ประสบการณ์ภาวนา คุณสุทธิรักษ์

ข้าพเจ้า นายสุทธิรักษ์ อายุ 29 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ชลบุรี เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดและเติบโตในครอบครัวที่ยึดถือประเพณีการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ญาติผู้ใหญ่มักกล่าวแก่ลูกหลานว่า การเผากระดาษเงิน กระดาษทอง สิ่งของต่าง ๆ เพื่อส่งไปให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับใช้ในโลกหน้า ท่านเหล่านั้นจะกลับมาให้โชคลาภแก่ลูกหลานให้มีความมั่งคั่งสุขสบาย และบางทีก็พาไปไหว้เจ้าเข้าทรงเพื่อตรวจดวงชะตา ทำพิธีสะเดาะเคราะห์และขอพร

มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยเรียนมัธยม สร้อยทองของอาก๋งกับอาม่าน้ำหนักรวมประมาณ 4 บาทหายไป ท่านและญาติ ๆ จึงไปหาหมอดูไพ่เพื่อหาว่าใครเป็นผู้เอาไป ในวันนั้นข้าพเจ้าไม่ได้ไปด้วย มาทราบอีกทีหมอดูบอกว่า “คนที่เอาไปเป็นเด็กหนุ่ม ขาวสูง เขาไม่ได้เอาไปใช้เอง แต่นำไปให้คนอื่นเอาไปขาย” ซึ่งในบ้านมีข้าพเจ้าคนเดียวที่ตรงกับลักษณะที่หมอดูกล่าว จึงเป็นเหตุให้พ่อโกรธมาก เพราะเชื่อว่าข้าพเจ้าเป็นคนขโมยไป มีแต่แม่ที่เข้ามาถามด้วยความอ่อนโยน และข้าพเจ้ายืนยันว่าไม่ได้เป็นคนขโมย แต่พ่อก็ยังให้ข้าพเจ้าจุดธูปสาบานอีก ความรู้สึกตอนนั้นทั้งเสียใจและโกรธหมอดูมาก ตั้งแต่นั้นมาก็หมดความศรัทธากับการดูดวง และต่อต้านอยู่ลึก ๆ ในใจ

หลังจากเรียนจบและเริ่มทำงาน ไม่นานข้าพเจ้าก็แต่งงานแล้วย้ายไปเริ่มงานใหม่ที่ จ.อุดรธานี และได้รู้จักสายธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานจากหนังสือฆราวาสบรรลุธรรม เล่ม 1 โดยภรรยาเป็นผู้แนะนำให้ข้าพเจ้าอ่าน ทั้งได้ชวนไปงานผ้าป่าเตโชสามัคคีมหากุศล ในปี 2559 ซึ่งขณะนั้นข้าพเจ้ายังไม่ได้มีความศรัทธาต่อการหลุดพ้นหรืออยากปฏิบัติธรรมเลย แต่ก็ได้สมัครเข้ารับการอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานคอร์สแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 พร้อมกับภรรยา เพราะเห็นว่าการเข้ารับการอบรมไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย

ในคอร์สแรกนี้ มีสภาวธรรมเห็นประตูบานใหญ่มาก ข้าพเจ้าผลักประตูเข้าไป แต่ก็เปิดออกได้เพียงนิดเดียวพร้อมมีแสงจ้าลอดออกมา และมองเห็นพระอริยสงฆ์นั่งอยู่ที่หน้าประตู ข้าพเจ้าได้กราบเรียนท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ถึงสภาวธรรมนั้น และแม้จะทราบว่า ตนเองยังไม่มีกำลังพอจะเข้าสู่กระแสพระนิพพาน แต่ก็ทำให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจในการปฏิบัติ รวมถึงเมื่อฟังคำสอนจากท่านอาจารย์จึงเกิดความศรัทธาต่อการหลุดพ้น และเกิดความศรัทธาต่อท่านอาจารย์มาก หลังจบการอบรม ข้าพเจ้าตั้งใจที่จะรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ และขออาสาช่วยงานธรรมสถาน และเมื่อได้อยู่ท่ามกลางกัลยาณมิตรที่มุ่งมั่นพากเพียรปฏิบัติอย่างจริงจัง จึงทำให้ข้าพเจ้ามีวินัยในการภาวนายิ่งขึ้น แม้ว่าหลายครั้งจะเกิดความเบื่อหน่าย ท้อแท้ในการปฏิบัติ แต่ก็ได้รับกำลังใจอย่างยิ่งจากคำสอนของท่านอาจารย์ อีกทั้งมีกัลยาณมิตรคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ

ช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ข้าพเจ้าตัดสินใจอุปสมบท 3 เดือน ณ สถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์ จ.สุรินทร์ เพื่อทดแทนพระคุณบิดามารดา และเพื่อชดใช้วิบากกรรมในอดีต ช่วงระหว่างนั้นได้มีโอกาสช่วยงานปรับปรุงสภาพแวดล้อมของสถานปฏิบัติธรรม หลวงพ่อสัญชัย จิตฺตภโล ได้เมตตาสอนสั่งธรรมโดยเฉพาะเรื่องสติสัมปชัญญะ ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจมากขึ้นว่า เราสามารถฝึกสติในการทำงาน และฝึกวางอุเบกขาต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบ ซึ่งเป็นการภาวนาในทุกอิริยาบถ มีผลทำให้ข้าพเจ้ามีกำลังในการภาวนามากยิ่งขึ้น ต่อเมื่อได้ทราบว่ามีการอุปสมบทเพื่อน้อมบุญเป็นอาจาริยบูชาแด่ท่านอาจารย์ในการฟื้นฟูธาตุขันธ์ จึงตั้งใจอุปสมบทเพื่อทดแทนพระคุณท่านอาจารย์อีก 1 เดือน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญและเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และแม้จะลาสิกขาออกมาแล้วก็ยังรำลึกถึงช่วงเวลานั้นอยู่เสมอ

คอร์สอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อวันที่ 3-9 กุมภาพันธ์ 2563 ที่เพิ่งผ่านมานี้ เป็นการเข้าคอร์สครั้งที่ 7 ของข้าพเจ้า ในวันแรกก่อนเริ่มการภาวนา พระอาจารย์ฮวดได้เทศน์สอนเกี่ยวกับการปฏิบัติ มีใจความสำคัญว่า “ต่อให้นั่งให้ตาย นั่งไป 2 ชั่วโมง แต่วางอุเบกขาไม่ได้ มันก็ไม่เกิดประโยชน์ มันเผาชำระอะไรไม่ได้หรอก” คำพูดนี้กระแทกใจข้าพเจ้าเหลือเกิน ทำให้เกิดความเพียรและมุ่งมั่นต่อการภาวนาอย่างยิ่งยวด ทั้งจากซีดีคำสอนนำของท่านอาจารย์ก็ได้เน้นย้ำถึงการมีสติสัมปชัญญะและการวางอุเบกขา ข้าพเจ้าจึงยิ่งมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างแรงกล้า ฝึกสติสัมปชัญญะในทุกอิริยาบถย่อย ไม่ว่าจะเป็นตอนรับประทานอาหาร เดิน ยืน นั่ง นอน กำหนดรู้และวางเฉยในอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

ในตอนเช้าของการปฏิบัติวันที่ 4 ข้าพเจ้าได้สอบอารมณ์เป็นครั้งแรกพร้อมกับศิษย์อีก 3 คน ท่านอาจารย์เมตตากล่าวว่า ให้ปฏิบัติอยู่ตรงหน้าท่านสักครู่ หลังจากถอนภาวนาท่านได้กล่าวว่า “ทุกคนเป็นเด็กดีหมดเลย ขอให้พากเพียรปฏิบัติต่อไป อย่าไปคิดว่า คนอย่างเราเนี่ยเหรอจะทำได้”  ข้าพเจ้าเกิดปีติ มีความเบิกบานใจจากคำกล่าวของท่าน ปีติจนรู้สึกอยากยิ้มอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเดินกลับไปถึงเรือนนอน ข้าพเจ้านั่งภาวนาไปประมาณ 5 นาที คำพูดของท่านอาจารย์ที่ว่า “ทุกคนเป็นเด็กดีหมดเลย” เข้ามาในจิตอีกครั้ง เกิดเป็นปีติอย่างแรงกล้า น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมา ข้าพเจ้ายังคงภาวนาต่อ หลังจากนั้นมีสภาวธรรมเห็นเป็นภาพขององค์พระมหามงคลโพธิญาณและต้นพระศรีมหาโพธิ์ค่อย ๆ เลื่อนผ่านหน้าข้าพเจ้าไปช้า ๆ ยิ่งทำให้เกิดความสะอึกสะอื้น น้ำตาไหลไม่ขาดสาย รู้สึกซาบซึ้งใจในความเสียสละของพระบรมศาสดา ข้าพเจ้ายังคงนั่งภาวนาต่อจนเสียงระฆังดังขึ้น

วันรุ่งขึ้น เมื่อถึงเวลาสอบอารมณ์อีกครั้ง ข้าพเจ้ารายงานสภาวธรรมที่เกิดขึ้น ท่านอาจารย์เมตตากล่าวว่า “นี่แหละ คือ จิตที่มีความก้าวหน้า” ท่านได้กล่าวแสดงความยินดีที่มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ และให้มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติต่อไป ข้าพเจ้าน้ำตาไหล น้อมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาอย่างยิ่ง ท่านได้ให้คำแนะนำและกำลังใจ ข้าพเจ้าจะพากเพียรปฏิบัติ และขอเป็นกำลังเพื่อพระพุทธศาสนาและสายธรรมสืบไป

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมกราบสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโคดม ด้วยเศียรเกล้า
น้อมกราบในพระคุณของพ่อแม่ครูอาจารย์ทุกชาติ ทุกภพ ทุกสมัย พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม หลวงพ่อสัญชัย จิตฺตภโล และพระอาจารย์ฮวด ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง

น้อมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบขอบพระคุณอาจารย์ผู้ช่วยสอน
ขอบพระคุณแม่ครัว ธรรมบริกร และผู้มีส่วนในการจัดเตรียมสถานที่ก่อนการอบรม รวมถึงกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่มีส่วนช่วยให้ข้าพเจ้ามีความเจริญในธรรม
ขอบพระคุณครอบครัวและภรรยาผู้เกื้อหนุนส่งเสริมทั้งทางโลกและทางธรรม

13 thoughts on “จิตก้าวหน้าด้วยอุเบกขา

  1. ขอน้อมอนุโมทนาในธรรมทานและยินดีกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ต้องผ่านการสั่งสมบารมีมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่กัน กว่าที่คุณสุทธิรัตน์จะถึงวันนี้..ขอบคุณในบทความที่สร้างกำลังใจได้มากทีเดียวค่ะ..สาธุค่ะ

    ถูกใจ

  2. ขอน้อมจิตอนุโมทนาสาธุในความก้าวหน้า ในธรรมที่คุณสุทธิรักษ์ถึงแล้ว ซึ่งเกิดจากความกตัญญู คือการเชื่อฟังคำสอนและลงมือปฏิบัติอยู่เสมอ การได้บวชทดแทนบุญคุณทั้งพ่อแม่และครูบาอาจารย์ นำมาซึ่งความสำคัญในการศึกษาและปฏิบัติธรรมกับพระอรหันต์ ขอบพระคุณประสบการณ์ธรรมที่เรียบง่ายแต่เปลี่ยมด้วยคุณภาพนี้ด้วยครับ สาธุ

    ถูกใจ

  3. ขอน้อมอนุโมทนาบุญในความก้าวหน้าด้วยค่ะ และอนุโมทนาในธรรมทานนี้ค่ะ จะนำ ประสบการณ์นี้มาพิจารณาและแก้ไขในตนเองให้มีความพากเพียรยิ่งขึ้น ฝึกวางอุเบกขาให้ยิ่งขึ้นค่ะ

    ถูกใจ

  4. ขอบคุณคุณสุทธิรักษ์ที่แบ่งปันประสบการณ์ธรรมนี้ค่ะ แม้ในช่วงแรกจะยังไม่ได้มีศรัทธาต่อความหลุดพ้น แต่พอได้ปฏิบัติและเกิดปัจจัตตังในตน เกิดศรัทธาอย่างยิ่ง ตั้งใจรักษาศีลห้าจริงจัง อีกทั้งมีความเพียร มีความกตัญญูอันยิ่งต่อพ่อแม่ครูอาจารย์และบิดามารดา จนจิตมีความก้าวหน้า ได้ข้อคิดที่ดีมากในการนำไปปรับใช้ค่ะ ขอน้อมอนุโมทนาบุญนะคะ

    ถูกใจ

  5. ขอน้อมอนุโมทนา​ สาธุในธรรมที่ถึงแล้วด้วยค่ะ
    ถือเป็นธรรมทานที่ดีมากๆค่ะ​
    อ่านแล้วสะดุดกับประโยคที่พระอาจารย์ฮวดได้กล่าวไว้​ “ต่อให้นั่งให้ตาย นั่งไป 2 ชั่วโมง แต่วางอุเบกขาไม่ได้ มันก็ไม่เกิดประโยชน์ มันเผาชำระอะไรไม่ได้หรอก” ขอน้อมนำไปเตือนจิตตนและฝึกวางจิตให้เป็นอุเบกขา​ เพื่อความหลุดพ้นจากวัฏสงสารนี้​
    ขอน้อมอนุโมทนา​ สาธุด้วยค่ะ

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.