ประสบการณ์ธรรมคุณสุธิดา

เคยมีผู้หนึ่งกล่าวไว้ว่า ชีวิตได้ถูกกำหนดแบบแผนเอาไว้แล้วตั้งแต่ก่อนที่จะเกิด การได้มาอยู่ ณ จุดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ข้าพเจ้าติดตามอ่านคำสอนของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลผ่านทางเฟซบุ๊กมาประมาณ 1 ปี ก่อนตัดสินใจสมัครเข้าอบรมเตโชวิปัสสนาครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ซึ่งเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานครั้งแรกของชีวิต แม้ในตอนเด็กเคยได้เรียนวิชาพระพุทธศาสนา ได้ฝึกปฏิบัติสมาธิ มีความศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าจนถึงขั้นปรารถนานิพพาน แต่ก็ไม่เคยเสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ ข้าพเจ้าเชื่อว่า การได้มาเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับท่านอาจารย์เป็นครั้งแรก คงเพราะได้เคยตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้เมื่อครั้งบวชชีพราหมณ์ในสมัยเรียนชั้นมัธยมต้น ซึ่งระหว่างการปฏิบัติในครั้งนั้นได้เกิดความรู้สึกสุขสงบเป็นอันมาก จึงได้ตั้งจิตปรารถนาตามความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาว่า ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะปฏิบัติธรรม และหากมีสถานที่ที่ไม่ใช่วัดและเป็นผู้หญิงสอน เมื่อนั้น ข้าพเจ้าจะปฏิบัติธรรมอีก..

ตอนเด็กข้าพเจ้ามีจิตใจดี แต่โตมาเป็นคนมักโกรธ และความโกรธนั้นก็กลับมาทำร้ายตัวเองอยู่เสมอ คือทำให้เกิดความไม่สบายใจ แต่หลังจากการปฏิบัติเตโชวิปัสสนาครั้งแรก ความโกรธ ความเศร้าหมองที่เคยมี เคยเป็น ก็ค่อย ๆ จางลงไป จิตใจมีความผ่องใสขึ้นตามลำดับ และเข้าใจว่าจิตใจที่ผ่องใสเบิกบานจะคงอยู่เช่นนั้นตลอดไป ข้าพเจ้าเพิ่งมาเข้าใจว่า แม้อารมณ์ปรุงแต่งจะจางลง แต่ก็ไม่ได้หายไปทั้งหมด ยังคงมีสะสมค้างอยู่ในจิต เฝ้ารอเวลาที่จะสำแดงฤทธิ์เมื่อโอกาสมาถึง ดังเช่นในคืนหนึ่งที่ได้ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วอ่านประสบการณ์ธรรมของผู้ปฏิบัติท่านหนึ่ง ที่กล่าวถึงความพลัดพรากจากแม่ ขณะอ่านก็นึกภาพตาม ความรู้สึกที่ว่าตัวเองถูกทอดทิ้งก็ถาโถมเข้ามา ซึ่งข้าพเจ้าเป็นคนที่อ่อนไหวกับความพลัดพรากมาตั้งแต่เด็ก ๆ แม้เคยห่างจากพ่อแม่เพียงไม่กี่วันก็เกิดความทุกข์ใจเป็นอันมาก หลังจากอ่านบทความจบข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าและปล่อยตัวเองให้ร้องไห้ ข่มตานอนหลับต่อไม่ได้ ในขณะที่ร้องไห้จนตัวโยน เกิดความรู้สึกตัวว่า ปฏิบัติเตโชวิปัสสนามาแล้ว 3 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดความรู้สึกคร่ำครวญ สิ่งนี้เป็นความผิดปกติที่ต้องเร่งแก้ไข และในครั้งนั้นเองที่สัมผัสได้ว่า ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีใครคอยดูแล เฝ้ามองดู และเรียกสติให้กลับคืนมา

เมื่อมีประกาศเปิดให้เข้าปฏิบัติเตโชวิปัสสนาที่มูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ซ.สุขุมวิท 67 ข้าพเจ้าจึงเห็นทางรอด รู้ว่าจะต้องไปปฏิบัติ เพื่อชำระความเศร้าหมองในครั้งนี้

ในการปฏิบัติ ข้าพเจ้ามีเวทนารุนแรงตั้งแต่นาทีแรก ๆ ของการภาวนา แต่ก็อดทน นั่งภาวนาต่อเนื่องจนครบเวลาที่ตั้งสัจจะไว้ เมื่อสิ้นสุดการภาวนา จิตก็โล่งเบาขึ้น และกลับมาสู่สภาวะปกติได้อีกครั้ง

ในครั้งนั้น ข้าพเจ้าเรียนรู้ว่า “การภาวนาจะช่วยรักษาจิตได้”

การเข้าคอร์สอบรมแต่ละครั้ง ข้าพเจ้าเข้าใจว่า เป็นการเพิ่มกำลังให้จิต และเมื่อจิตมีกำลังขึ้น บททดสอบหรือสิ่งที่ต้องแก้ไขที่หนักหนากว่าก็รอคอยให้ชำระอยู่เช่นกัน

ในการอบรมเตโชวิปัสสนาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นคอร์สที่ 6 ของข้าพเจ้า รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังพยายามพลิกจิตให้แพ้ แต่เมื่อเอาชนะจิตตนได้ก็จะรู้สึกมีกำลัง ในขณะขับรถกลับบ้าน รู้สึกจิตมีกำลัง มีความจดจ่ออยู่กับการขับรถ ไม่วอกแวกคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอย่างเช่นที่ผ่าน ๆ มา ทั้งกายและจิตมีกำลังมาก แต่หลังจากออกจากคอร์สประมาณ 2 วัน ด้วยการเดินทางไกลจากการทำงาน กลับถึงบ้านด้วยความเหนื่อยและง่วงนอนจึงไม่ได้ภาวนา แล้ววันรุ่งขึ้นความรู้สึกเศร้าเสียใจ ที่ไม่รู้ว่าเศร้าเรื่องอะไรก็ถาโถมเข้ามา พลิกจิตให้เศร้าหมอง และยังคงอยู่อย่างนั้น แม้ในบางขณะที่นั่งทำงานอยู่ ความรู้สึกดังกล่าวก็ถาโถมเข้ามาจนต้องละจากการทำงานชั่วขณะ กระนั้นข้าพเจ้ายังคงทำทุกสิ่งให้เป็นปกติด้วยความเป็นหน้าที่ แม้จะยังเกิดความเศร้าหมองรุนแรงในจิตก็ตามที

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าทราบว่าทางรอดจากสภาพจิตเช่นนี้คือการภาวนาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยภาระหน้าที่ในช่วงนั้น ไม่เปิดโอกาสให้ภาวนาได้อย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมงเช่นที่เคยปฏิบัติ อีกทั้งช่วงเวลาที่เกิดอาการนั้นเป็นช่วงกลางเดือน กว่ามูลนิธิจะเปิดให้ไปภาวนาก็นับอีกหลายสัปดาห์ ข้าพเจ้าจึงทำได้เพียงภาวนาช่วงสั้น ๆ และสวดมนต์ที่บ้าน เพื่อประคองจิตให้ทำหน้าที่การงานได้ในแต่ละวัน วันไหนได้สวดมนต์และภาวนานานหน่อย ก็จะมีกำลังใจมาก วันไหนภาวนาน้อย ความรู้สึกเศร้าหมองก็จะกลับมาเร็ว ในระหว่างวัน เพื่อไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ ข้าพเจ้าจึงต้องกำหนดจิตให้อยู่กับปัจจุบันขณะ รู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้สามารถประคองจิตไว้ได้ มีความรู้สึกที่ยังคงปริ่ม ๆ ไม่ยอมแพ้ต่อความหม่นหมอง แต่ก็ไม่รู้สึกโปร่งเบา เป็นเช่นนี้นานประมาณ 1 สัปดาห์

ในวันสุดท้ายของอาการนี้ เป็นวันที่ข้าพเจ้าได้เห็นโพสต์เก่าโพสต์หนึ่งในเฟซบุ๊กเพจของสายธรรมเตโชวิปัสสนา ที่มีผู้กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติของสายธรรมด้วยการใช้เพียงทัศนคติส่วนตน ข้าพเจ้าจึงแจ้งไปยังผู้ดูแลเพจให้พิจารณา ด้วยใจที่หมายจะปกป้องและประกาศความหนักแน่นต่อสายธรรม หลังจากได้แจ้งไปไม่กี่นาที แม้ขณะเดินไปเดินมาในที่ทำงาน ท่ามกลางผู้คนในบรรยากาศที่ดูวุ่นวาย ข้าพเจ้ากลับรู้สึกชัดในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง กายและใจรู้สึกโล่ง จิตกลับมามีกำลัง อาการผิดปกติใด ๆ ที่เคยเกิดขึ้นหายเป็นปลิดทิ้งอย่างน่าอัศจรรย์ และเข้าใจชัดในขณะนั้นว่า ความรู้สึกที่กดทับทั้งหลายในจิตสิ้นสุดแล้ว

เพื่อให้เกิดความมั่นใจ หลังจากนั้นข้าพเจ้าจึงคอยสังเกตจิตและทราบว่าสิ่งที่เข้าใจนั้นถูกต้อง ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาไม่ปรากฏขึ้นอีก
เมื่อมีโอกาสจึงได้กราบเรียนสภาวธรรมดังกล่าวต่อท่านอาจารย์ตอนสอบอารมณ์ในคอร์สเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ท่านอาจารย์เมตตาสอนว่า นั่นคือ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส แต่จิตไม่มีกำลังพอจะชำระได้ ต่อเมื่อได้ทำในสิ่งที่เป็นกุศลมาก ก็ทำให้พ้นจากสภาวะนั้นได้ ให้ตั้งใจปฏิบัติสมาธิ วิปัสสนาต่อไป นี้เป็นสภาวะที่ดี

ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้ซึ้งแล้วว่า จิตที่เป็นปกติ พ้นจากอำนาจของกิเลสคือความสุขที่สุด การภาวนาเป็นหน้าที่ ความมั่นคงหนักแน่นต่อสายธรรมคือทางรอด เตโชวิปัสสนาเป็นเทคนิคการปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน 4 สามารถชำระจิตที่เปื้อนและถูกครอบงำด้วยกิเลสให้แยกออกเป็นอิสระได้ และด้วยการตั้งจิตอธิษฐานไว้เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก แม้ไม่ทราบแรงผลักดันที่แท้จริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็มั่นใจว่า เป็นวิถีที่ถูกกำหนดมา เพื่อให้สามารถเดินทางต่อตามความปรารถนาในนิพพานที่ได้ตั้งไว้ จิตดวงนี้จึงได้รับการปกป้อง ประคับประคอง จนได้มาพบท่านอาจารย์ผู้เมตตานำพาดวงจิตนี้เดินทางไปสู่จุดหมายได้อย่างแท้จริง

ขอน้อมสำนึกในพระคุณของอาจารย์ใหญ่แห่งสายวิชา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่ประทานวิชาที่ทรงอานุภาพ เป็นวิชาขั้นสูง เพื่อให้ผู้ปรารถนาการหลุดพ้นได้ปฏิบัติ ขอน้อมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่เมตตาอบรมสอนสั่ง แผ่พลัง และมอบโอกาสอันหาได้ยากจากที่ใด ศิษย์น้อมสำนึกในพระคุณ และจักหมั่นตอบแทนพระคุณท่านอาจารย์ ผู้เป็นวิปัสสนาจารย์หนึ่งเดียวของศิษย์ ณ กึ่งพุทธันดรนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.