ประสบการณ์ภาวนา คุณกมลบัตร์

“เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ”
เออ..คำนี้ใครกันนะช่างคิด ให้ความหมายดีมาก แต่คนอย่างฉันไม่มีวันเอากระดูกมาแขวนคอแน่นอน

คอร์สอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน คอร์สศิษย์เก่าวันที่ 13-19 พฤษภาคม 2562 ที่เตโชวิปัสสนาสถาน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ข้าพเจ้ามีโอกาสเข้าอบรมในครั้งนี้ ได้รับความเมตตาสั่งสอนจากท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ถึงเรื่องการปฏิบัติภาวนา เยี่ยงทหาร ทำให้สามารถภาวนาได้ดีขึ้น เมื่อจิตเริ่มตรึง ก็เริ่มเห็นเงาสีแดง ๆ คิดในใจว่า “สงสัยกิเลสตัวสีแดง ๆ แน่เลย” พอเจ้าเงาสีแดงนั่นเคลื่อนมาใกล้ ๆ “เอ๊ะ!! กุ้งนี่นา” กุ้งที่ถูกเผาแล้ว ตัวเลยเป็นสีแดง ๆ ส้ม ๆ กุ้งเหล่านี้มายืนมองหน้าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่สนใจ ภาวนาต่อไป แต่ได้ยินคำถามเข้ามาในจิตว่า…
“กินเขาทำไม?..”

เท่านั้นแหละ ภาพย้อนกลับไปสมัยที่ข้าพเจ้าอายุ 18 ปี ทำงานหารายได้พิเศษโดยมาเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวรัชดา ที่เน้นขายกุ้งเผา และยังมีปลาเผา ปูเผา กิจการของเขาดีมาก ในหนึ่งวันจะใช้กุ้ง 150-200 กก. นำมาเผาแบบเป็น ๆ ด้วยอายุยังน้อยและไม่เคยได้รับการสั่งสอนถึงศีลข้อที่ 1 ข้าพเจ้ามีหน้าที่เชียร์แขกให้สั่งกุ้งเผา เพราะเป็นเมนูเด็ดของทางร้าน วิธีการทำกุ้งเผาก็ไม่ได้ยากอะไรเลย ก่อไฟไว้บนเตาให้ไฟลุกแรง (ต้องใช้ไฟแรง ๆ เท่านั้น) ใส่ถ่านแล้วพัดให้ไฟลุก ดูจากเปลวไฟที่ลุกแดงว่าไฟแรงดีหรือยัง จากนั้นก็จับกุ้งเป็น ๆ มาชั่งกิโล แล้วเทใส่ตะแกรงย่างปิดด้วยตะแกรงอีกอัน เพียงเท่านี้กุ้งก็หมดสิทธิ์กระโดดออกจากตะแกรง แม้ว่าจะพากันดิ้นเพื่อหาทางหนี แต่กำลังของกุ้งก็ไม่สามารถดิ้นหลุดจากตะแกรงไปได้ และเอาตะแกรงที่ใส่กุ้งมาวางบนเตาที่เปลวไฟกำลังลุกโชน กุ้งก็จะพากันดิ้นทุรนทุรายเพราะความร้อนจากเปลวไฟนั้น ไม่ถึง 5 นาที กุ้งก็จะสงบ คือตายนั่นเเหละ ตัวของกุ้งก็จะเป็นสีแดง นำไปจัดวางให้สวยงามเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด กลิ่นหอมของกุ้งเผาเป็นที่ถูกใจของลูกค้ายิ่งนัก

ข้าพเจ้ามองกุ้งที่เข้ามาในจิตพร้อมกับตอบไปว่า..
“ฉันไม่ได้กิน ฉันแค่จดออเดอร์เฉย ๆ ไม่เกี่ยวกันเลย ไปทวงกับร้านขายกุ้งเผา คนเผากุ้ง หรือคนสั่งกินสิ”

แต่กุ้งตอบกลับมาว่า…
“เธอมีส่วนทำให้ฉันตาย! ตายอย่างทรมานด้วย”
ข้าพเจ้าภาวนาไปน้ำตาก็ไหลไป บอกกับกุ้งเหล่านั้นว่า “ขอโทษนะ…ขอโทษ..”

เปลวไฟที่ร้อนแรงกับหลายร้อยชีวิตที่ต้องจบลงอย่างทรมาน เพื่อกลายมาเป็นอาหารรสเลิศของมนุษย์ พวกกุ้งคงรู้ชะตากรรมของตัวเอง แต่ไม่มีทางร้องขอความเมตตา ถ้าเป็นเราที่ถูกเผาด้วยไฟที่ร้อนแรงเราจะเป็นอย่างไร เราจะยินดีหรือเปล่า แล้วเรากินกุ้งเพื่ออะไรกัน ถ้าจะบอกว่า หิว ไข่เจียวราดข้าวสักจานเราก็อิ่มแล้ว ถ้าจะบอกว่าราคามันถูก ก็คงไม่ใช่ เพราะกิโลหนึ่งก็เกือบพันบาท และถ้าจะบอกว่าอร่อย กุ้งที่ตายแล้วที่ขายตามท้องตลาดก็อร่อยไม่ต่างกัน ข้าพเจ้าตอบคำถามของกุ้งเหล่านี้ไม่ได้เลยว่า..กินเขาทำไม..แล้วท่านที่ชอบเมนูกุ้งเผาสด ๆ เป็น ๆ ล่ะคะ ถ้าวันหนึ่ง เมื่อท่านอ่อนแรงบุญ แล้วกุ้งเหล่านี้มาถามว่า ..กินเขาทำไม? ท่านจะตอบพวกเขาอย่างไร นี่ขนาดข้าพเจ้าไม่ได้กิน แค่เป็นเด็กจดออเดอร์เฉย ๆ เขายังตามมาทวงเลย

เมื่อข้าพเจ้าได้กราบเรียนสภาวธรรมนี้ต่อท่านอาจารย์อัจฉราวดี ท่านได้เมตตาบอกกับข้าพเจ้าว่า
“แม้ไม่ได้มีส่วนในการฆ่า แต่ก็เป็นผู้ร่วมฆ่า ให้ขออโหสิกรรมและแบ่งบุญให้เขาด้วย”

ข้าพเจ้ายังโชคดีที่มีกัลยาณมิตร มีพ่อแม่ครูอาจารย์คอยสั่งสอนชี้แนะให้ตระหนักถึงการรักษาศีล เมื่อออกจากการอบรมในคอร์สนี้ ระหว่างเดินทางกลับบ้าน หันไปเห็นร้านขายกุ้งเผาอยู่ข้างทาง มีลูกค้ายืนคอยกุ้งเผา แม่ค้าก็จับกุ้งขึ้นมาเพื่อจะเผา ได้ยินเสียงบอกมาจากลูกค้าว่า “เอาตัวนี้ ๆ เอาตัวใหญ่” รู้สึกสลดใจว่า พวกเขาจะพบทางรอดจากหนี้กรรมแบบข้าพเจ้าหรือไม่

ศิษย์ขอน้อมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่เมตตาสั่งสอนและให้กำลังใจแก่ศิษย์ในการเพียรรักษาศีลทั้ง 5 ข้อ เพื่อหยุดสร้างกรรมใหม่ และเมตตาสอนการปฏิบัติเตโชวิปัสสนากรรมฐานเพื่อเผาบาปกรรมเก่าให้เบาบางจนพอรับมือได้ จนที่สุดคือ ศิษย์ได้ปลดกระดูกที่เอามาแขวนคอไว้โดยไม่รู้ตัวออกเสียได้ ด้วยบุญจากการภาวนาชดใช้หนี้แก่เจ้ากรรม

“ไม่ได้ฆ่า..แต่มีส่วนร่วมฆ่า” แจ่มแจ้งจริงหนอเหตุแห่งกรรมนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.