ก่อนเข้านอนก็จะนั่งสมาธิประมาณ 15–20 นาที เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจจะระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งและทำสมาธิ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อมาตั้งแต่อดีตนั่นคือ การที่ปุถุชนทั่วไปจะสามารถถึงซึ่งพระนิพพานได้ ดังนั้นเมื่อได้ไปไหว้พระและเห็นคำอธิษฐานว่า ขอให้ถึงซึ่งนิพพาน ข้าพเจ้าจึงไม่เคยอธิษฐานเช่นนั้น

เริ่มถูกทดสอบ

ต้นปี 2560 ข้าพเจ้าได้รับนิตยสารข้ามห้วงมหรรณพฉบับพิเศษปกทอง และหนังสือฆราวาสบรรลุธรรมเล่ม 1 เป็นของขวัญจากน้องสาว ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้ข้าพเจ้าได้เข้าอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานด้วย ข้าพเจ้าตัดสินใจเข้าคอร์สอบรมอานาปานสติครั้งแรกที่ เตโชวิปัสสนาสถาน จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 5-8 ตุลาคม 2560

ก่อนรับการอบรม ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือฆราวาสบรรลุธรรมเล่ม 1 จบแล้ว แต่ไม่ได้ทำความเข้าใจในการฝึกอานาปานสติเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าคอร์ส เพราะคิดว่าตนเองมีประสบการณ์ในการนั่งสมาธิมาพอควร จึงไม่ได้ห่วงว่าจะปฏิบัติไม่ได้ เพราะตั้งใจมาอย่างดี ระหว่างการอบรมจำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ยินเสียงบันทึกคำสอนของท่านอาจารย์บนหอปฏิบัติ รู้สึกว่า เสียงนี้ช่างไพเราะและเต็มไปด้วยพลังถ่ายทอดสู่จิตอย่างที่ไม่เคยได้ยินจากที่ใดมาก่อน ใจคิดว่าอยากมีโอกาสพบท่านอาจารย์เหลือเกิน สักวันหนึ่งเราจะต้องมารับกรรมฐานกับท่านอาจารย์อย่างสมบูรณ์ให้ได้

ประสบการณ์ในคอร์สแรกนั้น เมื่อเข้ารับการอบรมจึงได้รู้ว่า ข้าพเจ้าได้ห่างเหินจากการปฏิบัติมานาน การปฏิบัติในวันแรกข้าพเจ้ามีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดทั่วใบหน้า พอท้ายชั่วโมงมีเวทนา อาจเพราะไม่ชินกับการนั่งภาวนาต่อเนื่องมานานแล้ว

คืนแรก เมื่อได้เวลาพักก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะกลัวมดกัด เพราะตนมีผิวแพ้ง่าย คืนที่สอง แม้เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ด้วยฝนตกหนักมากทั้งคืน จึงนอนไม่หลับอีก รุ่งเช้า พอได้ยินเสียงระฆังจึงเตรียมตัวจะขึ้นหอปฏิบัติ แต่ฝนยังตกหนักมาก จึงกางร่มแล้วออกจากเรือนพัก พอย่างเท้าก้าวลงบันไดขั้นสุดท้ายเกิดลื่นไถล เมื่อได้สติจึงพยุงตัวลุกขึ้น แล้วตรงขึ้นหอปฏิบัติ ฝนยังตกหนักเป็นคืนที่สามและซาลงบ้างในตอนเช้า แม้จะพยายามรักษาสติในการเดินขึ้น-ลงบันได แต่ก็ไม่วายที่ข้าพเจ้าลื่นอีกจนได้ สิ่งทดสอบเหล่านี้ทำให้รู้สึกอยากออกจากสถานปฏิบัติธรรมโดยเร็ว แต่ในที่สุดก็ผ่านการอบรม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ปฏิบัติธรรมแล้วรู้สึกว่าได้รับการทดสอบมากเพียงนี้ แล้วในการอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานจะเป็นอย่างไร

กำลังใจกลับมา

การเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถานพร้อมกับท่านอาจารย์ที่ประเทศอินเดียระหว่างวันที่ 5-11 ก.พ. 2561 นั้น ต้องลงชื่อล่วงหน้า เนื่องจากมีผู้ศรัทธาต้องการร่วมเดินทางจำนวนมาก ที่นั่งจึงเต็มในเวลาไม่นาน
ดังปาฏิหาริย์ ราวกลางเดือนมกราคม น้องสาวแจ้งว่าเธอจะมีโอกาสได้ไปอินเดียกับคณะของท่านอาจารย์ เพราะมีผู้สละสิทธิ์ ได้ยินดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอให้น้องช่วยลงชื่อสำรองให้ด้วย ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านหนังสือของท่านอาจารย์จบไปหลายเล่ม ข้าพเจ้าคิดเสมอว่าผู้ที่ได้ร่วมคณะเดินทางหรือทำกิจกับท่านอาจารย์เป็นผู้ที่มีวาสนาดี และหวังว่าสักวันจะมีโอกาสบ้าง จนปลายเดือนมกราคมถึงได้รับการยืนยันว่า ข้าพเจ้าได้ร่วมคณะเดินทางด้วย และรู้สึกดีใจมากที่ฝันกลายเป็นจริง จึงได้คุยกับสามีและทำเรื่องลางาน จัดการเอกสารการเดินทางทั้งหมดจนเสร็จทันเวลา

เช้าวันที่ 5 ก.พ. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปกรุงเดลีและเดินทางต่อไปยังพาราณสี ใช้เวลาทั้งวันกว่าจะถึงที่พัก เช้าวันรุ่งขึ้น รถบัสออกแต่เช้าเพื่อไปล่องเรือในแม่น้ำคงคาและเดินทางต่อไปยังเมืองสารนาถ ที่ตั้งของป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สถานที่ซึ่งพระบรมศาสดาทรงแสดงปฐมเทศนา นี่เป็นครั้งแรกของการภาวนาในดินแดนพุทธภูมิ แลได้สัมผัสกระแสบริสุทธิ์แห่งพระรัตนตรัย จากนั้น ได้เดินทางไปยังพุทธคยา เข้าที่พักและรับประทานอาหารเย็น ในระหว่างการสนทนากับผู้ร่วมเดินทาง ได้ทราบว่า ท่านอาจารย์กับคณะจะเดินทางมาถึงที่พักในเวลาหลัง 4 ทุ่ม จึงไปอาบน้ำ และมานั่งรอท่านอาจารย์ที่ล็อบบี้เมื่อใกล้เวลา ซึ่งเป็นเวลาดึกพอสมควร เมื่อท่านอาจารย์และคณะเดินทางมาถึง ข้าพเจ้าตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้พบท่านอาจารย์สมดังตั้งใจ ด้วยความตื่นเต้นนั้น จึงวิ่งไปรอหน้าล็อบบี้ ทันทีที่เห็นท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าทำความเคารพอย่างนอบน้อม ท่านถามอย่างเมตตาว่าดึกแล้วยังไม่นอนกันหรือ ข้าพเจ้าตอบว่ามารอรับท่านอาจารย์เจ้าค่ะ ท่านมีเมตตามากหยุดคุยด้วยสักพัก แม้จะเดินทางเหนื่อยมาทั้งวันแต่ท่านก็ยังยิ้มแย้ม กล่าวถึงเรื่องการไปสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ในวันรุ่งขึ้น สำหรับข้าพเจ้าวินาทีที่ท่านอาจารย์หยุดสนทนาด้วยนั้น เป็นความทรงจำที่ประทับลงในหัวใจอย่างยิ่ง

เช้าวันรุ่งขึ้น ท่านอาจารย์นำคณะไปสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้นำคณะภาวนาร่วมกัน ขณะที่นั่งภาวนา แม้จะมีเสียงดังมากมายจากผู้ที่มาจากทิศต่าง ๆ ข้าพเจ้ากลับสัมผัสถึงความสงบที่ได้รับ ณ ใต้ร่มเงาต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นที่อัศจรรย์ใจยิ่งนัก

อีกหนึ่งความประทับใจคือ ที่มกุฏพันธนเจดีย์ ท่านอาจารย์ได้นำพานดอกไม้มาเป็นเครื่องสักการะ และกล่าวคำถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากนั้นท่านให้ทุกคนภาวนา ระหว่างที่นั่งภาวนา ข้าพเจ้ารู้สึกถึงกระแสลมแผ่วเบาสัมผัสใบหน้า พร้อมทั้งกลิ่นธูปหอม เมื่อถอนภาวนากลับพบว่า บริเวณนั้น ไม่ปรากฏผู้เดินทางกลุ่มอื่น ไม่มีแม้ที่ให้จุดธูป การมาสักการะสังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดียนี้ ข้าพเจ้าเกิดปีติมากที่มีโอกาสติดตามท่านอาจารย์ ผู้เป็นประธานในการนำเหล่าศิษย์มาสักการบูชา และเจริญภาวนา ณ สถานที่อันเป็นมงคลอย่างยิ่ง ประกอบกับการได้ร่วมเดินทางกับกัลยาณมิตร ซึ่งล้วนให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้าในการเข้าอบรมเพื่อรับเตโชวิปัสสนากรรมฐานจากท่านอาจารย์ จึงเกิดความมุ่งมั่นที่จะมาเข้าคอร์สเตโชวิปัสสนากรรมฐานอีกครั้ง

ศิษย์ใหม่ เตโชวิปัสสนากรรมฐาน

ข้าพเจ้าตัดสินใจวางแผนกลับเมืองไทยเพื่อมาเข้าคอร์สเตโชวิปัสสนากรรมฐาน และเป็นจิตอาสาในงาน Spiritual Life Exhibition ช่วงวันมาฆบูชา พร้อมกันนั้นได้ลงทะเบียนคอร์สศิษย์ใหม่ วันที่ 4–10 มีนาคมไว้ อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยไม่กี่วัน กลับได้รับแจ้งว่า คอร์สนี้ถูกยกเลิก ต้องรอเข้าคอร์สปลายเดือนมีนาคม ซึ่งจะต้องเลื่อนการเดินทางและเลยกำหนดวันลาพักร้อน

ด้วยธรรมะจัดสรร ข้าพเจ้าได้เข้าคอร์สเตโชวิปัสนากรรมฐาน ในวันที่ 11–17 กุมภาพันธ์ 2562 เพราะท่านอาจารย์เมตตาให้เข้าคอร์สนี้พร้อมกับคณะนักเรียนนายร้อยตำรวจเป็นกรณีพิเศษ ก่อนที่คณะนักเรียนต้องกลับไปอบรมตามหลักสูตรต่อไป โดยทราบภายหลังว่า การที่มีศิษย์ใหม่ไปรวมเข้าคอร์สกับศิษย์เก่านั้น มีเรื่องที่จะต้องเตรียมการเพิ่มมากมาย คณะศิษย์ใหม่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยแยกให้รับการปฐมนิเทศโดยศิษย์อาวุโสที่มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม จึงนับเป็นบุญอย่างยิ่งของคณะศิษย์ใหม่ที่มีการเริ่มต้นอย่างวิเศษ

2 วันแรก ศิษย์ใหม่ได้รับการอบรมอานาปานสติ และได้รับความสะดวกสบายทุกอย่าง เมื่อถึงวันที่ 3 ข้าพเจ้าดีใจมากที่จะได้มีโอกาสขึ้นหอปฏิบัติธรรมเพื่อรับเตโชวิปัสสนากรรมฐานกับท่านอาจารย์เป็นครั้งแรก โดยเฉพาะเมื่อได้ทราบว่าท่านเพิ่งกลับจากการพื้นฟูธาตุขันธ์ที่ดินแดนพุทธภูมิ แต่พอท่านมาถึงและขึ้นนั่งบนตั่งกลับได้ยินเสียงไออย่างแรงและต่อเนื่องของท่านอาจารย์ ท่านกล่าวว่ากลับมาจากอินเดียก็ไม่สบาย ทางบ้านเป็นห่วง ไม่อยากให้มาสอน แต่คิดว่าอย่างไรเสียก็ต้องพยายามมา มาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ศิษย์ ได้ยินคำของท่านเช่นนี้ ข้าพเจ้าซาบซึ้งใจจนน้ำตานองหน้า ท่านอาจารย์มีความห่วงใยศิษย์และเสียสละทุกอย่าง แม้สุขภาพของท่านจะไม่เอื้ออำนวย

วันแรกที่มาอบรมศิษย์ ท่านดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ข้าพเจ้ายิ่งตระหนักว่า จะต้องเพียรปฏิบัติตามคำสอน และหาโอกาสตอบแทนพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ให้ได้ จากนั้นท่านอาจารย์เรียกให้ศิษย์ใหม่เข้ารับกรรมฐาน ท่านอาจารย์มีเมตตาเอื้อมมาจับมือของข้าพเจ้าให้ถูกต้อง ขณะนั้นข้าพเจ้าสัมผัสได้ถึงกระแสความรัก และเมตตาแผ่ขึ้นมาทางปลายนิ้ว ด้วยความตื้นตันใจ จึงตั้งปณิธานว่า จะปฏิบัติให้ดีที่สุด ข้าพเจ้าจึงปฏิบัติอย่างแข็งขัน บ่ายวันนั้น ข้าพเจ้าเห็นกองไฟขนาดใหญ่ ขณะภาวนา รู้สึกปวดร้าวไปทั้งแผ่นหลัง อีกทั้งกล้ามเนื้อที่เบ้าตาบีบแน่น เมื่ออยู่ตรงหน้าจึงกราบเรียนให้ท่านอาจารย์ทราบ ท่านกล่าวว่ากองไฟที่เห็นนั้นเป็นไฟเตโชในตัวของเรา ให้ผ่อนคลายอย่าเกร็งเกินไป ข้าพเจ้าจึงนำมาปฏิบัติ รู้สึกว่าความตึงเครียดและเวทนาลดลง หลังจากแผ่เมตตาอุทิศบุญใหญ่ รู้สึกตัวเบาขึ้นทันที

พอจบคอร์ส ข้าพเจ้าสมัครเป็นจิตอาสาช่วยงาน Spiritual Life Exhibition ช่วงวันมาฆบูชาที่วัดโพธิ์ทันที เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณท่านอาจารย์ และทำหน้าที่ของพุทธบุตรก่อนเดินทางกลับซิดนีย์

ได้รู้จักจิตที่พร้อมตื่น

แม้ไม่มีนาฬิกาปลุกในระหว่างเข้ารับการฝึกกรรมฐาน ข้าพเจ้าสามารถกำหนดจิตในการพักกลางวันหนึ่งชั่วโมงและตื่นตามเวลาที่ตั้งใจไว้ เคยได้อ่านป้าย 2 แผ่น หน้าเรือนอาหารว่า “การภาวนาคือหน้าที่” และ “หน้าที่อยู่เหนืออารมณ์และเหตุผล” แต่ไม่เข้าใจนักว่าทำไมการภาวนาจึงเป็นหน้าที่ เพราะยังไม่สามารถจัดระเบียบชีวิตให้มีเวลาภาวนาอย่างต่อเนื่องทุกวัน หลังจากรับเตโชวิปัสสนากรรมฐาน ข้าพเจ้าสามารถตื่นนอนตี 4 เพื่อภาวนา 1 ชั่วโมงก่อนไปทำงานอย่างต่อเนื่องได้จนถึงทุกวันนี้ และบอกกับตัวเองว่าจะเพียรภาวนาร้อยโซ่นี้มิให้ขาด

หนักแน่นในศีล

เมื่อสมาทานศีล ข้าพเจ้าท่องได้คล่องทั้ง 5 ข้อ แต่ไม่ซึ้งถึงความสำคัญของศีลที่บริสุทธิ์เลย เข้าใจว่าตนดำรงอยู่ในศีลและเป็นคนดี โดยเฉพาะศีลข้อที่ 1 แม้ยุงกัดก็ไม่ตบ แต่ใช้วิธีไล่ ศีลข้อ 5 เว้นการดื่มสุราเมรัย แรกเริ่มเดิมทีเข้าใจว่า หมายถึงผู้ดื่มสุราจนติด ส่วนตัวข้าพเจ้านั้นเคยดื่มบ้างเวลาออกสังคม ประกอบกับสามีปลูกองุ่นและผลิตไวน์แดงเป็นงานอดิเรก ปกติจะดื่มเพียงแก้วเดียวพร้อมอาหารเย็น เพราะเชื่อว่า ไวน์ช่วยย่อยอาหารได้ดี และทำให้ร่างกายอบอุ่นในช่วงหน้าหนาว หลังจากน้อมนำคำสอนของท่านอาจารย์มาพิจารณาตนเอง จึงตระหนักได้ว่าศีลของตนด่างพร้อย เมื่อกลับถึงบ้าน ข้าพเจ้าเลิกดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทั้งหมด และเลิกเสี่ยงโชค Lotto (ลอตเตอรี่) ซึ่งร่วมซื้อกับเพื่อน ๆ ที่ทำงานทันที

ด้วยบุญที่ได้มาพบสายธรรมเอกอุแห่งกึ่งพุทธกาล ข้าพเจ้าขอตั้งจิตว่า จากนี้ไปข้าพเจ้าจะดำรงตนเป็นพุทธบุตรที่ดี ตอบแทนพระคุณครูบาอาจารย์ จะทำหน้าที่เผยแผ่และปกป้องพระพุทธศาสนา และทำกิจกรรม KBO Sydney อย่างเข้มแข็ง

ขอน้อมกราบพระบรมศาสดา น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงชี้ทางอันประเสริฐเพื่อความหลุดพ้น ขอน้อมกราบในพระคุณแห่งพระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่เมตตาประสิทธิ์ประสาทวิชาเพื่อการเผาชำระกิเลส ขอน้อมกราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกชาติภพที่ได้สอนสั่งชี้หนทางอันประเสริฐ และขอน้อมกราบท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลที่ได้เมตตาสั่งสอน ชี้แนะและมอบรัตนะอันประเสริฐให้ข้าพเจ้า ขอท่านอาจารย์มีธาตุขันธ์สมบูรณ์แข็งแรง ฟื้นคืนดังเดิม ได้ประกอบกิจปกป้องพระพุทธศาสนาสมความมุ่งหมาย และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้เหล่าศิษย์ชั่วกาลนานเทอญ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.