ประสบการณ์ธรรมของคุณสุกฤษฏิ์

หลังจากวันที่ท่านอาจารย์สอบอารมณ์ ผมกลับไม่ได้รู้สึกมีความยินดี ดีใจ เมื่อทราบว่าตนมีจิตก้าวหน้า

หลายท่านที่เข้ามาสาธุอนุโมทนาและแสดงความดีใจกับผมตามสมควร แต่ที่ผมรู้สึก คือ เราโง่มานานมาก แล้ววันหนึ่ง พระพุทธเจ้า ท่านอาจารย์ทำให้ผมหายโง่ มีแต่ความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้า ขอบพระคุณท่านอาจารย์ มากมายอย่างไม่รู้จะประมาณอย่างไร และก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไร เพราะไม่รู้จะดีใจอะไร ก็ผมไม่ได้ชนะการประกวด แข่งขัน จะมีก็แค่ดีใจและสงสารตัวเองที่โง่มานาน แล้วก็หายโง่เสียที

จากที่ผมกราบเรียนท่านอาจารย์ตอนสอบอารมณ์ ที่เขียนในตอนที่ 2 ผมขอเปรียบเทียบง่าย ๆ ว่า ที่เราเกิดมา ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ เราคิดอยู่เสมอว่า โลกที่เราได้อยู่ได้เห็นกันนี้ คือ ความจริงอย่างที่ไม่ต้องอธิบาย เข้าใจกันเห็น ๆ อยู่ว่าเป็นจริงเหมือนตอนเด็ก ๆ ที่เราดูหนังภาพยนตร์ ขณะดูเราก็จะอินไปกับหนัง เกิดอารมณ์ดีใจ เสียใจ มุ่งมั่น โกรธแค้น ราวกับว่าเราอยู่ในหนังนั้นด้วย และไม่ใช่แค่นั้น ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถสร้างฉาก สถานที่ ตัวละครที่แปลกตา สวยงาม เหมือนจริงมาก เรายิ่งอิน ยิ่งคิดว่าทั้งหมดนั้นเป็นจริง (คิดว่าเป็นจริง เพราะจิตในขณะดู มีอารมณ์ร่วมไปกับหนัง)

แล้วมาวันหนึ่งท่านอาจารย์พาเราไปดูเบื้องหลังการถ่ายทำ แล้วท่านก็ชี้ให้เห็นว่า ตัวละครทั้งหมดก็แค่แต่งตัวแต่งหน้า เล่นไปตามบท สถานที่ก็สร้างเฉพาะส่วนที่จะเข้าฉาก วิว แบ็กกราวนด์ ก็ใช้ คอมพิวเตอร์กราฟิก บทละครทั้งหมดก็แต่งขึ้น เรียกว่าที่เราหลงใหล จะเป็นจะตายกันมาทั้งเรื่อง… ไม่มีจริงสักอย่าง

ความจริงคือแบบนี้นี่เอง เราเองโง่มานานแสนนาน มีแต่ความรู้สึกขอบพระคุณท่านอาจารย์ ที่ทำให้เราได้เห็นความจริง แล้วไม่ต้องไปจมสุขจมทุกข์กับชีวิต หลงไปกับภาพยนตร์เสมือนจริงนี้อีกแล้ว

นี่คือสิ่งที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2551 “หากว่าการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้คือการได้ล่องเรือลำหนึ่งไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ หลังเส้นขอบฟ้าที่แสนห่างไกล ยังมีอีกหลายสิ่งกำลังรอเราอยู่ข้างหน้า ซึ่งนั่นก็คือบุญกุศลที่เคยสร้างสม และเจ้ากรรมนายเวรที่เกี่ยวข้องกันมาในอดีตชาติ แผนที่ในมือบอกเส้นทางการดำเนินชีวิตที่จะนำไปสู่จุดหมายนับร้อยนับพันเส้นทาง พระพุทธโอวาทก่อนปรินิพพานที่ตรัสถึงความไม่ประมาท ประดุจดั่งปฏิทินและนาฬิกาบนข้อมือ คลื่นลมพายุ เปรียบเสมือนกิเลสตัณหา สิ่งล่อลวงต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเสี้ยววินาที ตัวเราคือผู้บังคับหางเสือเรือ เพื่อมุ่งไปสู่จุดหมายที่ได้เลือกไว้ในแผนที่ ใช้ทุกวินาที ทุกลมหายใจ ให้คุ้มค่า อย่าเสียเวลา อย่าหลงใหลกับสิ่งที่มาหลอกล่อให้หันหัวเรือออกนอกเส้นทาง เพราะหลังจากที่ต้องลงจากเรือลำนี้แล้ว เราไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ล่องเรืออย่างนี้อีกหรือเปล่า แล้วเส้นทางใดเล่าที่จะนำไปสู่ฝั่งพระนิพพาน”

มาวันนี้ผมได้คำตอบ แล้วความรู้สึกที่มีต่อท่านอาจารย์ก็เปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เคารพ และคิดถึงท่านอย่างมากอยู่แล้ว เมื่อท่านอาจารย์ทำให้ผมได้รับรู้ เข้าใจสัจธรรมนี้ ความรู้สึกเคารพ คิดถึง และขอบพระคุณนี้ ยิ่งลึกเข้าไปในจิต เป็นความรู้สึกสำนึกถึงพระคุณ คิดถึงท่านอาจารย์แบบลึกเข้าไปในจิตเกินกว่าจะเขียนอธิบายเป็นคำพูดได้

ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ผู้เขียน เขียนเปรียบเทียบไว้ว่า…
การเสียสละตนเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่นไปจนถึงขั้นสละชีวิต ความรู้สึกท่านเปรียบเหมือน “แม่ที่ช่วยให้ลูกตัวเองหายป่วย” สิ่งที่แม่มีต่อลูกคือ ความรักที่บริสุทธิ์ ต้องการให้ลูกหายป่วย แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ซึ่งไม่ใช่ความรู้สึกภาคภูมิใจ ดีใจ แล้วต้องไปประกาศให้คนอื่นรู้ว่า แม่ทำให้ลูกหายป่วย แม่มีบุญคุณต่อลูก ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกของลูกที่มีต่อแม่ “ผู้ให้ทั้งชีวิต และช่วยชีวิต” ลูกเองนี้แหละ คือ พยานแห่งความรัก ความเมตตา ของแม่ ลูก คือ คนที่เห็นว่าแม่ คิดอะไรทำอะไร ลำบากอย่างไร ต้องดูแล ทุ่มเท สละความสุขของตัวเองขนาดไหน กว่าจะช่วยลูกได้

ความซาบซึ้ง สำนึกในพระคุณ และจิตกตัญญูที่ได้รับการขัดเกลาแล้วจนบริสุทธิ์ของลูก ย่อมเกิดขึ้น และพร้อมที่จะตอบแทนพระคุณของแม่ยิ่งกว่าชีวิต พร้อมที่จะยืนเคียงข้างและปกป้องแม่ ถ้าวันใดมีคนมากล่าวร้าย กล่าวความเท็จ ดูหมิ่น หรือกระทั่งจะมาทำร้ายแม่ ลูก..คือคนที่เห็นทุกอย่าง เข้าใจทุกอย่าง ตอนที่แม่สละกายใจ เพื่อช่วยชีวิตลูก ลูกจะต้องพร้อมยืนเคียงข้าง ปกป้องแม่ และลูกเองนี่แหละ จะเป็นผู้ที่จะไปประกาศให้คนอื่นได้รับรู้ว่า..
แม่ของเราคือผู้ช่วยชีวิตเรา และกำลังช่วยชีวิตของทุกคนด้วย
แม่ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ของลูก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.