ประสบการณ์ภาวนา พระคำตา

อาตมานั้นเคยบวชครั้งแรกเป็นระยะเวลา 5 พรรษา ที่อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตอบแทนพระคุณแด่พระอุปัชฌาย์และพ่อแม่ครูอาจารย์ ผู้ซึ่งให้โอกาสได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ แต่ก็มีเหตุให้ต้องลาสิกขาออกมาเป็นฆราวาสอีกครั้ง เพื่อมารักษาสุขภาพเกี่ยวกับดวงตา และเมื่อหายดีก็กลับไปช่วยเหลือกิจการงานพ่อแม่ครูอาจารย์ที่อำเภอนาจะหลวยอีกครั้ง

ต่อมามีโอกาสได้เข้าอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานที่สถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์ ได้มาเรียนธรรมตามหลักสติปัฏฐานสี่ เน้นการปฏิบัติคือการมีความเพียรเผากิเลส หลักการปฏิบัติเตโชวิปัสสนา เป็นชื่อเทคนิคการปฏิบัติ มีหลักการภาวนาคือ การจุดธาตุไฟในกายมาเผากิเลส คือการตั้งสติ รู้กาย เวทนา จิต ธรรม ด้วยเทคนิควิธีการที่ทำให้เกิดธาตุไฟในกายจุดขึ้นมาเผากิเลสและทำให้จิตบริสุทธิ์อย่างรวดเร็ว ทำให้อาตมาเกิดความรู้สึกเสียดายโอกาสที่เคยได้บวชมาเนิ่นนาน แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และเข้าถึงการภาวนาอย่างแท้จริง

เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ครั้งสุดท้าย

อาตมามีโอกาสได้กลับเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง โดยได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2561 ณ วัดป่าโยธาประสิทธิ์ จังหวัดสุรินทร์ และจำพรรษาที่สถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์

กิจอย่างอื่นนั้น…ไม่มีอีกต่อไป

การกลับเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ครั้งนี้ของอาตมา กิจอย่างอื่นนั้นไม่มีอีกต่อไป มีกิจเพียงอย่างเดียวคือ การภาวนาเป็นหน้าที่ ด้วยอายุวัย 68 ปี เวลาที่เหลืออยู่มันช่างสั้นมากนัก อาตมาจำเป็นต้องตื่นอย่างเต็มกำลังในเฮือกสุดท้ายของชีวิต เพราะมีวาสนาได้มาเรียนธรรมแท้ เป็นธรรมแห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และอาตมาได้เข้ามาเป็นพุทธบุตร เป็นพระภิกษุ ซึ่งหมายถึง ผู้เห็นภัยในวัฏสงสารแล้ว ก็ภาวนาด้วยความเพียรอย่างเต็มที่เต็มกำลังที่เหลืออยู่ สถานที่จำพรรษานั้นก็มีความเอื้ออำนวยต่อการภาวนาแบบยิ่งยวด เนื่องจากสถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์มีตารางการภาวนาวันละประมาณ 7 ชั่วโมง และเปิดโอกาสให้ญาติโยมได้มีโอกาสมาร่วมภาวนา เพื่อสร้างบารมี ญาติโยมสามารถเดินทางเข้ามาปฏิบัติธรรมได้ทุก ๆ วัน ตลอดทั้งปี มีบวชเนกขัมมะ สอนธรรม และแสดงพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับการปฏิบัติให้แก่ผู้ปฏิบัติอานาปานสติและเตโชวิปัสสนากรรมฐาน สอนธรรมและสอบอารมณ์โดยพระอาจารย์หลวงพ่อสัญชัย

เข้าถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ

ด้วยความเพียรของอาตมา ประกอบกับอยู่ในสถานที่ที่เหมาะแก่การภาวนา มีกัลยาณมิตรร่วมภาวนาเป็นหมู่คณะอย่างสม่ำเสมอ และมีพ่อแม่ครูอาจารย์คอยแนะนำสั่งสอนโดยพระอาจารย์หลวงพ่อสัญชัย ทำให้การภาวนาของอาตมามีความเข้าใจธรรมขึ้นตามลำดับ ได้รับการอนุโมทนาในการเข้าถึงกตัญญุตาธรรม จากท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ในเดือนสิงหาคม 2561

กิเลสถล่มเป็นกองทัพ

พระภิกษุสงฆ์นั้นจะต้องเป็นผู้มีความสันโดษ ไม่คลุกคลีในหมู่คณะ ในเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยนั้น หากไม่มีความหนักแน่น กำลังจิต กำลังใจมักเกิดความท้อแท้ ท้อถอย หดหู่ เศร้าหมอง มีเหตุอยู่ครั้งหนึ่งที่อาตมานั้นเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งก็พอรู้สาเหตุ และอาการก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก แต่ในขณะนั้นอาตมาโดนกิเลสลวงอย่างหนัก เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ หดหู่ เศร้าหมอง ท้อแท้ ท้อถอย เพราะโดนกิเลสถล่มเป็นกองทัพ รู้เฉยต่อสภาวธรรมที่เกิดขึ้นทางจิตนั้นไม่ได้ รู้สึกพ่ายแพ้ต่อกิเลส

สภาวะในยามที่กิเลสครอบงำจิตใจนั้น ตัวเราเองไม่อาจรู้คิดพิจารณาได้เลยว่าโดนกิเลสนั้นลากจูง แต่ด้วยวาสนาบารมีที่ได้เคยสร้างมาดีแล้ว จึงทำให้เกิดความเข้าใจพุทธพจน์ “กัลยาณมิตรคือที่สุดของพรหมจรรย์” ได้รับคำแนะนำและความห่วงใยด้วยความปรารถนาดีจากเพื่อนสหธรรมิกและพระอาจารย์หลวงพ่อสัญชัย พอได้สติจึงคิดได้ว่าโดนกิเลสครอบงำและลากจูงอย่างหนัก กิเลสหมายจะบั่นทอนทำลายการภาวนาอันเป็นหน้าที่ของอาตมา ทำให้ขาดสติยั้งคิดพิจารณา จึงทำให้อาตมาเข้าใจบุคคลอื่น เวลาโดนครอบงำจากกิเลส จะถูกปิดบังปัญญาจนทำให้เป็นไปตามคำสุภาษิตโบราณที่ว่า เส้นผมบังภูเขาไปเลยทีเดียว

วิปัสสนูปกิเลสถล่ม

วิปัสสนูปกิเลสนี้เป็นกับดักขัดขวาง เกิดขึ้นตลอดสายของการปฏิบัติ จึงถือว่าเป็นอุปสรรคเพื่อให้ติดความเผลอเพลิน ทำให้ไม่ได้รับความก้าวหน้าในวิปัสสนาญาณต่อไป จัดเป็นสิ่งขัดขวางไม่ให้บรรลุธรรมขั้นสูง แต่วิปัสสนูปกิเลสจะไม่เกิดขึ้นแก่

1. พระอริยสาวก ผู้บรรลุปฏิเวธแล้ว
2. ผู้ปฏิบัติผิด (เริ่มต้นมาแต่ศีลวิบัติ)
3. ผู้ละทิ้งกัมมัฏฐาน
4. บุคคลเกียจคร้าน (แม้ปฏิบัติถูกมาแต่เริ่มต้น)

แต่จะเกิดขึ้นแก่กุลบุตรผู้ปฏิบัติโดยชอบ ประกอบความเพียรแล้วประกอบเล่า ผู้เริ่มต้นบำเพ็ญวิปัสสนาแล้วเท่านั้น
<อ้างอิงจากคัมภีร์วิสุทธิมรรค–พระพุทธโฆสเถระ>

สิ่งที่อาตมาติดเพลินที่เรียกว่าวิปัสสนูปกิเลสนั้น เป็นสภาวะเห็นแสงอ่อน ๆ เป็นพลังงานออกจากร่างกาย ทำให้ปักใจเชื่อว่าตนนั้นมีพลังมาก เป็นบุญบารมีเก่าที่ได้บำเพ็ญมา เกิดการเข้าไปยึดถือเอาเข้ามาเป็นของตน ซึ่งความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องเกิดขึ้น อันเป็นปกติตามธรรมชาติของจิตเมื่อเกิดฌานสมาธิ โดยเฉพาะในระยะแรก ๆ แต่เมื่อผู้ปฏิบัติเข้าใจผิดไปน้อมเชื่อในความตื่นตาตื่นใจ จึงคิดปรุงแต่งไปต่าง ๆ นานา ว่าเป็นบุญ อิทธิ ปาฏิหาริย์อันตื่นตาตื่นใจ ไปยึดมั่น หมายมั่น พึงพอใจ หรือน้อมเชื่ออย่างรุนแรง ด้วยความไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า โอภาสนิมิตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ด้วยอวิชชาจึงทำให้ติดเพลินคือตัณหา เมื่อเกิดตัณหา ย่อมเกิดอุปาทาน ภพ (รูปภพ) ชาติ คือการเกิดขึ้นของกองทุกข์ตามมาโดยไม่รู้ตัว และเกิดความคิดนึกปรุงแต่งต่าง ๆ นานา ไปทางฤทธิ์ ทางเดช ทางบุญ ทางกุศลโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดอาการที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ติดนิมิต ทำให้ไม่ได้รับความก้าวหน้าในวิปัสสนาญาณต่อไป จัดเป็นสิ่งขัดขวางไม่ให้บรรลุธรรมขั้นสูง

เมื่ออาตมาได้ฟังธรรมจากพ่อแม่ครูอาจารย์อยู่บ่อย ๆ อยู่เนือง ๆ ฟังธรรมจากพระอาจารย์หลวงพ่อสัญชัย เป็นจำนวนครั้งที่นับไม่ได้ อาจจะเป็นพันเป็นหมื่นครั้งก็ว่าได้ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างการภาวนา ให้รับรู้แล้ววางเฉย อย่าไปให้ค่า อย่าไปให้ความสำคัญต่อสภาวธรรมนั้น จนทำให้อาตมาเข้าใจหน้าที่ของตนในระหว่างภาวนา ทำให้ข้ามพ้นต่อวิปัสสนูปกิเลสนั้นได้

เข้าคอร์สอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน จังหวัดสระบุรี

อาตมาเข้าคอร์สอบรมระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2562 พอจะเข้านอนช่วงกลางคืน ได้ยินเสียงระเบิด…บึ้ม ๆๆ บริเวณศีรษะมาเป็นช่วง ๆ แต่อาตมาก็รู้แล้วเฉยไม่ให้ค่าในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แล้ววันต่อมาก็รู้สึกมึนศีรษะ หัวตื้อ ๆ ไปหมด คิดอะไรก็ไม่ออกนานประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง อาตมาก็คิดว่าเรื่องของมัน ไม่ให้ค่า ไม่ให้ความสำคัญ ในสิ่งที่เกิดทางกายและทางจิต แล้วการภาวนาของอาตมาก็จดจ่อได้แนบแน่นลงฐานไปเรื่อย ๆ จิตจดจ่อมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ท้อถอย ไม่หวั่นไหว ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยใด ๆ เหงื่อไหลออกมาท่วมตัว ไม่รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจแม้เพียงเล็กน้อย มีแต่เฉยแล้วก็ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องอยู่อย่างนั้น พอจิตปักตรึงได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น มีสติ สัมปชัญญะเต็มขึ้นและมีความเสถียรไม่ขาดสาย รู้ตัวชัด เกิดเป็นกำลังศีล สมาธิ และปัญญา รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว เห็นเวทนา เห็นกาย แยกออกจากกัน เห็นความคิด จิตก็ผุดขึ้นมา

“เวทนา ไม่ใช่ของเรา”
“ความคิดนี้ ก็ไม่ใช่ของเรา”
“กายนี้ ก็ไม่ใช่ของเรา”

จิตของอาตมามีความปลื้มปีติยินดี น้ำตาทะลักท่วมท้น หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย ในสภาวะที่ได้เห็นได้เข้าถึง ซึ่งไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต อาตมาเล่าสภาวะที่เกิดขึ้นกับท่านอาจารย์ หลังจากนั้นท่านอาจารย์ก็กล่าวว่า

“อาจารย์ขออนุโมทนากับพระคุณเจ้าด้วยค่ะ”

อาตมามีความปลาบปลื้ม ปีติ ยินดี จนไม่มีคำ ๆ ใดจะเอ่ยออกมาได้ตามความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะนั้น ที่ได้มีโอกาสมาเรียนรู้ธรรม มาปฏิบัติธรรม ได้มาเจอพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ท่านเปี่ยมล้นด้วยความเมตตาอันยิ่งใหญ่ ทั้งพระอาจารย์หลวงพ่อสัญชัย และท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

ท่านทั้งหลายทุก ๆ ท่านที่ได้มาเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ ถือได้ว่าเป็นผู้มีวาสนาอย่างยิ่งแล้ว อาตมาขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทุกท่านที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งการหลุดพ้น ขอให้มีศรัทธาที่มั่นคงหนักแน่น มีความเพียรที่มั่นคงไม่ลดละ ต้นทุนของทุกท่านที่มี ดีพร้อมกว่าอาตมามากมายหลายเท่านัก อาตมานั้น ตาก็มองไม่ค่อยเห็น หูก็ไม่ค่อยได้ยิน อายุก็ล่วงสู่วัยชรา กำลังกายก็ลดน้อยถอยลงในทุก ๆ วัน แต่อาตมาขอยืนยันว่าในการปฏิบัติธรรมของอาตมาไม่มีวันไหนเลยที่ความเพียรลดน้อยลง ขอทุกท่านจงเป็นผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร จงมาร่วมทำกิจในการออกจากสังสารวัฏนี้ร่วมกันทุกท่านทุกคนเทอญ

2 thoughts on “การภาวนาเป็นหน้าที่

ส่งความเห็นที่ มยุรี ยกเลิกการตอบ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.