ประสบการณ์ธรรมคุณณภัทร

ข้าพเจ้าอายุ 47 ปี ประกอบอาชีพรับราชการในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของรัฐ และเปิดร้านขายกาแฟเล็ก ๆ ในโรงพยาบาลแห่งนั้นด้วย ข้าพเจ้ารู้จักสายธรรมนี้ผ่านการอ่านหนังสือฆราวาสบรรลุธรรม เล่ม 1 โดยก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างประมาท การรักษาศีล 5 นั้น ไม่ต้องถามถึง ถือว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก เพราะคิดว่าคนปกติทั่วไปไม่มีใครเขาถือศีลกัน มีแต่นักบวชสมณะ ชีพราหมณ์และคนเพี้ยนเคร่งศาสนาเท่านั้นที่ถือศีล ข้าพเจ้ามัวเมาในอบายมุข ดื่มจัด กินเที่ยว เฮฮาเป็นนิจ เบียดบังงานและเบียดเบียนผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง และเป็นคนพูดตรงแบบไม่เกรงใจใคร ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใด ๆ จึงทำให้ผู้ฟังเสียความรู้สึก เสียใจกับคำพูดของข้าพเจ้าอยู่บ่อยครั้ง จนเมื่อชีวิตถึงคราวหักเหให้พบความทุกข์จากการพลัดพรากอย่างสาหัส จมอยู่กับความโกรธ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ท้อแท้สิ้นหวัง เฝ้าแต่ถามตนเองว่า ทำไมหนอเราจึงทุกข์กับสิ่งเหล่านี้หนักหนา ไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิตตัวเอง สุดท้ายจึงเริ่มหันเข้าหาธรรมะ โดยเริ่มสวดมนต์ บทที่ข้าพเจ้าสวดครั้งแรกคือ พระคาถาชินบัญชร สวดแล้วมีความรู้สึกโล่งและสบายใจขึ้น จึงติดสวดมนต์ก่อนนอนนับตั้งแต่นั้นมา ข้าพเจ้าเริ่มอ่านหนังสือธรรมะ ฝึกหัดนั่งสมาธิด้วยตนเอง ชีวิตก็ค่อย ๆ ปล่อยวางความทุกข์และถอยห่างจากอบายมุขทีละน้อย ๆ และเริ่มมองหาสถานที่ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ข้าพเจ้าเคยลองไปปฏิบัติธรรมในสถานปฏิบัติธรรมบางแห่ง แต่ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ จนเมื่อได้มาพบหนังสือ ฆราวาสบรรลุธรรม ที่อ่านแล้วรู้สึกว่านี่แหละใช่แล้ว ข้ออรรถธรรมที่สื่อผ่านหนังสือกระตุกหัวใจข้าพเจ้ายิ่งนัก รู้สึกเหมือนได้พบพ่อแม่ครูอาจารย์ที่รอคอยมานาน เมื่ออ่านจบข้าพเจ้าก็ปักหมุดที่เตโชวิปัสสนาทันที

ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้เข้ามาที่เตโชวิปัสสนาสถานนั้น คือการมาร่วมงานผ้าป่าและมุทิตาจิตต่อท่านอาจารย์ เมื่อปลายปีพ.ศ. 2560 ในครั้งนั้นข้าพเจ้าได้ฟังธรรมจากท่านอาจารย์แล้วน้ำตาไหล ท่านกล่าวสอนธรรมปลุกจิตให้ตื่นจากการหลงทาง ให้เร่งชำระจิต แล้วออกเดินทางให้พ้นจากสังสารวัฏแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอันน่ากลัวนี้

หลังจากนั้นมาข้าพเจ้าก็สมัครเข้าคอร์สอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานและได้เป็นศิษย์ในสายธรรมในปี พ.ศ. 2561 และเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยอาชีพรับราชการในโรงพยาบาลและเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ เป็นงานเสริม ภาระและข้อจำกัดในเรื่องวันลาพักผ่อน ทำให้ข้าพเจ้ามีโอกาสเข้าคอร์สยาวได้อย่างมากปีละ 1 ครั้ง แต่ระหว่างอยู่ที่บ้าน ข้าพเจ้าก็ปฏิบัติภาวนามิได้ขาด ภาวนาทุกวัน วันละ 1-1.30 ชม. บางวันช่วงก่อนนอน บางวันก็ช่วงเช้า บางวันทั้งเช้าและก่อนนอน แล้วแต่เวลาและร่างกายจะเอื้ออำนวย พยายามภาวนาให้ได้ทุกวัน เว้นแต่ติดภารกิจจำเป็นหรือเจ็บป่วยทางกายจริง ๆ จึงจะเว้นบ้าง แต่เว้นอย่างมากไม่เกินสองวันข้าพเจ้าก็จะเข็นตัวเองให้ลุกขึ้นมาภาวนาจนได้

ตลอด 3 ปีที่ปฏิบัติแบบนี้ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในตนเองมากมาย จากคนหลงโลก หลงทาง ก็หูตาสว่างรู้แจ้งในแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงสอน เรียกว่าเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอย่างชัดเจน จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว จากคนไม่รู้จักศีล 5 ก็รักษาศีล 5 ได้อย่างง่ายดาย ทานอาหารมังสวิรัติ ความติดเพลินในการเที่ยวเตร่ไปตามแหล่งอโคจรถูกตัดออกไปจากชีวิตอย่างสิ้นเชิง การดูหนัง ฟังเพลงก็ลดลง การพูดจาพาทีก็เปลี่ยนไป ข้าพเจ้ารู้จักยั้งคิดในการจะสื่อสารสิ่งใดออกไปว่าเหมาะควรหรือไม่ รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และมีความอ่อนโยนมากขึ้น มีความละอายชั่วกลัวบาปอย่างที่สุด กลายเป็นอีกคนที่แตกต่างจนคนรอบข้างแปลกใจ รวมถึงผลงานทางโลกของข้าพเจ้าก็ประสบความสำเร็จโดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจน

ในช่วงของเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ด้วยมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐที่มีนโยบายให้ประชาชนอยู่บ้าน ไม่มาอยู่รวมกันจนรับเชื้อติดกันเป็นลูกโซ่ งานบริการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบอยู่นั้น ไม่สามารถหยุดให้บริการได้ จึงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบอย่างมากเช่นกัน จากที่เคยให้ผู้รับบริการเดินทางเข้ามาโรงพยาบาลด้วยตนเอง ก็ปรับเป็นการส่งยาทางไปรษณีย์ ซึ่งดูเหมือนเมื่อปรับระบบการทำงานให้เป็นแบบนี้แล้ว คนทำงานน่าจะสบายขึ้น แต่เปล่าเลย เราต้องขยับเวลางานของตนเองจากแปดโมงเช้าเป็นหกโมงเช้าและกลับบ้านเย็นเกือบทุกวัน เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา เบิกยา แพ็คยา ส่งยาให้ทันแต่ละรอบนัด เพื่อไม่ให้คนไข้ขาดยา ซึ่งมีจำนวนคนไข้เป็นหลักร้อยคนในแต่ละวัน ต้องประสานงานหลายฝ่ายทั้งในและนอกหน่วยงาน รวมถึงความยุ่งยากในการจัดส่งที่คลาดเคลื่อน จากการย้ายที่อยู่ของผู้รับบริการ ประกอบกับเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงในทางที่คนทำงานต้องเหนื่อยและเสียสละมากขึ้น ก็มักจะมีเสียงโอดครวญจากผู้ร่วมงานให้ต้องเหนื่อยใจเข้าไปอีก “ฉันอายุมากทำไม่คล่อง” “ฉันมีโรคประจำตัวโหมงานไม่ได้” “ฉันมีภาระในครอบครัว มาเช้ากว่าปกติไม่ได้” สารพัดข้อติดขัดที่ข้าพเจ้าไม่อาจบังคับหรือร้องขอได้ โดยเฉพาะข้าพเจ้าที่สวมหัวโขนเป็นผู้นำในงานเกี่ยวกับโรคเรื้อรังโดยตรง ไม่มีใครเต็มใจช่วยก็ต้องลุยเองทั้งหมด ทำให้ข้าพเจ้าเหนื่อยล้า เครียด และเบื่อหน่ายที่สุด ทั้งที่ทำใจตั้งรับไว้แล้วแต่เมื่อถูกกระทบเข้าจริง ๆ ก็ซวนเซ มันเป็นสิ่งที่นักปฏิบัติต้องใช้ปัญญามองอย่างเข้าใจและปล่อยวาง แต่ข้าพเจ้าพลาดเพราะไม่อาจวางลง ในขณะที่ตัวเองพยายามทำทุกอย่างให้ดีและเสียสละ แต่ก็คาดหวังให้คนอื่นต้องเป็นเหมือนตนเองด้วย จึงค่อย ๆ เก็บซับความตึงเครียดและความกดดันมาใส่จิตแบบไม่รู้ตัวจนหนักอึ้ง

นี่กระมังที่ท่านอาจารย์ย้ำหนักหนาว่า “อย่าติดดี”

ผลกระทบนี้ยังลามมาถึงร้านกาแฟที่เปิดอยู่ในโรงพยาบาลอย่างมากอีกด้วย เพราะไม่มีผู้มารับบริการในโรงพยาบาลก็เท่ากับไม่มีลูกค้าและรายได้หายไป 80% เลยทีเดียว ลำพังข้าพเจ้าเองพออยู่ได้ แต่ลูกจ้างที่เขามีรายได้ทางเดียวคงเดือดร้อนมากหากข้าพเจ้าจะต้องลดค่าแรงลง หลายเดือนที่ผ่านมารายได้ในร้านกาแฟจึงกลายเป็นค่าแรงลูกจ้างเกือบทั้งหมด ในขณะที่รายจ่ายของข้าพเจ้ายังเท่าเดิม

เมื่อความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจรุมเร้า วินัยในการภาวนาของข้าพเจ้าก็ย่อหย่อนลง แล้วกิเลสที่คอยโอกาสอยู่ก็คืบคลานเข้ายึดพื้นที่จนได้ กิเลสทำให้ข้าพเจ้ามีเหตุผลในการเว้นภาวนาให้ตัวเองได้ทุกครั้งไป วันนี้ดึก วันนี้เหนื่อย วันนี้ไม่สบาย วันนี้ยุ่ง วันนี้อารมณ์ไม่ดี จากที่เคยภาวนาทุกวันก็เริ่มเว้น จาก 1 เป็น 2 วัน 3 วัน ตามเหตุผลที่กิเลสใส่ไว้ให้ แม้บางวันจะตั้งใจภาวนาแต่ก็ขาดพลัง ภาวนาได้ไม่ถึงชั่วโมงก็ยอมล่าถอย
เมื่อจิตไม่ได้รับการชำระ ข้าพเจ้าก็เกิดความเบื่อหน่ายงานอย่างที่สุด จนคิดอยากลาออก ความคิดติดวนอยู่กับคนเห็นแก่ตัว คนชอบเอารัดเอาเปรียบ เพ่งโทษคนนั้นไม่ดีคนนี้ไม่ช่วย และก็คิดว่า เหตุใดข้าพเจ้าจะต้องยอมเหน็ดเหนื่อย ยอมเสียสละ แค่ทำงานให้หมดไปวัน ๆ เหมือนคนอื่นก็พอ จากเป็นคนอารมณ์ดียิ้มง่าย ก็กลายเป็นคนหงุดหงิด หน้าบึ้งตึง แยกตัว รู้สึกตนเองหยาบกระด้างขึ้น
ข้าพเจ้าจมอยู่กับอารมณ์ขุ่นมัวแบบนี้กว่า 2 เดือน จนได้อ่านถ้อยคำสอนจากท่านอาจารย์จึงฉุกคิดได้
“สิ่งที่หายไปกับวันเวลา”
ใช่แล้ว บางสิ่งในวิญญาณของข้าพเจ้าหายไป
ข้าพเจ้า คนที่เคยมีความสุขกับการให้
ข้าพเจ้า คนที่ไม่เคยท้อแท้กับความยุ่งยากใด ๆ
ข้าพเจ้า คนที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์และมุมมองเชิงบวก
ข้าพเจ้า คนที่แบกรับอะไรต่อมิอะไรหนักหนากว่านี้ ก็เคยผ่านมาได้
ข้าพเจ้าคนนั้นหายไปไหน

“ธรรมแท้ สอนให้เราอยู่ได้กับความสุขโดยไม่ยึดมั่นหรือหลงครอบครอง และไม่หวั่นไหวในยามที่ต้องเผชิญความทุกข์
นี่คือจิตที่มั่นคง จิตที่องอาจในธรรม”

ถ้อยคำจากท่านอาจารย์นั้นกระตุกหัวใจข้าพเจ้าให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
ไม่ได้แล้ว ข้าพเจ้าปล่อยตัวเองเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด จะต้องตั้งมั่นและคืนความองอาจในธรรมให้ตนเองอีกครั้ง หยุดหาข้ออ้างเข้าข้างตน หยุดเพ่งโทษคนอื่น แล้วหันมาเพ่งใจตนอย่างตั้งใจ ภาวนาให้เป็นหน้าที่อย่างที่เคยให้คำมั่นไว้
เช้าตรู่วันหนึ่งหลังการสวดมนต์ภาวนาอย่างตั้งใจ ข้าพเจ้าได้คำตอบก้องอยู่ในจิต
“เมื่อเธอต้องอยู่ในสังคมที่มนุษย์มีความหลากหลาย สิ่งสำคัญที่เธอต้องตั้งมั่นไว้ คืออย่าหมดศรัทธากับ “ความดี”
ความดีในบุคคล ความดีในสถานที่ ความดีในเหตุการณ์
เธอจงรู้แยกแยะดีชั่วแล้วพิจารณาเลือกฝั่งให้ชัดเจน “คละได้แต่อย่าคลุก”
เธอจงหมั่นพิจารณาสั่งสอนตนอย่าปล่อยจิตไหลลงต่ำ ใครเป็นอย่างไรเรื่องของเขา
“ดูเยี่ยง แต่อย่าเอาอย่าง” “รับรู้แต่ไม่รับเอา”
เธอจงเป็นบุคคลที่มีความกตัญญูต่อทุกสิ่งที่มีส่วนเกื้อกูลชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หรือสิ่งแวดล้อม แล้วหาโอกาสตอบแทนอยู่เสมอ
“ความกตัญญูคือเครื่องหมายของคนดี”
เธอจงพยายามทำความเข้าใจ สิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง แต่ละคนล้วนแต่มีที่มาและภูมิหลังที่ส่งผลกับพฤติกรรมของเขา
“อย่าตัดสินจากสิ่งที่เห็น”
เธอจงยึดหลัก พรหมวิหาร 4 โดยเฉพาะความเมตตา เมตตาตนเอง การรู้คิดพิจารณาจากสิ่งที่กล่าวมาคือการรักและเมตตาต่อตนเอง เมื่อรู้จักเมตตาตนเองแล้วความเมตตานั้นก็จะเผื่อแผ่ไปยังผู้อื่นโดยอัตโนมัติ

พลันก็เหมือนพันธนาการที่รัดแน่นในจิตขาดผึงคลายออก จิตเบาสบาย ผ่อนคลายขึ้น ข้าพเจ้าค่อย ๆ กู้คืนความดีงามที่ตนเคยมี กลับมาสู่ความมุ่งมั่นตั้งใจชำระจิตอีกครั้ง แม้จะเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ก็ตาม ตารางชีวิตข้าพเจ้าถูกขีดชั่วโมงภาวนาไว้อย่างตั้งใจอีกครั้ง ทุกวัน ทุกวัน และจะไม่เผลอไผลขาดวินัยทำรัตนะในมือที่ท่านอาจารย์เมตตามอบไว้ให้ด้วยชีวิตท่านหลุดหายเด็ดขาด ด้วยความเชื่อว่า ศรัทธาที่ขาดความเพียรย่อมยากจะสำเร็จ สองสิ่งนี้ต้องมีควบคู่กันเสมอ

“ความโลเล ไม่เคยมอบความสำเร็จให้แก่ผู้ใด ไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรม การมีสติตั้งมั่นเช่นการกำดาบ จงหยิบดาบแห่งสติขึ้นมารบในแดนจิต เคี่ยวกรำทุกวัน ทำลายข้าศึกทุกวัน ย่อมถึงฝั่ง”
ถ้อยคำท่านอาจารย์เป็นสิ่งจริงแท้ ยืนยันได้ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าเอง ฆราวาสหมายนิพพาน ต้องหาสมดุลของตนให้พบ เอียงทางธรรมมากไป ชีวิตทางโลกก็ล่มสลาย เอียงทางโลกมากไป เส้นทางธรรมก็ล้มเหลว นอกจากหาจุดสมดุลให้เจอแล้ว เหนืออื่นใดคือต้องอัดพลังแห่งความหนักแน่นให้เต็มเปี่ยม เพื่อตนเองจะได้บรรลุสิ่งที่หวัง เพื่อพ่อแม่ครูอาจารย์ของเราจะได้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเสียพลังมากเกินไป

นิพพาน อยู่ไม่ไกลเลย แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของตนเองอย่างมีวินัยและเด็ดเดี่ยว การจะถึงซึ่งแดนพระนิพพานมีคาถาสั้น ๆ กำกับอยู่ 2 บท
“เพ่ง ตรึง รู้”
“กตัญญู รู้ชัด อุเบกขา”

น้อมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง และขอบคุณทุก ๆ กำลังใจในการก้าวเดินบนมรรคาแห่งพระนิพพาน..

2 thoughts on “ขาดวินัย ภัยก็ถึงจิต

  1. ขอน้อมกราบท่านอาจารย์ด้วยความเคารพรักและศรัทธาอย่างสูงยิ่ง ข้าพเจ้ามิได้แปลกใจในความจริงแท้แน่นอนของธรรมที่ท่านอาจารย์สอนสั่ง เพราะข้าพเจ้าเองก็สัมผัสมาด้วยตนเอง และสิ่งที่คุณณภัทรเล่ามาเป็นประสบการณ์ก็เคยเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าเช่นกัน ทำให้นึกถึงตนเองว่า ตอนโดนหลอกก็คิดเข้าข้างตนเองแบบนี้ คิดว่าตนยังหนักแน่น ยังภาวนา ยังมีศีลอยู่ แต่เปล่าเลยมันถูกปล้นไปจนเกือบหมดแล้ว ก็ด้วยท่านอาจารย์ถึงทำให้ข้าพเจ้ายังคงมีหลักชัยในการดึงตนเองกลับมาเช่นเดียวกับคุณณภัทร และศิษย์อีกหลายท่าน แต่ก็น่าเสียดายที่อีกหลายท่านก็นำตนเองกลับมาสู่หนทางแห่งสายธรรมแท้ ที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวนี้ไม่ได้ ทั้งที่สายธรรมการปฏิบัตินี้ ที่ท่านอาจารย์เป็นผู้ถ่ายทอดคือผู้ที่ปลุกจิตสำนึกแห่งความดีงาม ทำให้เขาเหล่านั้นมีดวงตาเห็นธรรมขึ้นมาได้ ก็น่าเสียดาย ประสบการณ์นี้มีประโยชนมากกับผู้ที่หลงเพลิน ไม่ปฏิบัติตามคำสอนคำเตือนของท่านอาจารย์ ขอน้อมจิตอนุโมทนาสาธุในธรรมทานนี้ด้วยครับผม

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.