ประสบการณ์ภาวนาคุณจิติกานต์

ข้าพเจ้าชื่อ จิติกานต์ อายุ 38 ปี เป็นพนักงานในมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง มีหน้าที่วิจัยและจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาชาวต่างชาติ ก่อนมาเป็นศิษย์ในสายธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน เคยปฏิบัติธรรมถือศีล 8 ครั้งแรกที่วัดเป็นเวลา 3 วัน ช่วงอายุ 14-15 ปี และครั้งที่ 2 เป็นเวลา 5 วัน ช่วงอายุ 17-18 ปี เท่าที่จำได้ส่วนใหญ่เน้นการสวดมนต์และนั่งสมาธิแต่ก็นั่งได้ไม่นาน หลังจากนั้นพยายามนั่งสมาธิเองที่บ้านก็ได้ไม่เกิน 5-10 นาที จึงเน้นฟังธรรมะจากยูทูบ ทำบุญทำทานตามกาล แม้ไปวัดป่า หลวงพ่อท่านเมตตาสอนนั่งสมาธิภาวนาพุทโธก็ไม่สามารถนั่งได้นานอีกเช่นกัน

ในช่วงที่ข้าพเจ้าล้มป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่อย่างหนัก ระหว่างนอนพักอยู่ที่บ้าน วันนั้นเป็นวันที่ 29 มิถุนายน 2560 เมื่อตื่นนอนแล้วจึงหยิบโทรศัพท์เพื่อเปิดดูเฟซบุ๊กก็พบภาพแรกเป็นภาพท่านอาจารย์ พร้อมกับมีข้อความให้ช่วยกันสวดบทโพชฌงคปริตร ทั้งที่ข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักท่านอาจารย์มาก่อน แต่ก็ตั้งจิตตั้งใจสวดบทโพชฌงค์น้อมแด่ท่านทันที ขอให้ท่านฟื้นกลับมาเป็นปกติทุกประการ จากนั้นได้เลื่อนขึ้นไปดูชื่อเพจจึงรู้ว่าชื่อ เพจนิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ เลื่อนดูในเพจไปเรื่อย ๆ จึงรู้ว่าท่านคือ ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้เขียนหนังสือเล่มล่าสุดในช่วงนั้นคือ ฆราวาสบรรลุธรรม 2 จึงตั้งใจไว้ว่าหากพอมีเรี่ยวแรงจะรีบไปซื้อมาอ่าน

ในวันรุ่งขึ้น ข้าพเจ้าพอลุกเดินไหวจึงขอให้สามีช่วยขับรถพาไปร้านหนังสือ เมื่อได้หนังสือมาก็ตั้งใจอ่านทุกข้อความ ด้วยจิตที่ตื่นและเกิดมีศรัทธาอย่างยิ่งทำให้อ่านต่อเนื่องจนจบเล่มภายใน 3 วัน จากนั้นจึงเขียนใบสมัครทันที และได้รับการตอบรับให้เข้าอบรมในคอร์สอานาปานสติระหว่างวันที่ 3-6 สิงหาคม 2560

ในเช้าวันที่ 2 ของการอบรม ข้าพเจ้ามีอาการปวดท้องรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในจิตรู้สึกถึงเสียงถ้อยคำสอนของท่านอาจารย์ชัดเจนว่า กายนี้ไม่ใช่ของเรา เวทนานี้ไม่ใช่ของเรา ข้าพเจ้าก็มีแรงฮึดว่าถ้าจะต้องตายบนเบาะภาวนานี้ก็ให้มันตายไปและยังคงปฏิบัติต่อ มีความรู้สึกโพล่งในท้องขนาดใหญ่เหมือนระเบิดด้านในแตกละเอียดเหลือแต่ความรู้สึกโล่งเบา จากนั้นเป็นต้นมาก็สามารถนั่งสมาธิได้นานถึงหนึ่งหรือสองชั่วโมง เมื่อจบการอบรมจึงกลับมาฝึกฝนต่อที่บ้าน ด้วยรู้ว่าต้องฝึกกำลังสมาธิก่อนที่จะเข้ารับการอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานจากท่านอาจารย์ ซึ่งเป็นความหวังสูงสุดในการปฏิบัติธรรมต่อไป

ในวันที่ได้รับโทรศัพท์ตอบรับให้เข้าอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานคอร์สแรก ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม-5 สิงหาคม 2561 ข้าพเจ้าปีติมากที่จะได้พบท่านอาจารย์ เพื่อได้รับโอกาสกล่าวขอรับเตโชวิปัสสนากรรมฐาน ข้าพเจ้าตั้งใจปฏิบัติตามคำสอนของท่านอาจารย์ทุกประการ แม้รู้ตัวว่ายังขาดกำลังสติสัมปชัญญะความรู้ชัด เผลอสติบ่อยก็ไม่ย่อท้อ ดึงความรู้สึกตัวกลับมาทันทีที่รู้ตัวว่าเผลอปล่อยจิตไหลไป ปฏิบัติภาวนาด้วยความมีขันติตลอดสองชั่วโมง และกลับมาฝึกฝนปฏิบัติต่อด้วยตนเองที่บ้าน ความเปลี่ยนแปลงในตนเองเกิดขึ้นตั้งแต่คอร์สแรก คือมีความหนักแน่นในศีลและการภาวนา สุขุมและใจเย็นมากขึ้น จนทำให้สามีเริ่มสนใจในการปฏิบัติสมาธิ และสมัครเข้าคอร์สอบรมอานาปานสติเมื่อวันที่ 6-9 ธันวาคม 2561 ต่อมาคุณแม่ได้สมัครเข้าคอร์สอบรมอานาปานสติและเตโชวิปัสสนากรรมฐานคอร์สแรก เมื่อวันที่ 3-10 มีนาคม 2562 ณ แสงธรรมโพธิญาณ หาดใหญ่ ข้าพเจ้ารู้สึกปีติยินดีเป็นที่สุด เมื่อบุคคลผู้เป็นที่เคารพรักในชีวิตได้ออกเดินสู่การปฏิบัติธรรม

การเข้าคอร์สอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม 2562 ก่อนเข้าคอร์สข้าพเจ้ามีอาการปวดต้นแขนขวาและหัวไหล่ติด เมื่อยกแขนสักพักจะมีอาการปวดร้าวทั้งแขน แพทย์จึงให้ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ และยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อรักษาอาการดังกล่าว ซึ่งมีผลทำให้ง่วง ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจไม่นำยาไปทานในระหว่างเข้าคอร์ส พกเพียงยาทาคลายกล้ามเนื้อกับน้ำมันเขียวเพื่อทาบรรเทาอาการปวดในระหว่างการปฏิบัติ

ในวันแรกของการภาวนาในคอร์สนี้ ข้าพเจ้ามีอาการปวดแขนท่อนล่างอย่างรุนแรงราวกับมีรถบดทับท่อนแขนทั้ง 2 ข้าง ในช่วงพักจึงทายาทั้ง 2 ชนิดอยู่เนือง ๆ ก็พอบรรเทาได้บ้าง กระทั่งวันที่ 24 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการเข้าคอร์ส ท่านอาจารย์ได้เมตตาให้เหล่าศิษย์กล่าวขอรับกรรมฐาน หลังจากรับกรรมฐานและปฏิบัติเตโชวิปัสสนาอาการปวดแขนทั้ง 2 ข้างก็หายไประยะหนึ่งแล้วก็กลับมาปวดอีก ขณะปฏิบัติจิตยังคงวนเวียนไปเกาะเกี่ยวเวทนาที่ช่วงท่อนแขนและหัวไหล่ ที่ปวดร้าวระบมสั่นสะท้านไปทั้งแขน

ในช่วงเย็นวันนั้น ขณะเดินจงกรมข้าพเจ้าเข้าถึงคำว่า อุเบกขา ดังที่ท่านอาจารย์ได้เมตตาสอนไว้ว่า เดินสัมผัสสิ่งใดก็ให้สักแต่ว่ารู้แล้ววางอุเบกขา เดินสัมผัสหินแหลมคมก็รู้แล้ววางอุเบกขา เดินสัมผัสหินกลม สัมผัสหญ้า สัมผัสทรายก็สักแต่ว่ารู้แล้ววางอุเบกขา ไม่ยึดติดสิ่งใด ความรู้สึกใด ข้าพเจ้าจึงได้นำหลักความเข้าใจจากการเดินจงกรมนี้มาใช้ในการภาวนา เมื่อนั่งภาวนาเกิดเวทนาในร่างกายก็สักแต่ว่ารู้ รู้แล้ววางอุเบกขา เมื่อสติสัมปชัญญะรู้ชัด และวางอุเบกขาได้อย่างสมบูรณ์ ความเจ็บปวดในกายย่อมไม่มีผลต่อจิต

ในวันที่กราบเรียนสภาวธรรมต่อท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมศาสดา คุณพระศรีรัตนตรัย พระคุณของพ่อแม่ครูอาจารย์ทุกภพทุกสมัย พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ข้าพเจ้าน้ำตาไหลพรากด้วยสำนึกในพระคุณของท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ที่เมตตามอบอรรถธรรมมากมายตลอด 7 วัน ทั้งการเคี่ยวกรำจิตที่เห็นผลชัดเจนในคอร์สนี้ “ที่ผ่านมาเหมือนจะรู้แต่ไม่รู้” ทุกอรรถธรรมที่ท่านอาจารย์บรรยายนั้นชัดเจนลึกซึ้งทุกถ้อยคำ พระบรมศาสดาบังเกิดขึ้นถึง 28 พระองค์แล้ว แต่เพราะความโง่เขลาและความไม่หนักแน่นทำให้เรายังคงเวียนเกิดเวียนตายไม่จบสิ้น ท่านอาจารย์มีเมตตาอย่างยิ่งเช่นนี้แล้ว ข้าพเจ้าจึงตระหนักว่าต้องเร่งหมั่นเพียรทำหน้าที่ภาวนาด้วยความหนักแน่นอย่างเต็มกำลัง

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมกราบพระบรมศาสดา และคุณพระศรีรัตนตรัย ด้วยความเคารพเทิดทูนเหนือเศียรเกล้า
น้อมกราบพ่อแม่ครูอาจารย์ทุกภพทุกสมัย พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.