ประสบการณ์ธรรม คุณริยวีร์

เมื่อถึงโรงพยาบาล ไม่ว่าคุณหมอจะถามอะไร ข้าพเจ้าได้ยินและตอบได้อย่างชัดเจน จิตยังเบาสบายอยู่เช่นเดิม คุณหมอรีบให้การรักษาโดยวัดความดัน ฉีดยาที่หน้าขา เจาะเลือดและให้น้ำเกลือ ขณะนั้นตัวยังคงสั่นและสั่นแรงขึ้นเหมือนปลาช่อนที่ข้าพเจ้าเคยทุบหัวตอนเด็ก ๆ เลย เสียงคุณหมอบอกว่า คนไข้ควบคุมลมหายใจไม่ได้และบอกให้ทำอะไรสักอย่างเป็นภาษาอังกฤษ บอกให้ทำด่วน ข้าพเจ้าคิดจะบอกคุณหมอว่า ขอให้ยกที่กั้นขึ้นสูงอีกได้ไหมเพราะตัวสั่นแรงขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะตกเตียงได้ ยังไม่ทันเอ่ยปาก คุณหมอก็ฉีดยาเข้าทางสายน้ำเกลือ ข้าพเจ้ากำหนดรู้อยู่ จึงรู้ชัดในขณะยาเดินเข้าเส้นเลือดว่า มีความง่วงแบบเฉียบพลันมากทั้ง ๆ ที่ยายังไม่หมดจากเข็มฉีดยา ข้าพเจ้าจึงถามคุณหมอทันทีว่า “คุณหมอคะ ยานี้ทำให้ง่วงแบบเฉียบพลันเลยใช่ไหมคะ” คุณหมอตอบว่า “ใช่ค่ะ” หลังจากขอบคุณคุณหมอแล้วจึงรีบสั่งจิตตัวเองว่า “สงบ” สั่งได้เพียงครั้งเดียว แต่เป็นคำสั่งที่ปักลึกลงไปในจิตได้อย่างชัดเจน เห็นจิตนั้นเฝ้ากายอยู่กับกายภายในอย่างสงบนิ่ง จากนั้นก็หลับทันที

ไม่นานนัก เมื่อตื่นเจ้าหน้าที่ได้เข็นเตียงขึ้นไปที่ห้องพัก ข้าพเจ้าก็กำหนดรู้ให้จิตอยู่กับกายตลอดเวลา ซึ่งจิตยังคงมีความผ่องใสเบาสบายเช่นเดิม ขณะที่รู้ตัวทั่วพร้อมและมีความสงบอยู่นั้น ข้าพเจ้าได้เห็นมวลสีขาวในกายของตนค่อย ๆ เกิดขึ้นและรวมตัวกันหนาขึ้น จากปลายเท้าขึ้นมาถึงเอว จากศีรษะส่วนบนลงมาถึงลิ้นปี่ และจากแขนจนถึงปลายนิ้วมือทุกนิ้วทั้งสองข้าง ตัวเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในช่องท้องยังคงเดือดปุด ๆ ตลอดเวลา และผิวหนังหน้าท้องยังคงเหมือนลูกเห็บขนาดเล็กและใหญ่ตกใส่ เมื่อคุณหมอใช้หูฟังตรวจที่ท้อง แล้วเปลี่ยนมาใช้มือวางนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง คุณหมอเดินไปตามคุณหมออีกท่านหนึ่งมาแล้วถามว่า “ท้องคนไข้เป็นอะไร” และมองมาที่ข้าพเจ้าเล็กน้อย ข้าพเจ้าอมยิ้มตามจิตที่ผ่องใสอยู่และบอกคุณหมอว่า “ขออนุญาตนะคะ ท้องเขาเดือดแต่น้อยลงแล้วค่ะ” คุณหมอก็ยิ้มและให้พยาบาลมาเจาะเลือดซ้ำอีกครั้ง ประมาณ 2 ชม. พยาบาลกลับมาบอกว่า “คุณริยวีร์ ผลเลือดคุณดีมากเลยนะคะ” (พยาบาลทำหน้าฉงนเล็กน้อย) “คิดว่ารอดูอาการถึงพรุ่งนี้เย็น ๆ น่าจะกลับบ้านได้” ข้าพเจ้าจึงกล่าวขอบคุณ พยาบาลกล่าวย้ำอีกครั้งว่า “ผลเลือดดีมาก” ข้าพเจ้าได้ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้กล้วยตาก เป็นเพราะกล้วยนั้นถูกบ่มให้สุกด้วยแก๊ส คุณหมอกล่าวว่า “คนไข้มีอาการแพ้รุนแรงและแพ้แบบเฉียบพลันมาก ต่อไปไม่ว่าจะมากหรือน้อย ห้ามกินเด็ดขาดเลยนะครับ”

เมื่อฟังคุณหมอพูดจบ ก็น้อมรำลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์ หลวงพ่อสัญชัย จิตตภโล และพระมหาวรพรต กิตติวโร จิตมีความปีติที่เรารอดแล้ว และจะได้ไปช่วยงานธรรมบริกรในอีก 2 วันนี้ คือ คอร์สอบรมระหว่างวันที่ 13–16 สิงหาคม 2563 ข้าพเจ้าตั้งจิตอธิษฐานตั้งแต่ที่โรงพยาบาลว่า กิจแห่งมหากุศลที่จะได้กระทำนี้ขอน้อมอุทิศแด่ท่านอาจารย์ทั้งหมด ระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาล 2 วัน 1 คืน จิตไม่มีความกระวนกระวายรอเวลากลับบ้านเลย จิตอยู่กับกาย กายเป็นวิหารธรรมคือ บ้านของจิต ข้าพเจ้าเพิ่งเข้าใจและเข้าถึงก็ครั้งนี้เอง แม้ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ จะถูกตรึงแขนขาไว้และร้องขอความช่วยเหลือจากคุณหมอและพยาบาลเป็นระยะ ๆ จิตก็เพียงแค่รับรู้ ไม่มีความเศร้าหมองและยังแผ่เมตตาให้เขานาน ๆ ครั้ง เพื่อให้เขาคลายจากทุกขเวทนาและรอดชีวิต ได้ออกไปพบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่อบรมสอนธรรม ได้รับโอกาสเช่นที่ข้าพเจ้ามีวาสนาได้พบแล้ว

เมื่อลูก ๆ ไปรับกลับบ้าน พ่อของลูกสาวได้ถ่ายภาพของข้าพเจ้าไว้ แล้วถามว่า “จะไปธรรมสถานในอีก 2 วันที่จะถึงนี้ จะไหวไหม” ข้าพเจ้าตอบทันทีว่า “ไหว ๆ ไปได้ กำลังใจดีมาก คิดว่าพักสักวันคงหายดี” ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล ทั้งคุณหมอ พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลล้วนดูแลข้าพเจ้าเป็นอย่างดี วันที่จะเดินทางกลับบ้านจึงให้ลูกสาวซื้อขนมไปฝากที่วอร์ดนั้น และฝากวอร์ดข้าง ๆ ด้วย เมื่อกลับถึงบ้าน ข้าพเจ้ารีบนำของที่จัดเตรียมไว้ทั้งหมดสำหรับไปช่วยงานธรรมบริกรใส่รถไว้ ทุกขณะเต็มไปด้วยความปีติ และข้าพเจ้าได้ตั้งใจไว้ว่าเมื่อไปถึงธรรมสถานแล้วจะไม่บอกใครว่าตนเองเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เพราะเกรงว่าทุกคนจะเป็นห่วงและไม่กล้ามอบหมายงานให้ เมื่อถึงเวลาภาวนา นั่งปฏิบัติไปสักครู่ รู้สึกเจ็บระบมที่สะโพกและขา จึงคิดได้ว่าอาการเจ็บนี้เกิดจากแผลที่ตนเองเกา เมื่อรู้แล้ววาง การภาวนาจึงอยู่ในการเพ่ง ตรึง รู้ ได้สม่ำเสมอ จิตจึงมีกำลัง ร่างกายจึงฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และในวันที่ 12 สิงหาคม เมื่อได้เดินทางถึงธรรมสถาน ข้าพเจ้าได้ไปน้อมกราบที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ขอให้มีกำลังกายที่แข็งแรง และมีสติปัญญาในการช่วยกิจการงานในคอร์สนี้ได้อย่างเต็มกำลัง และขอน้อมอุทิศบุญทั้งหมดนี้แด่ท่านอาจารย์ เพื่อตอบแทนพระคุณที่ท่านได้อบรมสอนสั่งทุก ๆ อย่างจนรอดชีวิตมาได้ในครั้งนี้ และในขณะที่ข้าพเจ้ากล่าวจบ ก่อนจะก้มลงกราบก็พลันระลึกถึงเรื่องหนึ่งซึ่งตนเคยขอไว้ในใจขึ้นมาได้ แม้จะเป็นการขอแบบรำพึงในใจแต่ในขณะที่กล่าวนั้นจิตยอมรับทุกประการ นั่นคือ ก่อนเข้ามาเป็นศิษย์เตโชวิปัสสนากรรมฐาน ข้าพเจ้าทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บางวันต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 ตี 4 มาเตรียมอาหารให้ลูก ๆ และรีบเดินทางเพราะระยะทางไกล บ่ายก็ต้องรีบกลับเพื่อไม่ให้ถึงบ้านค่ำเพราะลูก ๆ อยู่กันแค่สองคน ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอย่างนี้ระยะหนึ่งจนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลให้ขับรถหลับใน ชนขอบทางเท้าบ้าง พุ่งข้ามไปอีกเลนบ้าง ไปเกาะกลางถนนบ้างถึง 3 ครั้ง ข้าพเจ้ารู้สึกสลดสังเวชใจในชะตาชีวิตที่ต้องพบเจอความทุกข์และความเศร้าหมองตลอด จึงรำพึงว่า “ขอส่งลูกสาวให้เรียนจบ มีงานทำให้ถึงฝั่งสักคนเพื่อจะได้ดูแลน้องต่อไปได้ เมื่อถึงวันนั้นหากจะต้องตายก็ขอยอมรับ”

เมื่อความทรงจำที่ระลึกได้นั้นจบลง จึงก้มกราบต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทบทวนเรื่องราวนั้นครู่หนึ่ง ใช่แล้ว ลูกสาวเรียนจบและมีงานที่ดีทำแล้ว ทั้งยังได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่และบุคคลที่ร่วมงานในทีมอย่างน่าอัศจรรย์ใจตั้งแต่วันแรกที่ไปสอบสัมภาษณ์และได้รับเข้าทำงาน นอกจากนี้หลานสาวก็ได้นำรถมาให้ลูกสาวใช้ในการเดินทางไปทำงาน ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่ต้องห่วงเมื่อความตายมาถึง และสามารถตัดความห่วงลูก ๆ ได้ไวขึ้น มีสติที่ตั้งมั่น และเมื่อมีจิตตั้งมั่นจึงเด็ดเดี่ยวทรงพลังตามที่ท่านอาจารย์เมตตาสอนอยู่เสมอ เพราะตั้งแต่วัยเด็กข้าพเจ้าเกิดอาการอาหารเป็นพิษหลายครั้ง อาการท้องเสียและอาเจียนจะเกิดขึ้นพร้อมกันแบบที่ไม่เคยบังคับได้เลย ซึ่งต่างจากครั้งนี้ เป็นความรู้เฉพาะตนที่ชัดเจนแก่ข้าพเจ้ายิ่งนัก

เมื่อตั้งใจปฏิบัติตามคำสอนของท่านอาจารย์ จึงทราบชัดยิ่งขึ้นอีกว่า การปฏิบัติสายเตโชวิปัสสนากรรมฐานนี้ เป็นการสั่งสมกำลังของสติได้ดีอย่างที่สุด เมื่อเกิดเหตุใด ๆ หากเป็นผู้ที่เจริญสติ ภาวนาเป็นหน้าที่ รักษาศีล 5 อยู่เสมอ สติจะตั้งมั่นและคมชัด วางอุเบกขาได้ไว เกิดปัญญาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ และกาย เวทนา จิต ธรรม จะแสดงผลเป็นวงจรไปตามเหตุและปัจจัย เราเป็นเพียงผู้ดูเท่านั้น เมื่อเห็น รับรู้ แล้ววางได้ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นตามกำลังแห่งบุญที่สั่งสมมาดีแล้ว กายเกิดอาการเช่นไร เวทนาอย่างไร จิตที่ตั้งมั่นอยู่จะไม่ไปเกาะเกี่ยวกับเวทนานั้น ทุกอย่างเป็นไปตามคำสอนของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทั้งสิ้น

ประสบการณ์ในการรอดชีวิตของข้าพเจ้าในครั้งนี้ เกิดขึ้นได้เพราะความเมตตาอันไม่มีประมาณของท่านอาจารย์ที่พร่ำสอนชี้แนะและย้ำเตือนในทุก ๆ เรื่องดั่งลูกในอุทร และคำเทศน์สอนที่เปี่ยมด้วยเมตตาของหลวงพ่อสัญชัย จิตตภโล ที่แทรกลงไปในจิตว่า “อย่าปฏิบัติกันให้มันยากเน้อ ไม่ส่งจิตออกนอก ให้จิตอยู่กับบ้าน ให้จิตมีบ้านอยู่” อีกทั้งพ่อแม่ครูบาอาจารย์ พระอริยเจ้าที่ข้าพเจ้าได้หมั่นฟังธรรมจากท่าน ล้วนทำให้ข้าพเจ้านึกถึงความตายเป็นมรณานุสสติอยู่เนือง ๆ ยอมรับตามความเป็นจริง เมื่อรับรู้แล้วจิตไม่หวั่นไหวและไม่ดิ้นรน จึงทำให้ไม่สูญเสียกำลังของสติที่ได้สั่งสมไว้ การได้ปฏิบัติในสายเตโชวิปัสสนากรรมฐานที่เข้มข้นทั้งการปฏิบัติภาวนา การอบรมสั่งสอนธรรมและการรักษาศีล ทั้งหมดคือวาสนาของผู้ที่ได้เป็นศิษย์ในสายธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นวิปัสสนาจารย์และผู้ก่อตั้งสายธรรมนี้ ท่านอาจารย์มีความเมตตาเกินกว่าจะบรรยายได้จบสิ้นและยังเป็นแบบอย่างที่งดงามอย่างยิ่งแก่เหล่าศิษย์ และบุคคลภายนอกผู้มีวาสนาเข้าถึงได้โดยพิจารณาจากปฏิปทาและวัตรปฏิบัติ ขอท่านทั้งหลายพึงรักษาโอกาสและวาสนานี้ไว้ และปฏิบัติตามคำสอนของท่านอาจารย์ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นเถิด ท่านจะพบแต่ความสุขความเจริญ เพราะมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถพบโอกาสเช่นนี้

ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม พึงระลึกอยู่เสมอ เรามิได้เกิดมาเพื่อทำกิจทางโลกให้เจริญเพียงอย่างเดียว กิจที่สำคัญยิ่งไปกว่ากิจทางโลกคือ การทำพระนิพพานให้แจ้ง แม้จะยากเพียงใด ขอให้เรามีความพากเพียร ไม่ทิ้งทาง ไม่เพิกเฉยต่อคำสอนของพระบรมศาสดา พ่อแม่ครูบาอาจารย์และท่านอาจารย์ สักวันต้องไปถึง ขออย่าท้อถอย สั่งสมไว้เพื่อจะได้ติดตามพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ผู้มีแต่ให้ มีแต่ความเมตตาไม่มีประมาณกลับบ้านที่แท้จริง และหลังจากที่ข้าพเจ้ากลับมาจากการทำหน้าที่ธรรมบริกร ได้พาลูกสาวไปขอบคุณและนำของไปฝากคุณป้าแม่บ้านที่ให้ความช่วยเหลือในวันนั้น คุณป้ากล่าวว่า “ดีใจ ๆ ที่มา รออยู่ ห่วงว่าจะรอดไหมยังคุยกันอยู่” ไม่ว่าเหตุครั้งนี้จะเกิดขึ้นด้วยสิ่งใด ขอน้อมจิตขอบพระคุณในทุก ๆ สิ่งที่ทำให้ได้ตื่นรู้ยิ่งขึ้นว่า ทุกอย่างล้วนไม่มีเหตุบังเอิญ เราเป็นผู้ก่อไว้ทั้งสิ้น ซึ่งครั้งนี้เป็นเวทนาที่หนักที่สุดในชีวิต

ขอน้อมขอบพระคุณพ่อของลูกสาว คุณป้าบุญสม คุณบานชื่น คุณนลินทิพย์และครอบครัว ที่ทุกท่านได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีในวันเกิดเหตุ บัดนี้ข้าพเจ้าเข้าใจคำอวยพรที่ท่านอาจารย์ได้เมตตาให้ไว้เสมอแล้วว่า “ขอให้มีความตั้งมั่น” เหลือเพียงข้าพเจ้าต้องพากเพียรให้มากยิ่งขึ้น ดังคำตรัสของพระบรมศาสดาที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ (พระมหาวรพรต กิตติวโร) ท่านได้นำมาถ่ายทอดไว้ในทำนองนี้ว่า “หากมีความตั้งมั่นได้แล้ว แม้นั่ง นอน ยืน เดิน ก็เหมือนได้นั่ง นอน ยืน เดิน อยู่บนบัลลังก์อันเป็นทิพย์” ซึ่งก่อนหน้าเกิดเหตุในครั้งนี้ ข้าพเจ้าไม่เข้าใจแจ่มแจ้งกับความหมายของคำว่า “กาย เวทนา จิต ธรรม” แม้จะตั้งใจฟังจากการฟังธรรมก็ดี ฟังศิษย์พี่สนทนากันก็ดี นำคำทั้ง 4 คำมาเรียงกันก็ยังเรียงไม่ถูก แต่บัดนี้ได้เข้าใจแล้วถึงความหมายของธรรมทั้ง 4 ประการนี้

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมกราบรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบรมศาสดาทุกพระองค์ คุณพระศรีรัตนตรัย พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อสัญชัย จิตตภโล พระมหาวรพรต กิตติวโร องค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกภพทุกสมัย และท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่เมตตาอบรมสอนสั่งในสิ่งที่ยากให้เข้าใจได้ง่าย ด้วยบารมีธรรมและความเมตตาอันสูงยิ่งของท่าน ขอน้อมกราบรำลึกและบูชาพระคุณของท่านจนกว่าชีวิตนี้จะหาไม่

ขอน้อมขอบพระคุณ คุณดารณี ที่ทำให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มีวินัยในการปฏิบัติภาวนาอย่างยิ่ง อีกทั้งยังได้เป็นสะพานบุญเสมอมา ทำให้ข้าพเจ้าและกัลยาณมิตรทั้งหลายได้มีโอกาสสั่งสมบุญร่วมกันเป็นประจำ และขอน้อมขอบพระคุณ คุณกษณา ที่ได้แนะนำให้ส่งประสบการณ์นี้เพื่อเป็นธรรมทาน

และขอขอบพระคุณ คุณวาสนา ที่ได้แนะนำให้ได้พบทางและพบธรรมแท้อันประเสริฐสูงสุดยิ่งจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยบารมีธรรมอันยิ่ง พร้อมทั้งขอขอบพระคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่เป็นทั้งแรงใจและพลังใจให้กันเสมอมา

ผลบุญใดที่จะเกิดขึ้นจากการให้ธรรมทานนี้ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมกราบถวายเป็นพุทธบูชา และเป็นอาจาริยบูชาแด่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกภพทุกสมัย
ขอน้อมอุทิศแด่บิดามารดาในทุกชาติภพ ผู้มีอุปการคุณทุกท่าน และเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่เกิดขึ้นตามลำดับขั้นแห่งกองสังขาร ตลอดถึงครอบครัว รวมถึงกัลยาณมิตรทุกท่านด้วยเทอญ

2 thoughts on “วันหมดอายุขัย (ตอนจบ)

  1. น้อมอนุโมทนาสาธุอย่างยิ่งในธรรมทานที่นำมาแบ่งปันค่ะ เป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์อย่างมากและทำให้ยิ่งมีความเพียรในการฝึกฝนจิตและภาวนา ทำให้เห็นว่าหากเพียรปฏิบัติตามคำสอนของพระบรมศาสดาและพ่อแม่ครูบาอาจารย์แล้ว ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเป็นเช่นนี้เอง

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.