ประสบการณ์ภาวนาของคุณสุกฤษฏิ์

ในคอร์สเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ในช่วงเย็นวันพฤหัสบดี ขณะเดินจงกรม มีสมาธิดีมาก โดยทุกครั้งผมจะเดินตรงบริเวณติดกับภูเขา หลังเรือนพักชาย และในระหว่างภาวนาช่วงค่ำวันนั้น รู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดิน เป็นช่วงขณะเดียวสั้น ๆ

ในความรู้สึกนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง ร่างกาย เสื้อผ้า เบาะ หอภาวนา ผู้เข้ารับการอบรมภาวนาท่านอื่น อากาศ ลม เป็นภาพนิ่งเป็นเฟรม ๆ มาต่อเรียงกัน ขอเปรียบเทียบง่าย ๆ กับหนัง Stop motion ที่ทุกอย่างในฉากจะเป็นภาพนิ่งที่ขยับต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แล้วก็รู้สึกตัวว่า เห็นตนเองอยู่ในท่านั่ง วางมือ ก้มหน้าอยู่อย่างนั้น ทั้งยังรับรู้อารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพิ่มขึ้น แล้วค่อย ๆ ลดลง คือ อารมณ์ทางบวก ชอบ อยาก ต้องการ รู้สึกดี และอารมณ์ทางลบ ไม่ชอบ ไม่อยาก โกรธ แบบไม่เคยรู้สึกชัดมากขนาดนี้มาก่อน

ผ่านไปสักครู่ คงเหลือเพียงอารมณ์สามอย่างที่ชัดเจนมาก คือ อารมณ์พอใจในกามราคะ อารมณ์โกรธ และอารมณ์เศร้า โดยต่างก็ปรากฏขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ในลักษณะไล่ระดับจากน้อยไปมาก และย้อนกลับจากมากสู่ระดับปกติ ด้วยลักษณะดังกล่าว จึงเกิดความเข้าใจชัดเจนว่า อารมณ์ทั้งสามนี้อยู่ลึกเข้าไปในจิตมนุษย์ ซึ่งในชีวิตปกติประจำวัน ไม่สามารถเห็นช้าและชัดได้เช่นนี้แน่นอน ซึ่งอารมณ์นั้นมีความรุนแรง สามารถผลักดันให้มนุษย์เอาตัวรอด ทำบางอย่างที่เกินกว่าจะคาดถึง ทั้งทำสิ่งที่เลวร้ายเกินประมาณ ขณะเดียวกันก็สามารถส่งเสริมให้ทำสิ่งที่ดีงามอย่างมากมายเช่นกัน

ต่อมารู้สึกถึงอารมณ์ต่าง ๆ รุนแรงขึ้นอีก คือ กามราคะ ต่อด้วยอีกอารมณ์ ความน้อยใจ แค้น เกลียด ในลักษณะอึดอัด ซึ่งไม่ใช่โกรธแล้วพุ่งขึ้นมา แต่นี่อึดอัด แน่นมากยิ่งกว่าโกรธ ระหว่างที่อารมณ์สองอันนี้เกิดขึ้น ผมรู้สึกอัดแน่น อึดอัดอย่างมากเหมือนใจจะขาด จากนั้น รู้สึกถึงความร้อนที่เพิ่มมากขึ้น แต่ไม่รู้สึกทรมานเลย พร้อมกับความอัดแน่นของอารมณ์ทั้งสองที่ค่อย ๆ จางลง และจางหายไป แล้วความรู้สึกที่เวลาหยุดเสี้ยวเดียวก็ปรากฏอีก ครั้งนี้ เกิดความรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง คือ การรวมกันของ สิ่งหนึ่ง รวมกับอีกสิ่งหนึ่ง ในสัดส่วนที่ต่างกัน

ทุกอย่างที่ผมรู้สึกเฉพาะตนในขณะนั้น เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเร็วมาก (คือ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวไปมาอย่างเปลวเทียนติด ๆ ดับ ๆ ลมเคลื่อนที่ ใบไม้พลิ้วไหว) ตอนนั้นผมรู้สึกว่า ตัวผม ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงแบบเร็วมาก เกินกว่าที่เราจะใช้ความรู้สึกแบบปกติไปรู้สึก

เมื่อภาวนาเสร็จแล้ว เป็นการฟังธรรมบรรยาย จากนั้นกราบพระก่อนไปเข้านอน ความรู้สึกขณะกราบนั้น เป็นการกราบแบบหมดหัวใจ ผมรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ยิ่งกว่าการช่วยชีวิตผมอีก จากปกติเราก็กราบ ๆ ไป เคลื่อนไหวร่างกายไปตามท่ากราบ แต่ครั้งนี้ แค่ผมคิดที่จะนั่งคุกเข่ากราบ จิตนั้นหมอบกราบอย่างที่สุดในชีวิตไปแล้วครับ

(ต่อตอนสุดท้ายตอนที่ 3)

One thought on “ปาฏิหาริย์แห่งจิตกตัญญู ตอนที่ 2

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.